Invest

อิสรภาพทางเวลา ต้องไปหาจากที่ไหน ?

Salaryman Estator 2020-10-05 13:38:20

 

"อิสระภาพทางเวลาต่างหากหละที่เราใฝ่ฝันหา และข่าวดีคือ อิสระภาพที่ว่านี้เป็นไปได้" นี่คือสิ่งที่ผมค้นพบหลังจากลงทุน และทำงานประจำมากว่า 10 ปี เลยอยากเอามาเล่าให้ฟังในบทความนี้ครับ

 

หลายปีก่อน ใคร ๆ ก็พูดถึง อิสระภาพทางการเงิน จริงๆ คำนี้มันฟังดูเท่นะ (ตอนนั้น) ทำให้คนเอาไปใช้เพื่อปลุกความมุ่งมั่นกันอย่างแพร่หลาย ผมเองก็วิ่งตามคำ ๆ นี้อยู่นาน จนวันนึงเหมือนมีอะไรมาดลใจ อยู่ดี ๆ มีคำถามวิ่งเข้ามาในหัว...

 

นาย ๆ ถ้านายมีอิสระภาพทางการเงินแล้วยังไงต่อ ?

 

แล้วไอ้อิสระภาพที่ว่าหนะมันเท่าไหร่ ?

 

แล้วถ้าไม่รู้ว่าเท่าไหร่ เราไม่ต้องวิ่งตามหามันไปตลอดเลยหรอ ??

 

แล้วถ้าต้องวิ่งตามหาอิสระภาพไปตลอด มันจะยังเรียกว่าอิสระภาพได้อยู่อีกหรอ ???

 

พอเจอคำถามนี้เข้าไป ผมรู้สึกสตั้นไปหลายวินาที เหมือนโดนตบหน้าเข้าอย่างจัง รู้สึกเหมือนสิ่งที่เราวิ่งตามหามาหลายปีมันว่างเปล่า อีกใจนึงก็อยากเถียง อยากมีคำตอบอะไรซักอย่าง เพื่อมาสนับสนุนสิ่งที่ตัวเองวิ่งตามมาหลายปี เพื่อให้ตัวเองสบายใจว่าไม่ได้วิ่งตามความว่างเปล่า... แต่ผมก็ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนให้กับคำถามพวกนี้จริง ๆ

ขอบคุณภาพจาก rcf.fr

 

อยากมีอิสระภาพทางการเงิน อยากมีเงินเยอะ ๆ แต่ไม่รู้ว่าที่ว่าเยอะหนะมันเท่าไหร่ และจุดไหนที่เรียกได้ว่าอิสระ... ลึก ๆ แล้ว ความรู้สึกของการวิ่งตามเป้าหมายที่ไม่เห็นปลายทางนี่หละครับ ที่ทำให้คนท้อแท้ และหมดกำลังใจ ที่สำคัญคือ คงไม่มีใครอยากได้เงินไปนอนกอดเฉย ๆ เพราะฉะนั้น Final Target จริง ๆ มันไม่ควรจะเป็นตัวเงิน เงินเป็นแค่เครื่องมือเพื่อให้ไปถึงเป้าหมาย

 

หลังจากนั่งตกผลึกในประเด็นนี้อยู่นาน ผมก็พบว่า สิ่งที่ผมต้องการจริง ๆ ไม่ใช่อิสระภาพทางการเงินหรอกครับ แต่เป็นอิสระภาพทางเวลา ที่ทำให้เราสามารถเลือกใช้เวลาไปกับสิ่งที่เรารักได้อย่างเต็มที่ สิ่งที่เรารักในที่นี้มีหลากหลายมิตินะครับ ไม่ว่าจะเป็น งานที่เรารัก Passion ที่เราฝันมานาน อยากทำมันให้เป็นจริง แต่เราไม่เคยมีเวลาไปดูแลมันเลย จน Passion ขึ้นสนิมจมหายไปตามเวลา

 

ไม่ว่าจะเป็น การใช้เวลากับคนที่เรารัก ผมเชื่อว่าลึก ๆ แล้ว คนเราทุกคนมีคนที่เราอยากทำให้เค้ามีความสุข แล้วเราจะมีความสุขไปด้วย แต่บางครั้งเราอาจหลงลืมไปเพียงเพราะว่า "ช่วงนี้ยุ่งอยู่" ไม่ว่าจะเป็น สุขภาพ ซึ่งคนทุกคนรู้ว่ามันเป็นเรื่องสำคัญ แต่มีคนไม่เยอะที่ดูแลมันได้ดีจริง ๆ หลากหลายครับ นานาจิตตัง ไม่มีผิด ไม่มีถูก คนทุกคนย่อมมีเป้าหมายที่อยากจะใช้เวลาไม่เหมือนกัน

 

