Invest

Payroll จำเป็นแค่ไหนในการขอสินเชื่อบ้าน

NESSLE 2019-02-20 14:46:45

 

ดูเหมือนว่าการขอสินเชื่อบ้านจะ... ห่างแค่เพียงเอื้อมมือ แต่มันก็แสนไกลลล~ ยิ่งปีนี้ด้วยแล้วธนาคารยังบอกเลยว่าการกู้บ้านแต่ละหลังจะยากกว่าปีที่แล้วแน่นอน เพราะเค้าจะดูทุกส่วนประกอบกันอย่างเข้มงวดมากขึ้น ซึ่งในเรื่องพวกเครดิตบูโร Statement เอกสารต่างๆ ที่ต้องเตรียม หลายคนน่าจะเคยอ่านมาบ้างแล้ว


คราวนี้เราเลยจะมาเสนอคำว่า 'Payroll' ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักในการขอสินเชื่อบ้าน...  ทำไมถึงคิดว่าตัวนี้สำคัญน่ะหรอ ก็เมื่อเร็วๆ นี้เราเคยกู้บ้านไม่ผ่านเพราะคำๆ นี้นี่แหละ!!! เลยจะมาบอกเล่าเก้าสิบให้ทุกคนได้ฟังว่ามันจำเป็นมากแค่ไหน


'Payroll' ถ้าอธิบายแบบง่ายๆ ก็คือบริษัทจะทำการจ่ายเงินเดือนเข้าบัญชีพนักงานของแต่ละคนอัตโนมัติ โดนโอนผ่านทางธนาคารที่บริษัทเลือกใช้บริการ ซึ่งโค้ดหรือรหัสทำรายการจะแตกต่างจากโค้ดการโอนเงินตามปกติ เช่น ถ้าเป็นของธนาคารกสิกร จะขึ้นด้วยรหัส SVB ส่วนธนาคารกรุงไทย จะขึ้นด้วยรหัส SSAL หรือธนาคารทหารไทย จะขึ้นด้วยรหัส SL เป็นต้น (ดูได้จากสมุดบัญชีด้านหลัง) ซึ่งรหัสเหล่านี้ก็คือโค้ด salary เงินเดือนั่นเอง

 

เหตุผลที่ธนาคารให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะเค้ามองว่า การที่บริษัทนั้นๆ จ่ายแบบโอน จ่ายผ่านเช็ค หรือ อะไรก็ตามที่ไม่ใช่การจ่ายแบบ 'Payroll'  ล้วนนับเป็นเงินสด นั่นทำให้ธนาคารที่ไปขอกู้คิดว่าเราหรือบริษัทที่ทำอยู่อาจสร้าง Statement ขึ้นมาเองก็ได้ และยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ถ้าเป็นบริษัทไม่มีชื่อเสียงหรือเป็นบริษัทเล็กๆ ความน่าเชื่อถือก็แทบจะลดฮวบฮาบ 

 

เพราะบางธนาคารพอเห็นว่าเราไม่มีตัวนี้ ทำให้ธนาคารไม่คิดรายได้ให้เรา หรือก็คือกู้ไม่ผ่านทันที ต่อให้มีใบสลิปเงินเดือน ยอดเข้าตรงตลอด มี50ทวิ หรือมีใบเสียภาษี ภงด. ก็โดนปฏิเสธมาแล้ว แต่บางธนาคารโอเคถ้าเรามีเอกสารที่ว่ามาครบ และสามารถแจ้งที่มารายได้ได้อย่างชัดเจน ทุกอย่างเป็นอันจบ


ส่วนใครที่บริษัทเพิ่งทำเป็น 'Payroll' ก็จะต้องรอเดิน Statement ประมาณ 4-6 เดือน อาจน้อยหรือมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคารและการพูดคุย (ตอนของเราบริษัทเพิ่งเปลี่ยนเป็นระบบนี้ได้ 2-3 เดือน แต่ธนาคารก็ให้ผ่านนะ เพราะอายุและเอกสารอื่นๆ ไม่มีปัญหาอะไร ติดแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว) 


แล้วถ้าไม่มี 'Payroll' จะทำอะไรได้บ้าง?

 

ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็มีวิธีแก้อยู่ นั่นคือ หาผู้กู้ร่วม ซึ่งส่วนใหญ่จะต้องเป็นคนในครอบครัว สามี ภรรยา หรือให้คนที่เป็นแฟนกันกู้ร่วมด้วยได้ (ซึ่งเค้าใช้คำว่าสามี ภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียน) และแน่นอนว่าควรยึดคนที่มีรายได้สูงเป็นหลัก โดยสามารถกู้สูงสุด 3 คน หรือไม่ก็ลองต่อรองเจรจากับธนาคารดูว่าจะขอกู้ต่ำกว่า 80% ของราคาบ้าน หรือจะใช้หลักทรัพย์มาค้ำประกัน เช่น รถ บ้าน ที่ดิน และอื่นๆ ซึ่งอาจทำให้เราได้วงเงินเพิ่มหรือกู้ผ่าน 100% ก็เป็นได้ (ปล. หลักทรัพย์ที่นำมาค้ำต้องน่าสนใจจริงๆ นะ)


ณ จุดๆ นี้ สำหรับเรา 'Payroll' ถือว่าจำเป็นและค่อนข้างสำคัญไม่ต่างจากเอกสารอื่นๆ อยู่พอสมควรเลย เพราะถ้าเรามีเจ้าสิ่งนี้อยู่ในกำมือ จะทำให้ทุกอย่างในการขอสินเชื่อบ้านไม่ยุ่งยากและง่ายขึ้นกว่าเดิมเยอะ!!! 

 

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