News

จะเดินทัพให้ดี ต้องดูเมฆหมอก-พายุ

LivingInsider Report 2019-07-30 09:46:29

 

แม่ทัพใหญ่ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ นายไชยยันต์ ชาครกุล เผยมุมมองสัญญาณเศรษฐกิจโลกตกตํ่า กระทบหนักทุกธุรกิจไทย เครื่องยนต์หลักส่งออกท่องเที่ยวลดลง เศรษฐกิจในประเทศซึมยาว เตือนผู้ประกอบการอสังหาฯ เดินทัพ ระมัดระวัง หากลงทุนใหม่ต้องเกาะเรียลดีมานด์ให้แน่น แนะรัฐปลดเงื่อนไขอุ้มกำลังซื้อ พยุงตลาด

 

จับตาศก.โลก

ผลพวงของสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ สร้างผลกระทบเลวร้ายให้กับโลก ส่วนตัวคาดจะไม่คลี่คลายง่ายๆ เพื่อต่างแย่งชิงความเป็นผู้นำโลก เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เศรษฐกิจโลกตกตํ่าเวิลด์แบงก์ ปรับอัตราการเติบโตลดลงจาก 3% เหลือ 2.6% ขณะที่ประเทศเล็กๆ อย่างไทยเองจาก 4.1% เหลือเพียง 3.5% หลายธุรกิจ เช่น ภาคธนาคาร สื่อ ยังมีแนวโน้มลดคนต่อเนื่อง 

 

ขณะที่เครื่องยนต์หลักขับเคลื่อนจีดีพี 65% อย่างการส่งออกติดลบแล้วถึง 5% ในรอบ 20 ปี เพราะผู้ซื้อสำคัญ ยุโรป จีน ญี่ปุ่น เศรษฐกิจก็แย่ ส่วนการท่องเที่ยวปีนี้ก็เอาไม่อยู่ เอสเอ็มอี, เกษตรกรไทยกระทบ ฉะนั้นมนุษย์เงินเดือน ก็เดือดร้อนส่งผลต่อการทำธุรกิจทุกกลุ่มแน่นอน

 

“ภาพใหญ่ กลับหัวจากซ้ายไปขวาภายใน 6 เดือน ลดดอกเบี้ย 3 รอบ ท่ามกลางหลายประเทศตกตํ่า เงินไหลเข้าตลาดทุน พร็อพเพอร์ตีต้องติดตามเรื่องนี้ เพราะจะทำให้ทำธุรกิจยากขึ้น”

 

เตือนระวังลงทุนใหม่

สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย ยอมรับว่าได้รับผลกระทบ และอยู่ในอัตราการเติบโตที่ชะลอตัวชัดเจน คาดคอนโดฯ ซึ่งเดิมเป็นตลาดที่ใหญ่เกินจริงอยู่แล้ว ยอดขายใหม่ติดลบ 20% จากกลุ่มนักลงทุน-ต่างชาติหดหาย ส่วนบ้านแนวราบทรงตัว 

 

ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องระมัดระวังในการลงทุนใหม่ ท่ามกลางปัจจัยลบมากมาย ถ้าเปรียบเป็นกองทัพ “จะเดินทัพให้ดี ต้องดูเมฆหมอกพายุ” โดยควรหันมาเน้นตลาดสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่จริงเป็นหลัก เพราะส่วนใหญ่เป็นการซื้อหลังแรไม่กระทบ LTV

 

“ชะลอตัวแค่ในคอนโดฯ แนวราบไม่กระทบ การที่บริษัทใหญ่หลายแห่ง ชะลอแผนปรับทิศ สะท้อนถึงความตระหนักรู้ ถึงความเจ็บปวดในอดีต ว่าตัวเองไม่ใช่เทวดา ถือเป็นสัญญาณที่ดีของตลาด”

 

ไม่หวั่นแม้ไฟจี้

นายไชยยันต์ ระบุอย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมตลาดอสังหาฯชะลอตัว แต่บริษัทยังคงอัตราเติบโตได้ต่อเนื่อง เพราะผู้ซื้อเป็นบ้านหลังแรก โดยยอดขายของบริษัท ณ ครึ่งปีแรก อยู่ที่ 3.1 พันล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมาย 58% ของเป้ารวมทั้งปีที่ 5.6 พันล้านบาท จากแผนเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งสิ้น 8-9 โครงการ มูลค่ากว่า 5 พันล้านบาท 

 

โดยตัวเลขยอดขายดังกล่าวสะท้อนถึงความสำเร็จตามกลยุทธ์หลัก และทิศทางการดำเนินงานรูปแบบควบคุมความเสี่ยง เพื่อปรับให้สอดรับกับสถานการณ์ตลาด ณ ปัจจุบัน

 

ฝากรัฐบาลใหม่

ทั้งนี้ แม้ตลาดอสังหาฯจะมีปัจจัยบวกจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับตํ่า ซัพพลายคอนโดฯเปิดใหม่ลดน้อยลง ส่งผลราคาที่ดินทรงตัว รอวันปรับสมดุลนั้น แต่ในแง่การกระตุ้นตลาดอสังหาฯยังเป็นสิ่งจำเป็นที่รัฐจะต้องเร่งสนับสนุน เพราะเป็นหนึ่งในธุรกิจที่จะช่วยฟื้นเศรษฐกิจได้ 

 

แนะดับเครื่องมาตรการ LTV ลงชั่วคราวเพราะใช้ผิดเวลา เพื่อให้ผู้ต้องการบ้าน เช่นเด็กจบใหม่ กลุ่มคนเริ่มทำงาน กำลังซื้อกลุ่มใหญ่เข้าถึงสินเชื่อมากขึ้น เร่งสานต่อนโยบายการลงทุนขั้นพื้นฐานเดิม เพื่อก่อให้เกิดภาพการท่องเที่ยว ดึงดูดดีมานด์ชาวต่างชาติ และเป็นโอกาสของพื้นที่พัฒนาและโปรดักต์ใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดมากขึ้น 

 

พร้อมขอให้ทบทวนโครงการบ้านล้านหลัง, บ้านประชารัฐ ปรับเพิ่มเงื่อนไขราคาบ้านมากกว่า 1 ล้านบาทเพื่อให้สอดคล้องกับซัพพลายในตลาด เช่นเดียวกับมาตรการลดค่าโอน จดจำนอง ลดหย่อนภาษีบ้านไม่เกิน 5 ล้าน ควรปรับเปลี่ยนให้ตรงจุด

 

ขอบคุณข่าวจาก ฐานเศรษฐกิจ

http://www.thansettakij.com/content/405661

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

LivingStock Application