News

เร่งลงทุน สนามบินแสนล้าน รับท่องเที่ยว-ธุรกิจการบินฟื้นหลังโควิด

LivingInsider Report 2021-04-08 14:14:48

“ทอท.” เปิดแผนลงทุนแสนล้าน พลิกโฉมสนามบิน รับท่องเที่ยว-การบินฟื้น ปีนี้เปิดประมูลอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 ดอนเมือง ผุดหลุมจอด อาคารจังก์ชั่น ฝ่าแรงต้าน “สุวรรณภูมิ เฟส 2” ทุ่มสร้างเทอร์มินอลใหม่ด้านเหนือ ขยายปีกอาคารหลังเดิมด้านตะวันออก-ตะวันตก รองรับผู้โดยสารในประเทศและอินเตอร์ เบรกอาคารด้านทิศใต้ รื้อรถไฟฟ้า APM ผุดสถานีไฮสปีดแทน ชง ครม.เคาะแผนใหม่กลางปี’64 กรมท่าฯทุ่ม 4.3 พันล้านยกเครื่องสนามบินขอนแก่น ตรัง บุรีรัมย์ สุราษฎร์ธานี อุบลราชธานี

 

นายกีรติ กิจมานะวัฒน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานวิศวกรรมและการก่อสร้าง บมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในปี 2564 ทอท.เตรียมจะลงทุนพัฒนาสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิเป็นสนามบินหลักของประเทศ วงเงินรวม 99,120 ล้านบาท เพื่อรองรับการท่องเที่ยวและธุรกิจการบินจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติในปี 2567

 

ขณะนี้รอสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) อนุมัติแผนการพัฒนาสนามบินดอนเมืองระยะที่ 3 วงเงินลงทุนประมาณ 42,200 ล้านบาท จะก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 3 พื้นที่ 155,000 ตร.ม. สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 18 ล้านคน/ปี ซึ่งเน้นผู้โดยสารระหว่างประเทศเป็นหลัก

 

กลางปีชง ครม.ดอนเมือง เฟส 3

“คาดว่าสภาพัฒน์จะนำเข้าคณะกรรมการ (บอร์ด) ของสภาพัฒน์พิจารณาปลายเดือน เม.ย.ถึงต้นเดือนพ.ค. 2564 นี้”

 

นายกีรติกล่าวอีกว่า ทอท.จะเดินหน้าโครงการคู่ขนานกับการอนุมัติรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งอยู่ระหว่างคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณาการปรับปรุงรายงานเพิ่มเติมการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 3 หาก คชก.และบอร์ดสภาพัฒน์เห็นชอบจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติในช่วงกลางเดือน มิ.ย.-ก.ค. 2564 นี้

 

เร่งสร้างให้เสร็จปี’67

ส่วนแผนงานอื่น ๆ ของการพัฒนาสนามบินดอนเมืองระยะที่ 3 มีอีก 2 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการเพิ่มหลุมจอดเครื่องบิน 12 หลุมจอดทางด้านเหนือ วงเงิน 2,200 ล้านบาท ขณะนี้ออกแบบโครงการเสร็จแล้วอยู่ระหว่างร่างทีโออาร์ คาดว่าจะออกประกาศเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุนได้ในเดือน มิ.ย. 2564 นี้

 

และ 2.โครงการอาคาร JUNCTION BUILDING พื้นที่ร้านค้าและร้านอาหาร และงานก่อสร้างระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ (APM) ช่วงอาคารผู้โดยสารหลังที่ 1 ถึงที่จอดรถด้านใต้ วงเงินประมาณ 10,000 ล้านบาท จะเปิดประมูลรูปแบบ PPP net cost แต่ระยะเวลาของสัญญายังไม่สรุประหว่าง 10 ปี หรือ 15 ปี

 

เสร็จพร้อมรับธุรกิจการบินฟื้นตัว

“น่าจะได้ข้อสรุปเดือน มิ.ย.นี้ จากนั้นก็ออกทีโออาร์ประมูลคาดว่าจะได้เอกชนผู้ชนะในช่วงปลายปีนี้เซ็นสัญญาและเริ่มก่อสร้างต้นปี 2565”

 

