News

KK เบ่งสินเชื่อบิ๊กแบรนด์ฝ่าด่านLTV ชี้หมดยุคคบมือสมัครเล่นเล็งปั้นแบรนด์ KKPว่าดี

LivingInsider Report 2018-12-21 11:32:05

KK เบ่งสินเชื่อบิ๊กแบรนด์ฝ่าด่านLTV ชี้หมดยุคคบมือสมัครเล่นเล็งปั้นแบรนด์”KKPว่าดี”

 

ขวัญใจบริษัทอสังหาฯกลางรายเล็ก “KK-เกียรตินาคิน” รีโมเดลแผนปล่อยสินเชื่อพรีไฟแนนซ์ 360 องศา ไล่ล่าลูกค้าผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ ปีหน้าเพิ่มเป้าสินเชื่อผู้ประกอบการจากปี 61 เป้าปล่อยกู้ 7.4 พันล้านบาท

 

ปี 62 เป้าเฉียดหมื่นล้านบาท ดันพอร์ตพรีไฟแนนซ์รวมโต 8% เล็งปั้นแบรนด์ “KKP ว่าดี” การันตีโครงการขายดี ผ่าน 4 องค์ประกอบ “ดีเวลอปเปอร์ดี โลเกชั่นดี โปรดักต์ดี การเงินดี” ฟันธงมาตรการแบงก์ชาติสกัดฟองสบู่อสังหาฯ ไม่กระทบลูกค้าบริษัท รวมทั้งแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นถึงยังไงคนก็ยังต้องซื้อที่อยู่อาศัย

 

นายสำมิตร สกุลวิระ ประธานสายสินเชื่อธุรกิจ ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) หรือ KK บริษัทในกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากเข้ามารับตำแหน่งได้ 1 ปีครึ่งที่เกียรตินาคิน มีการปรับกลยุทธ์ดำเนินงานสำหรับสินเชื่อพรีไฟแนนซ์หรือสินเชื่อผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์โดยไม่ได้โฟกัสเฉพาะผู้ประกอบการรายกลาง-เล็กอีกต่อไป แต่เพิ่มพอร์ตสินเชื่อผู้ประกอบการรายใหญ่มากขึ้น ปัจจุบัน KK ปล่อยสินเชื่อให้กับบิ๊กแบรนด์ทุกราย ยกเว้นค่ายแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์

 

ปี”62 เบ่งพอร์ตบิ๊กแบรนด์

ข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2561 ธนาคารมียอดการปล่อยสินเชื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ 25,943 ล้านบาท ขยายตัว 21.9% จากสิ้นปี 2560 มาจากการที่ธนาคารได้เริ่มขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มลูกค้าที่มีขนาดใหญ่มากขึ้นตั้งแต่ปี 2560

 

ล่าสุดแผนธุรกิจปี 2562 ทิศทางมุ่งไปหาการปล่อยสินเชื่อพรีไฟแนนซ์ให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ (listed company) ตั้งเป้ายอดปล่อยสินเชื่อโต 8% โดยปี 2561 เป้าสินเชื่อพรีไฟแนนซ์บิ๊กแบรนด์ 7,400 ล้านบาท ปี 2562 เพิ่มเป็น 9,200 ล้านบาท เทียบกับเป้าสินเชื่อบริษัทนอกตลาด (nonlisted company) หรือกลุ่มผู้ประกอบการรายกลาง-เล็กอยู่ที่ 19,100 ล้านบาทเท่าเดิม

 

“เนื่องจากพอร์ตผมเล็ก ปีหน้าปล่อยพรีไฟแนนซ์ไม่ได้ยาก ผมเคยบริหารพอร์ตสินเชื่อพรีไฟแนนซ์ 2 แสนล้านบาทมาแล้ว ตอนนี้เพิ่งมี 5 หมื่นล้าน ทะเลกว้างใหญ่มีที่ให้เราหากินอีกเยอะ ปีหน้าโต 8% แน่นอน”

 