แต่ที่เหมือนกันคือ เราอยากมีอิสระในการเลือกใช้เวลาของเราเอง หรือที่ผมเรียกว่า "อิสระภาพทางเวลา"

 

ขอบคุณภาพจาก veteranstoday.com

 

พอตกผลึกได้แบบนี้แล้ว ผมก็เริ่มแกะรอยต่อทันที โอเค ๆ ตอนนี้รู้แล้วหละว่าอยากมีอิสระภาพทางเวลา แล้วใครห้ามหละ ? ก็เริ่มตอนนี้เลยสิ ... เอ่อ ใจเย็นครับ ! มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ไม่ใช่คิดวันนี้พรุ่งนี้ทำได้เลย เอาแบบโลกไม่สวย คนเรายังไงก็ต้องกินต้องใช้ มีคนที่ต้องดูแล เราจะเลือกทำอะไรตามที่เราอยากไม่ได้หรอกครับ ถ้าท้องของเราและคนที่เรารักยังร้องอยู่

 

ใช่ครับ ! ข้อจำกัดที่ฉุดรั้งไม่ให้เราเลือกใช้เวลาของเราได้อย่างอิสระ ก็คือปากท้องเราเองนี่หละครับ ไม่ว่าจะเป็น ปัจจัย 4 หรือ ความต้องการอื่น ๆ ที่ใจเราเรียกร้อง มันต้องใช้เงินทั้งนั้น เพราะฉะนั้นการมีรายได้เข้ามาทุกเดือนให้พอกับความต้องการพื้นฐาน คือขั้นตอนแรกของ อิสระภาพทางเวลา

 

รู้แบบนี้แล้ว ยกกระดาษกับปากกาขึ้นมาเลยครับ เขียนความต้องการพื้นฐานทั้งหมด จะได้ตัวเลขค่าใช้จ่ายรายเดือนออกมาก้อนนึง ซึ่งตัวเลขนี้แต่ละคนจะไม่เหมือนกันนะครับ แล้วแต่ Life Style และความจำเป็น

ขอบคุณภาพจาก youngevityrc.com

 

สมมุติว่าได้ออกมา 20,000 บาทต่อเดือน คำถามถัดมาคือ เราต้องมีรายได้เข้ามาเท่าไหร่หละถึงจะเรียกว่าเป็นอิสระภาพทางเวลา ? โดยส่วนตัวผมเอา 1.5 ไปคูณครับ จะได้มีส่วนเผื่อสำหรับความไม่แน่นอนและเงินเฟ้อไว้ซัก 50% ซึ่งจากตัวอย่างนี้ แปลว่าเราต้องหารายได้ให้ได้ 30,000 บาทต่อเดือน

 

มาถึงคำถามสำคัญ แล้วเราจะหา 30,000 บาทต่อเดือนมาได้ยังไง โดยที่ยังเป็นอิสระอยู่ ? จริง ๆ คำตอบของคำถามนี้กว้างมาก ๆ ผมขอยกตัวอย่างแค่ที่ผมใช้อยู่จริงละกันนะครับ

 

1) เงินปันผลจากหุ้น

เน้นสะสมหุ้นปันผล ที่มีกำแพงเมืองแข็งแกร่ง ขอเน้นคำว่าแข็งแกร่ง ! อย่าลืมนะครับ ว่าโจทย์ของเราคือความอิสระและสบายใจ ซึ่งแน่นอนว่าเราต้องการหุ้นที่ปันผลได้อย่างต่อเนื่อง และเพิ่มขึ้นในระยะยาว ไม่ใช่หุ้นที่ปันผลเยอะแค่ปีเดียวแล้วไม่ปันผลอีกเลย 

 

2) บ้านเช่า คอนโดเช่า

ข้อนี้ผมว่าทุกคนรู้ว่าได้เงินรายเดือนดี แต่ที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้คือ บ้านเช่าไม่เหมือนหุ้นนะครับ คุณต้องบริหารมันเองเยอะพอสมควร เพราะฉะนั้นถ้าไม่ได้ชอบสายนี้จริง ๆ อย่าเลือกทางเลือกนี้ครับ ไม่งั้นสุดท้ายคุณอาจจะรู้สึกอึดอัดแทนที่จะได้เป็นอิสระ

 

3) หุ้นกู้ เงินฝาก

ซึ่งแน่นอนว่าอัตราดอกเบี้ยมันจะต่ำหน่อย แต่ข้อดีคือสภาพคล่องมันสูง สามารถโยกเงินไปลงในหุ้นหรือบ้านเช่าได้ ในเวลาที่ต้องการ

 