โดย ทอท.จะเร่งรัดงานก่อสร้างให้เสร็จเร็วขึ้น จากเดิมกำหนดแล้วเสร็จในปี 2568-2569 เป็นภายในปี 2567 เพื่อให้รองรับกับการกลับมาของธุรกิจการบินที่ซบเซาจากภาวการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระหว่างปี 2563-2564 ซึ่งประเมินว่าจะใช้เวลาอีก 2-3 ปี หรือในปี 2567 ธุรกิจการบินจะกลับมาฟื้นตัวเป็นปกติ

 

ดัน North-East-West

นายกีรติกล่าวอีกว่า ส่วนการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิ ระยะที่ 2 หลังจากที่ประชุม ครม.ได้เห็นชอบข้อเสนอของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เกี่ยวกับการป้องกันทุจริตโครงการสนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 2 ในส่วนโครงการส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศเหนือ (north expansion) สนามบินสุวรรณภูมิ วงเงิน 41,260 ล้านบาทแล้วเมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2564

 

“จริง ๆ เรื่องนี้คณะกรรมการพิจารณาแนวทางการเพิ่มขีดความสามารถอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้รับทราบความคิดเห็นเพิ่มเติมของ ป.ป.ช.ตั้งแต่เดือน ม.ค.แล้ว แต่เมื่อ ครม.เห็นชอบต้องเสนอให้คณะกรรมการชุดนี้พิจารณาอีกครั้ง”

 

ปัจจุบันการเดินหน้าลงทุนจะผลักดันทั้ง north expansion ไปพร้อมกับส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารหลังเดิมด้านตะวันออกและตะวันตก (east & west expansion) แต่การก่อสร้างอาจจะเริ่มไม่พร้อมกัน แต่จะผลักดันให้เกิดในเวลาไล่ ๆ กัน

 

ปั้น North รับ Domestic

“เราต้องให้ north expansion เกิดก่อน เพราะต้องดึง domestic ไปอยู่ที่นั่น ตามมาด้วย east expansion เพราะเราจะดึงผู้โดยสารที่มาก่อนเวลาไปเช็กอินที่นั่น ส่วน west expansion จะมาหลังสุดเผื่อทั้ง north และ east expansion รับผู้โดยสารไม่พอ หากทั้ง 3 โครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ คาดว่าสนามบินสุวรรณภูมิจะมีศักยภาพรองรับผู้โดยสารได้มากถึง 120 ล้านคน/ปี” นายกีรติกล่าวและว่า

 

ตัด APM ลดงบฯลงทุน 30%

สำหรับแผนงานการบริหารสนามบินสุวรรณภูมิที่วางไว้เมื่อทั้ง 3 โครงการแล้วเสร็จ จะกำหนดให้ north expansion ไว้รองรับผู้โดยสารในประเทศ เมื่อปรับแผนบริหารใหม่จะทำให้ต้นทุนของโครงการลดลง 30% จาก 42,000 ล้านบาท เหลือประมาณ 28,000-29,000 กว่าล้านบาท

 

โดยตัดเนื้องานรถไฟฟ้าไร้คนขับ (APM) ออก เพราะในอนาคตหากขับรถมาจากมอเตอร์เวย์จะทำทางเชื่อมรอไว้ระยะทาง 1 กม.แทน เพื่อเบี่ยงซ้ายเข้า north expansion ทันที และจะมีอาคารจอดรถขนาด 3,000 คันไว้รองรับ

 

“ทำให้การรับส่งผู้โดยสารจะสามารถจอดรับส่งได้ไม่ติดขัด และปริมาณจราจรที่เคยติดขัดจะหายไปกว่าครึ่ง ส่วนผู้โดยสารที่จะไปอาคารผู้โดยสารหลังเดิม ที่ในอนาคตจะปรับให้รองรับผู้โดยสารระหว่างประเทศ ผู้โดยสารก็สามารถขับรถตรงเข้ามาอีกนิดเดียวก็ถึงแล้ว”

 

