Design

5 โครงการมิกซ์ยูส Very Good น่าอยู่เวอร์!

NESSLE 2019-04-29 15:58:27

 

หลังจากที่เราทำความรู้จักมักจี่กับ โครงการมิกซ์ยูส กันไปครั้งที่แล้ว รอบนี้เรามาดูกันต่อเลยว่า พวกโครงการเหล่านี้ ที่กำลังจะเกิดขึ้นทั้งในอนาคตอันใกล้และไกล ตั้งอยู่ที่แห่งหนใดกันบ้าง (ใครที่ยังไม่รู้ว่า โครงการมิกซ์ยูส คืออะไร เข้าไปส่องกันได้ที่ลิงก์นี้เลย>>> CLICK!!!)



 

1. สามย่านมิตรทาวน์ (Samyan Mitrtown)

จุดเช็คอินแห่งใหม่บนถนนพระราม 4 ที่เดินทางสะดวกเพราะอยู่ติด MRT สถานีสามย่าน ซึ่งเจ้าของคือ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด โดยที่มีพื้นที่ใช้สอยรวม 220,000 ตร.ม. แบ่งเป็นโซนง่ายๆ ตามนี้เลย

 

โซนรีเทล มีประมาณ 30% ของโครงการ มีความสูง 6 ชั้น พื้นที่ให้เช่ารวม 36,000 ตร.ม. ที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งการทำงาน กิน พักผ่อน และแหล่งเรียนรู้ นอกจากนี้ยังมี โซนพิเศษที่เปิดบริการ 24 ชั่วโมง ตั้งแต่ Co-Learning Space ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร และคาเฟ่

 

โซนอาคารสำนักงาน สูง 31 ชั้น กินพื้นที่รวม 48,000 ตร.ม. หรือคิดเป็น 30% ของโครงการ ซึ่งมีจุดเด่นที่ใช้ระบบอัจฉริยะ เข้ามาเชื่อมโยงกับอุปกรณ์ในอาคารด้วย โซนที่พักอาศัย ทั้งโรงแรมและคอนโด คิดเป็น 15% ของโครงการ สูง 33 ชั้น มีจำนวน 554 ยูนิต แน่นอนว่าได้แยกส่วนกลางของทั้ง 2 ส่วนออกจากกัน เพื่อความปลอดภัยและเป็นส่วนตัว ขณะที่พื้นที่จอดรถสามารถจอดได้ 1,578 คัน และคาดว่าจะสร้างเสร็จ ในไตรมาส 4 ปี 2562


 

2. เดอะ ฟอเรสเทียส์ (The Forestias)

เจ้าของก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แมกโนเลีย นั่นเอง ที่ทุ่มทุนกว่า 9 หมื่นล้านบาท บนพื้นที่กว่า 300 ไร่ ย่านบางนา ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของโลกที่ครบทั้งวงจร ไม่ว่าจะเป็น พื้นที่สีเขียว กว่า 60% บนเนื้อที่ 30 ไร่ เป็นป่าจริงที่มีระบบนิเวศสมบูรณ์ เพราะมีทั้งพืชพันธุ์และสัตว์กว่า 250 สายพันธุ์

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เดอะ ฟอเรสเทียส์ (The Forestias)

 

ต่อด้วยพื้นที่ 40% ที่เหลือ ใช้พื้นที่ 6 แสนตร.ม. เป็นพื้นที่โครงการที่พักอาศัย 4.2 แสนตร.ม. และเชิงพาณิชย์ 1.8 แสนตร.ม. โดยจะแบ่งออกเป็นประมาณนี้ โซนรีเทล มีร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ โซนที่พักอาศัย ก็จะมีโรงแรมบูทีค 6 ดาว โรงแรม 4 ดาว คอนโด ที่จับทุกกลุ่มเป้าหมาย อย่างคอนโดแบรนด์ Whizdom เน้นกลุ่มลูกค้าวัยหนุ่มสาว

 

Mulberry Grove Residence เป็นบ้านเดี่ยวผสมผสานคอนโด เน้นคนวัยทำงาน 40 ปีขึ้นไป และคอนโดแนวใหม่ Aspen Tree Residence สำหรับที่พักอาศัยเพื่อผู้สูงอายุ ถัดไปเป็น โซนสำนักงานให้เช่า โซนโรงเรียนอนุบาล และโซนศูนย์ดูแลสุขภาพ โดยคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณปี 2565

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เดอะ ฟอเรสเทียส์ (The Forestias)

 

3. แบงค็อก มอลล์ (Bangkok Mall)