4) งานที่คุณรัก

ข้อนี้สำคัญมาก ๆๆๆๆ คนส่วนใหญ่คิดว่าจะเป็นอิสระได้ต้องเลิกทำงาน อันนี้ผมไม่เห็นด้วยเลย อย่างพี่หนุ่ม Money Coach เค้ามีอิสระภาพทางเวลาไปนานแล้ว แต่เค้าก็ยังทำงานที่เค้ารักอยู่ตลอดสุดท้ายแล้วเรายังทำงานอยู่นั่นหละครับ แค่จุดประสงค์ของการทำงานเปลี่ยนจากการทำงานเพื่อเงิน เป็นการทำงานเพื่อตอบโจทย์ชีวิตในมุมที่เราต้องการ ซึ่งหลาย ๆ ครั้งมันยังได้รายได้อยู่นะ 🙂

 

กลับไปที่ตัวอย่าง 30,000 บาท ถ้าคุณอยากได้ 10,000 จากหุ้น คุณอาจะต้องค่อย ๆ เก็บเงินทุกเดือนจนพอร์ทโตซัก 2.4 ล้าน (คิดจากปันผล 5%) ซึ่งมันฟังดูเยอะ แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ได้เกินเอื้อมนะครับ ถ้าเราเก็บเงินทุกเดือน และศึกษาการลงทุนอย่างจริงจัง หรือถ้าใครอยากให้เร็วกว่านั้น ก็ศึกษาการลงทุนอสังหาฯ ควบคู่ไปด้วยครับ เพราะมันเป็นการลงทุนเดียวที่คนทั่วไปสามารถลงทุนหลักล้านได้ โดยใช้เงินธนาคาร

 

ถ้าคุณอยากได้ 10,000 จากคอนโดให้เช่า อันนี้ยิ่งชัด ว่าเป็นไปได้ คุณแค่ต้องหาทางเป็นเจ้าของคอนโดให้ได้ซักห้อง (แบบที่ผ่อนธนาคารหมดแล้ว) ถ้าคุณอยากได้ 10,000 จากงานที่รัก อันนี้ผมเชื่อว่าไม่ต้องอธิบายเยอะ มีตัวอย่างให้เห็นมากมาย คุณแค่ต้องเข้าใจว่า งานที่เรารักมันอาจไม่ได้สร้างรายได้ตั้งแต่วันแรกที่ลงมือทำ เราถึงควรเริ่มทำมันตั้งแต่วันนี้เลย วันที่เรายังมีรายได้จากงานอื่นอยู่

 

ลองดูนะครับ เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณมีรายได้จาก 4 ช่องทาง เกินระดับที่คำนวณไว้ นั่นหมายถึงคุณมีอิสระภาพทางเวลาแล้วครับ !

 

มันอาจจะฟังดูยาก แต่เชื่อผมเถอะครับว่ามันไม่ได้ไกลเกินเอื้อม ทุกคนทำมันได้ และอีกเหตุผลที่ผมชอบเส้นทางนี้มาก ๆ คือ มันตอบโจทย์ Final Target ได้อย่างชัดเจนว่าอยู่ตรงไหน และเราทำไปเพื่ออะไร แน่นอนว่าการเห็นตัวเองก้าวเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้นทุกปี ก็เป็นน้ำยาหล่อเลี้ยงอย่างดีให้เรามุ่งมั่น และก้าวต่อไป

ขอบคุณภาพจาก writingsoflife.com

 

นี่หละครับ "ประตูทางออก" ทางออกจากปัญหาการวิ่งตามความว่างเปล่า ถ้าคุณอยากมีอิสระภาพทางเวลา และเป็นเจ้าของเวลาแต่ละวินาทีที่คุณมี (อย่างแท้จริง) ลองวิ่งมาที่ประตูนี้เลยครับ เพื่อเน้นย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของเรื่องนี้ ผมเลยเปลี่ยน Logo ของ Salaryman Estator เป็นประตูสีฟ้า ในวันที่ลงบทความฉบับนี้

 

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับคุณครับ

#SalarymanEstator

 

อ่านอะไรต่อดี ?

5 ข้อ คัดกรองผู้เช่าดี ไม่มีเจ็บ

เล่นจริง เจ็บจริง ไม่ใช้สแตนอิน

แผนการลงทุน สำหรับทศวรรษ 2020

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

LivingStock Application

ค้นหาล่าสุด

ทําเลที่ถูกค้นหามากที่สุด

แสดงทั้งหมด

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA ศูนย์วิจัย คลองตัน

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ เอกมัย พร้อมพงษ์ ประสานมิตร

อ่อนนุช อุดมสุข

อ่อนนุช อุดมสุข พระโขนง บางจาก ปุณณวิถี

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน เสือใหญ่ เสนานิคม วังหิน รัชวิภา บางเขน

นวมินทร์ รามอินทรา

นวมินทร์ รามอินทรา แฟชั่นไอส์แลนด์ วัชรพล สายไหม หทัยราษฎร์ สุขาภิบาล 5

สะพานควาย จตุจักร

สะพานควาย จตุจักร หมอชิต ประดิพัทธ์ อินทามะระ