Invest

ผู้ชนะตัวจริง บนสนามการลงทุน

Salaryman Estator 2021-01-18 14:57:55

สมมุติว่าคุณเริ่มต้นลงทุนด้วยเงิน 1 ล้าน ปีแรกกำไร 50% ปีถัดมาขาดทุน 50% คุณจะมีเงินเหลือแค่ 7 แสน 5 ตอนสิ้นปีที่สอง อ้าวเห้ย! ไหงงั้น กำไรปี ขาดทุนปี ทำไมมันไม่เหลือเท่าเดิม ! นี่ล่ะครับ ความลับของการสะสมความมั่งคั่งผ่านดอกเบี้ยทบต้น และเป็นคำตอบของคำถามที่ว่า ทำไมคนที่บริหารความเสี่ยงได้ดี ถึงเป็น "ผู้ชนะตัวจริง" บนสนามการลงทุน

 

เป้าหมายของนักลงทุนส่วนใหญ่ ย่อมหนีไม่พ้น “อยากรวย” เราคิดเสมอว่า จะลงทุนยังไงให้รวยไวๆ ทำให้เราชินกับการตั้งเป้าหมายไปที่การสร้างผลตอบแทนสูงสุด ศึกษาข้อมูล อ่านหนังสือ ทำยังไงก็ได้ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนมากที่สุดและเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 

นักลงทุนน้อยคนที่จะพูดถึงความเสี่ยง แต่จริงๆ แล้ว มันคือ “หัวใจ” ของการบริหารความมั่งคั่ง ที่คนส่วนใหญ่มองข้าม เราถึงได้ยินกันบ่อยๆ ว่า “คนส่วนน้อยเท่านั้นที่จะรวยจากการลงทุน”

 

เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น ผมขอเล่าเรื่องของ นาย เจ๋ง และ นาย อ่อน ทั้งสองคนเป็นเพื่อนกัน เรียนวิศวะมาด้วยกัน เจ๋งเก่งทุกเรื่อง สอบได้คะแนนเยอะกว่าอ่อนทุกวิชา เรียกได้ว่ามาในโหมด Winner ทำอะไรก็สำเร็จไปหมด ในขณะที่อ่อน เป็นคนธรรมดา ทำคะแนนได้กลางๆ เกาะ Mean ได้ก็ดีใจละ

 

พอเรียนจบ ทั้งสองคนได้รับเงินตั้งตัวจากทางบ้านคนละ 1 ล้านบาท เพื่อมาลงทุน... นายเจ๋ง เดินต่อตามแบบของคนที่ประสบความสำเร็จมาตลอด ลงทุนหวือหวา ทำกำไรเร็ว สามารถทำกำไรได้ถึง 20% ต่อปี ซึ่งเหนือกว่าค่าเฉลี่ยของคนทั่วไปอย่างมาก ในขณะที่อ่อนยังคงเส้นทางในแบบของคนกลางๆ ลงทุนด้วยวิธีที่เรียบง่าย ทำกำไรได้ตามค่าเฉลี่ยทั่วไปที่ 10% อ่อนคิดเสมอว่า ขับช้าหน่อยไม่เป็นไร ขอแค่ไม่แหกโค้งเป็นพอ

 

โลกการเงินมีปัจจัยมากมายที่ยากจะควบคุม เกิดทั้งวิกฤตเล็กและใหญ่อยู่บ่อยครั้ง ด้วยวิธีการลงทุนของเจ๋งที่เน้นความเร็วและแรง ถึงแม้เจ๋งจะฉลาดหลักแหลม ก็มีแหกโค้งบ้างอยู่ดี แน่นอนว่า ด้วยฝีมือระดับเทพ น้อยครั้งมากที่เค้าจะแหกโค้ง เกิดขึ้นเพียงแค่ ทุกๆ ประมาณ 5 ปี เท่านั้นเอง แหกโค้งแต่ละทีก็โดนไปประมาณ 40% ไม่มาก ไม่น้อย

 

คำถามคือ… ถ้าผ่านไป 20 ปี คุณคิดว่า ใครจะรวยกว่ากันครับ ? ระหว่าง เจ๋งผู้ฉลาดหลักแหลม กับ อ่อน คนธรรมดาที่ลงทุนแบบเน้นมั่นคง