ประเมินผลกระทบ LTV

ทั้งนี้ จากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกมาตรการสกัดฟองสบู่อสังหาฯ ภายใต้มาตรการ LTV-loan to value ลดเพดานสินเชื่อของสถาบันการเงินในการขอกู้ซื้อที่อยู่อาศัยหลังที่ 2 เป็นต้นไป ซึ่งมีผลเท่ากับต้องเพิ่มวงเงินดาวน์มากขึ้น และกำหนดเวลามีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2562 นั้น

 

นายสำมิตรกล่าวว่า มาตรการ LTV ของแบงก์ชาติต้องบอกว่าไม่กระทบทางตรงกับพอร์ตสินเชื่อพรีไฟแนนซ์ เนื่องจากเป็นการปล่อยกู้ให้กับดีเวลอปเปอร์หรือผู้ประกอบการเป็นหลัก แต่อาจกระทบทางอ้อมในกรณีที่ดีเวลอปเปอร์เริ่มมีความยากลำบากในการโอนที่อยู่อาศัยให้กับลูกค้า

 

กรณีนี้ KK มีแพ็กเกจช่วยเหลือผู้ประกอบการไว้รองรับเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากการเพิ่มเงินดาวน์ซื้อบ้านแนวราบและคอนโดมิเนียมหากต้องเพิ่มเงินดาวน์อาจมีปัญหาทำให้การโอนทำได้ช้าลงกว่าปกติ

 

“อสังหาฯรายกลาง-รายเล็กเรียกว่ากระทบก็กระทบ ไม่กระทบก็ไม่กระทบ เพราะว่าเขาก็จะบอกว่าเขาไม่ได้ทำสินค้าเกิน 10 ล้าน ส่วนถ้าเป็นบ้านหลังที่ 2 ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคอนโดฯซึ่งผู้ประกอบการรายเล็กทำคอนโดฯค่อนข้างน้อยกว่าบิ๊กแบรนด์ ส่วนใหญ่จะทำโครงการแนวราบเป็นหลัก”

 

แนวโน้มโครงการห้องชุดต้องใช้ระยะเวลาในการขายยาวขึ้น หรือใช้เวลายาวขึ้นในการโอนสินค้าเพราะลูกค้าอาจมีปัญหากู้ยาก รวมทั้งลูกค้ากลุ่มซื้อลงทุนก็ต้องมีทุนเยอะขึ้น ไม่สามารถเก็งกำไรโดยใช้เงินดาวน์ต่ำ ๆ ได้อีกต่อไป

 

ดอกเบี้ยขาขึ้นคนก็ยังซื้อบ้าน

ปัจจัยกระทบภาคอสังหาฯยังรวมถึงแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น นายสำมิตรกล่าวว่า ต้นทุนการเงินปี 2562 เทรนด์ดอกเบี้ยต้องขึ้นตามตลาด อย่างไรก็ตาม สินเชื่อบ้านเป็นสินเชื่อรีเทลที่ราคาถูกที่สุดแล้ว เพราะเป็นสินเชื่อมีหลักประกันทำให้คุณภาพการปล่อยสินเชื่อดีกว่าสินเชื่อรถยนต์กับสินเชื่อส่วนบุคคล

 

และแม้ว่าจากสถานการณ์ที่ประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นอาจทำให้กำลังซื้อประชาชนช้าลงก็ตาม มองว่าถึงยังไงผู้บริโภคก็ยังมีเงินในกระเป๋า แตกต่างจากยุคที่ประเทศไทยประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ที่ผู้บริโภคหรือคนทำงานส่วนใหญ่ตกงาน แต่ยุคนี้คนยังมีงานทำ ในขณะที่เศรษฐกิจโดยรวมยังโตอยู่ ถึงแม้จะโตช้าแต่คนก็ยังมีงานทำอยู่

 

“พอร์ตของเรามีหมดทั้งผู้พัฒนาโครงการอสังหาฯรายเล็ก-รายกลาง-รายใหญ่ อาทิ แสนสิริตอนนี้ก็มีแล้ว ซึ่งพอร์ตลูกค้ารายใหญ่เพิ่งมาเพิ่มตอนที่ผมเข้ามาทำงานที่เกียรตินาคิน ในวงการตอนนี้ผมมีลูกค้ารายใหญ่ทุกเจ้ายกเว้นค่ายแลนด์ฯ”