ขอย่านบางนาอีกแห่งละกันเนอะ เห็นว่าอันนี้อยู่ตรงข้ามกับศูนย์ไบเทค โดยวางรูปแบบโครงการเป็นแบบ City within the City หรือเมืองในเมืองที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นการลงทุนครั้งใหญ่สุดของเดอะมอลล์กรุ๊ป และเป็นหนึ่งในศูนย์การค้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ แบงค็อก มอลล์ (Bangkok Mall)

 

เพราะมีขนาดกว่า 100 ไร่ มีพื้นที่ใช้สอยกว่า 8 แสนตร.ม. มีมูลค่าการลงทุนรวมอยู่ที่ 20,000 ล้านบาท และจะสร้างแล้วเสร็จในปี 2566 โดยจะแบ่งการจัดสรรพื้นที่ดังนี้

 

ห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ต ที่พักอาศัย 3 อาคาร จำนวนยูนิตรวม 664 ยูนิต สำนักงานและโรงแรม มีจำนวน 498 ยูนิต แบงค็อก อารีนา ฮอลล์ สำหรับจัดกิจกรรมบันเทิง จุได้ถึง 16,000 ที่นั่ง สวนสนุกและสวนน้ำ พื้นที่รวม 50,000 ตร.ม. นอกจากนี้ยังมีอาคารจอดรถ ที่จอดได้ 8,000 คัน รวมถึง สถานีขนส่งผู้โดยสารตะวันออก

 

4. ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค (Dusit Central Park)

ความจริงไม่ต้องบอก ก็น่าจะเดากันถูกว่าเป็นของใคร... ใช่แล้วเป็นของบริษัทดุสิตธานี และ CPN ซึ่งตั้งอยู่บนทำเล แถวหัวมุมถนนสีลม-พระราม4 ทั้งหมดของโครงการนี้ใช้งบ 36,700 ล้านบาท มีพื้นที่ 23 ไร่ ประกอบด้วย

 

ศูนย์การค้า ออฟฟิศสำนักงาน สูง 43 ชั้น ที่พักอาศัย โรงแรมดุสิตธานีที่เน้นความเป็นไทย สูง 39 ชั้น จำนวน 250 ยูนิต คอนโดที่แบ่งได้ 2 แบรนด์ คือ Dusit Parkside มี 1-2 ห้องนอนขนาด 60-80 ตร.ม. จำนวน 230 ยูนิต โดยจะอยู่ตั้งแต่ชั้นที่ 9-29 และ Dusit Residences มี 2-4 ห้องนอน และเพนท์เฮ้าส์ พื้นที่ 120-600 ตร.ม. จำนวน 159 ยูนิต ตั้งแต่ชั้น 30-69 รู้สึกว่าจะสร้างเสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2566-2567

 

5. วัน แบงค็อก (One Bangkok)

น่าจะเป็นโครงการที่มีมูลค่าการลงทุนสูงสุด ในวงการอสังหาเลยก็ว่าได้ เพราะใช้งบถึง 120,000 ล้านบาท! เป็นการร่วมมือกันระหว่าง TCC Asset และบริษัท Frasers Property Houldings ใช้พื้นที่ทั้งหมด 104 ไร่ อยู่บริเวณหัวมุมถนนวิทยุ ตัดกับถนนพระรามที่ 4 เดินทางได้ทั้ง MRT สถานีลุมพินี และ BTS สถานีศาลาแดง

 

โดย แบ่งพื้นที่กว่า 50 ไร่ ให้เป็นพื้นที่สีเขียวเปิดโล่ง ที่เหลือประกอบด้วย รีเทล ร้านค้าปลีก พื้นที่ทำกิจกรรมและศิลปวัฒนธรรม ขนาด 10,000 ตร.ม. ที่พักอาศัย ระดับ Ultra Luxury 3 อาคารโรงแรมหรู 5 โรงแรม ต่อด้วย อาคารสำนักงาน มาตรฐาน LEED และ WELL 5 อาคาร

 

ซึ่ง วัน แบงค็อก เป็นที่แรกในไทย ในการสร้างขึ้นตามมาตรฐานการพัฒนาชุมชนแวดล้อม ระดับลีดแพลตตินั่ม (LEED for Neighborhood Development Platinum) รวมถึงอาคารที่สร้างตามมาตรฐาน LEED และ WELL Platinum โดยจะสร้างเสร็จในปี 2568

 

เราเลือกเฉพาะโครงการที่กำลังเกิดขึ้นวันข้างหน้า โดยแต่ละโครงการก็มีความโดดเด่น เหมือนและแตกต่างกันออกไป ซึ่งแค่เห็นภาพตัวอย่างก็ต้องยอมรับเลยว่าสวยงาม น่าเดินเล่น ช้อปปิ้ง เที่ยว และน่าอยู่ทุกโครงการจริงๆ  

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

LivingStock Application