เพิ่มจุดเช็กอินล่วงหน้า

ส่วนปัญหาของอาคารผู้โดยสารปัจจุบัน จะพบผู้โดยสารมารอเที่ยวบินก่อนเวลาเป็นจำนวนมาก ตามปกติแล้วผู้โดยสารจะต้องมารอขึ้นเครื่องก่อนเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง แต่ปัญหาคือ มีผู้โดยสารจำนวนมากมารอขึ้นเครื่องเร็วกว่า 3 ชั่วโมง บางคนมารอตั้งแต่ 4-5 ชั่วโมงก่อนขึ้นเครื่อง ทำให้พื้นที่ภายในเกิดความแออัด

 

จึงมีแผนที่จะทำเคาน์เตอร์เช็กอินล่วงหน้า (early check-in) ที่ east expansion เมื่อผู้โดยสารไม่ว่าจะมาแบบส่วนตัวหรือกรุ๊ปทัวร์ เมื่อมาถึงจะให้เช็กอินแล้วเข้าไปรอด้านในได้ทันทีไม่ต้องรออยู่ภายในอาคารผู้โดยสาร รวมถึงอาจจะเพิ่มจุดตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ในส่วนนี้ด้วย

 

ชี้ South Expansion ลงทุนสูง

ส่วนข้อเสนอของ ป.ป.ช.ที่ให้ทำอาคารผู้โดยสารด้านใต้ (south expansion) นั้น นายกีรติระบุว่า เป็นแผนแม่บทเดิมซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนได้เหมือนโครงการรถไฟฟ้า 10 สายในกรุงเทพฯและปริมณฑล ก่อนจะมาเป็น M-MAP อย่างทุกวันนี้ก็ปรับปรุงมาจากแผนแม่บทรถไฟฟ้าในอดีตทั้งนั้น

 

นอกจากนี้ ต้นทุนของ south expansion มีการประเมินไว้คร่าว ๆ อาจจะต้องใช้เงินลงทุนสูงถึง 116,000 ล้านบาท ซึ่งศักยภาพจะรับผู้โดยสารเกิน 120 ล้านคน/ปีได้หรือไม่ เนื่องจากรันเวย์ที่สนามบินสุวรรณภูมิมีเพียง 4 เส้น แต่วงเงินลงทุน north-east-west expansion รวมกันใช้วงเงินลงทุนเพียง 44,000 ล้านบาทเท่านั้นหลังตัดรถไฟฟ้า APM ออก

 

จ่อผุด 1 สถานีไฮสปีด

นอกจากเหตุผลด้านต้นทุนแล้ว หากมองภาพใหญ่ตามแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย ในอนาคตสนามบินสุวรรณภูมิจะต้องรองรับระบบรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งแนวเส้นทางจะมาทาง north expansion แล้วจะลดระยะลอดใต้ดินที่อาคารผู้โดยสารปัจจุบัน

 

โดยช่วงที่ยังยกระดับมีบางส่วนจะอยู่หน้า north expansion พอดี ซึ่ง ทอท.มีแผนจะเสนอขอลงทุนก่อสร้างสถานีรถไฟความเร็วสูงบริเวณหน้า north expansion อีกจุดหนึ่งเพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อการเดินทางระหว่าง north expansion และอาคารผู้โดยสารปัจจุบัน คาดว่าจะใช้วงเงินลงทุน 1,000-2,000 ล้านบาท

 

“ทอท.มีเงินลงทุนเองอยู่แล้ว เมื่อก่อสร้างสถานีดังกล่าวแล้วก็ไม่จำเป็นที่จะต้องลงทุน APM อีก โดยอยู่ระหว่างหารือกับการรถไฟแห่งประเทศไทย”

 

ชง ครม.เคาะแผนใหม่ ก.ค.นี้

นายกีรติกล่าวอีกว่า ส่วนไทม์ไลน์ของโครงการหลังจากขอความเห็นร่วมกับสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) และองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) แล้ว จะขอความเห็นเพิ่มเติมจากคณะกรรมการที่ปรึกษาท่าอากาศยาน (ACC) อีกแห่งหนึ่ง

 

คาดว่าปลายเดือน เม.ย.นี้น่าจะจบ จากนั้นจะนำเสนอคณะกรรมการชุดรองนายกอนุทินพิจารณา เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้วจะส่งกลับไปที่บอร์ดสภาพัฒน์พิจารณาและเสนอ ครม.ได้ในช่วงเดือน ก.ค.นี้