 

ใช่ครับ ! คำตอบอยู่ในรูปที่คุณเห็นตั้งแต่ต้นของบทความนี้แล้ว !เส้นสีเขียวคือเส้นทางความมั่งคั่งของอ่อน ในขณะที่ เส้นสีแดงคือเส้นทางของเจ๋ง (ตลอดระยะเวลา 20 ปี)

 

ในมุมมองของผม สิ่งที่เห็นได้ชัดจากเรื่องนี้มี 2 อย่าง

1) คนที่ลงทุนแบบเน้นความเร็วแบบเจ๋งจะโตไวกว่ามากในช่วง 5 ปีแรก ก่อนที่จะแหกโค้งรอบแรก

2) ในระยะยาว คนที่ลงทุนแบบธรรมดา โดยเน้นจัดการความเสี่ยงแบบอ่อนกลับกลายเป็น “ผู้ชนะตัวจริง” พอจบปีที่ 20 เงินของ อ่อน โตจาก 1 ล้าน กลายเป็น 6.7 ล้าน ในขณะที่ เจ๋งมีเพียงแค่ 2.4 ล้าน ห่างกันมาก เกือบ 3 เท่า !!!

 

เรื่องนี้ นอกจากจะแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดการความเสี่ยงแล้ว ยังแสดงให้เห็นว่า คนที่ยึดมั่นในเส้นทางที่ตัวเองเลือกเท่านั้น ถึงจะไปถึงเป้าหมายได้… ลองคิดดูสิครับ ถ้าผ่านไป 3 ปี แล้วอ่อนเกิดหันไปดูพอร์ทเจ๋งที่โตไวกว่า (ณ ขณะนั้น) แล้วเกิดความอิจฉาไปลงทุนตามแบบเจ๋ง รับรองว่า ผลลัพธ์ของอ่อนเมื่อผ่านไป 20 ปี จะแย่ยิ่งกว่าเจ๋งในเส้นสีแดงซะอีก ไม่ต้องพูดถึงว่า ถ้าผ่านไป 3 ปี แล้วอ่อนเห็นว่าพอร์ทตัวเองโตช้ามาก เอาเงินไปใช้จนหมด อันนั้นพอครบ 20 ปี น่าจะเหลือ 0 บาท 

 

ถ้าต้องเลือกแค่ 1-2 อย่าง ให้ยึดมั่น เพื่อสร้างความมั่งคั่ง ผมจะเลือก 1) “บริหารความเสี่ยง”เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้พอร์ทของเราเจออุบัติเหตุหนัก และ 2) “ยืนหยัดตามแนวทางที่เราถนัด” คิดเสมอว่า ถ้าคุณเล่นบาสเก่งก็จงเล่นบาสต่อไป อย่าเปลี่ยนไปเตะบอลแค่เพราะเงินรางวัลมันเยอะกว่า เพราะสุดท้ายแล้ว เงินรางวัลนั้นมันก็จะไม่ได้เป็นของคุณอยู่ดี 

 

แค่คุณมี 2 ข้อนี้ ไม่ต้องเก่งล้นฟ้าเลยครับ คนธรรมดาๆ ก็สามารถเป็น “ผู้ชนะตัวจริง” และ ประสบความสำเร็จทางการเงินได้ 

 

ขอให้คุณมีสุขภาพทางการเงินที่แข็งแรงครับ #SalarymanEstator

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

LivingStock Application

ค้นหาล่าสุด

ทําเลที่ถูกค้นหามากที่สุด

แสดงทั้งหมด

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA ศูนย์วิจัย คลองตัน

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ เอกมัย พร้อมพงษ์ ประสานมิตร

อ่อนนุช อุดมสุข

อ่อนนุช อุดมสุข พระโขนง บางจาก ปุณณวิถี

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน เสือใหญ่ เสนานิคม วังหิน รัชวิภา บางเขน

นวมินทร์ รามอินทรา

นวมินทร์ รามอินทรา แฟชั่นไอส์แลนด์ วัชรพล สายไหม หทัยราษฎร์ สุขาภิบาล 5

สะพานควาย จตุจักร

สะพานควาย จตุจักร หมอชิต ประดิพัทธ์ อินทามะระ