 

ถม 4.3 พันล้านสนามบินภูธร

ด้านแหล่งข่าวจากกรมท่าอากาศยาน (ทย.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในปี 2564 มีแผนจะลงทุนทั้งสิ้น 6 โครงการ มูลค่ารวม 4,312 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเปิดประมูล คาดว่าจะได้ตัวเอกชนภายในเดือน พ.ค. และเริ่มก่อสร้างในเดือน มิ.ย.-ก.ค. 2564

 

ประกอบด้วย 1.ขยายลานจอดเครื่องบิน สนามบินขอนแก่น เพิ่มศักยภาพรองรับเครื่องบิน ขนาด B737 จากเดิม 5 ลำ เป็น 11 ลำ วงเงิน 500 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้าง 2 ปี แล้วเสร็จในปี 2566

 

2.ก่อสร้างต่อเติมความยาวทางวิ่ง พร้อมระบบไฟฟ้าสนามบิน และองค์ประกอบอื่น ๆ สนามบินตรัง เพื่อต่อเติมความยาวทางวิ่งจากเดิม 45×2,100 เมตร เป็น 45×2,990 เมตร วงเงิน 1,800 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี แล้วเสร็จในปี 2567

 

3.ก่อสร้างต่อเติมความยาวทางวิ่ง ขยายทางขับและลานจอดเครื่องบินขนส่งสินค้าและอาคารคลังสินค้า พร้อมระบบไฟฟ้าสนามบิน สนามบินบุรีรัมย์ เพื่อต่อเติมความยาวทางวิ่ง จากเดิม 45×2,100 เมตร เป็น 45×2,900 เมตร วงเงิน 950 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้าง 2 ปี แล้วเสร็จในปี 2566

 

4.ก่อสร้างเสริมความแข็งแรงทางวิ่ง ทางขับขนาน พร้อมระบบไฟฟ้าสนามบินสุราษฎร์ธานี เพื่อเพิ่มศักยภาพรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ได้อย่างปลอดภัย และรองรับจำนวนเที่ยวบินต่อชั่วโมงได้เพิ่มมากขึ้น วงเงิน 800 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้าง 2 ปี แล้วเสร็จในปี 2566

 

5.ก่อสร้างศูนย์ขนส่งผู้โดยสารและปรับปรุงลานจอดรถยนต์ สนามบินสุราษฎร์ธานี เพื่อเป็นศูนย์การขนส่งสำหรับการเชื่อมต่อการขนส่งทางอากาศสู่การขนส่งรูปแบบอื่น ๆ เช่น รถสาธารณะ รถแท็กซี่ อย่างไร้รอยต่อ วงเงิน 131 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้าง 1 ปี แล้วเสร็จในปี 2565

 

และ 6.ก่อสร้างศูนย์ขนส่งผู้โดยสารและปรับปรุงลานจอดรถยนต์ สนามบินอุบลราชธานี เพื่อเป็นศูนย์การขนส่งสำหรับการเชื่อมต่อการขนส่งทางอากาศสู่การขนส่งรูปแบบอื่น ๆ เช่น รถสาธารณะ รถแท็กซี่ อย่างไร้รอยต่อ วงเงิน 131 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้าง 1 ปี แล้วเสร็จในปี 2565

 

ขอบคุณภาพและข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ

https://www.prachachat.net/property/news-643302

 

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

LivingStock Application

ค้นหาล่าสุด

ทําเลที่ถูกค้นหามากที่สุด

แสดงทั้งหมด

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA ศูนย์วิจัย คลองตัน

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ เอกมัย พร้อมพงษ์ ประสานมิตร

อ่อนนุช อุดมสุข

อ่อนนุช อุดมสุข พระโขนง บางจาก ปุณณวิถี

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน เสือใหญ่ เสนานิคม วังหิน รัชวิภา บางเขน

นวมินทร์ รามอินทรา

นวมินทร์ รามอินทรา แฟชั่นไอส์แลนด์ วัชรพล สายไหม หทัยราษฎร์ สุขาภิบาล 5

สะพานควาย จตุจักร

สะพานควาย จตุจักร หมอชิต ประดิพัทธ์ อินทามะระ