 

ดูแลแพ็กเกจเงินกู้รายบริษัท

สำหรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจในการปล่อยสินเชื่ออสังหาฯ นายสำมิตรกล่าวว่า KK มีแพ็กเกจที่จะช่วยผู้ประกอบการรายกลาง-เล็ก “Partner of Your Success-ทำทุกอย่างเพื่อให้คุณประสบความสำเร็จ” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องก่อสร้าง การขาย การโอน โดยเข้าไปช่วยทั้งด้านการปล่อยการเงินและองค์ความรู้

 

“เราเข้าไปช่วยโดยทำความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ว่าขายยังไงโอนยังไง และสนับสนุนด้านการเงิน เป็นแพ็กเกจเฉพาะตัวหลังจากทำความเข้าใจแล้วว่าบริษัทต้องการอะไร โดยดีเวลอปเปอร์แต่ละรายมีแพ็กเกจดูแลไม่เหมือนกัน”

 

“บางทีสิ่งที่เขาต้องการอาจไม่ใช่สิ่งที่ดี เช่น ทำแบบนี้มันผิดเราจะแนะนำว่าเอาแบบนี้ดีกว่า เพราะผมทำคอมเมอร์เชียลเลนดิ้ง ไม่ได้ทำแบบโพลิซี เช่น ใครก็ตามที่อยู่ติดริมแม่น้ำจะต้องได้พ็กเกจแบบเดียวกันหมด มันไม่ใช่ ตอนนี้ทยอยคุยกับลูกค้า KK ไปหมดแล้ว”

 

นายสำมิตรยกตัวอย่างบริษัท A เดือดร้อนเรื่องการเงิน ต้องการวงเงินสูงโดยบริษัทมีที่ดินมาแล้ว ต้องการค่าก่อสร้างธนาคารก็ให้สินเชื่อค่าก่อสร้างเพื่อการันตีว่าโครงการสร้างเสร็จแน่นอน บางกรณีผู้รับเหมามาเบิกเงินตรงกับธนาคารหรือบางรายมีเงินเยอะในระหว่างซื้อที่ดิน และยังไม่อยากได้วงเงิน ธนาคารก็ตั้งวงเงินสินเชื่อโดยนำที่ดินมาจำนองไว้กับธนาคาร อยากใช้วงเงินก็ใช้ไม่อยากใช้ก็ไม่ต้องเบิกเงินมาใช้ เป็นต้น

 

“ตอนนี้เราไม่คบกับดีเวลอปเปอร์มือสมัครเล่น เปลี่ยนนโยบายแล้ว สมัยก่อนเราอาจจะคบมือสมัครเล่น ตอนนี้เราคบมืออาชีพอย่างเดียว ยกเว้นว่ามีหลักฐานว่าทำเป็นหรือไม่ก็ฐานะร่ำรวย ถ้าโครงการไม่สำเร็จถึงยังไงก็มีเงินจ่ายหนี้สินเชื่อได้”

 

แคมเปญใหม่ “KKP ว่าดี”

เรื่องใหม่ของแผนธุรกิจ นายสำมิตรกล่าวว่า ปี 2562 กำลังมีแนวคิดจัดทำแคมเปญสื่อสารแบรนด์ภายใต้โลโก้ “KKP ว่าดี” คอนเซ็ปต์เดียวกับการขึ้นป้ายแม่ช้อย นางรำ หรือเชลล์ชวนชิมในธุรกิจร้านอาหาร

 

โดย KKP ว่าดี เมื่อนำไปแปะติดไว้ที่โครงการไหน สร้างการรับรู้ให้กับผู้บริโภคและการันตีว่าเป็นโครงการที่อยู่อาศัยขายดี มีองค์ประกอบ KKP ว่าดี 4 อย่าง คือ “ดีเวลอปเปอร์ดี โลเกชั่นดี โปรดักต์ดี การเงินดี”

 

“ผมอยากมีแบรนดิ้งแบบนั้นเลย จะได้ไม่ต้องมานั่งบอกว่ากู้ KKP ดอกเบี้ยถูกกว่ากู้ไทยพาณิชย์เท่าไหร่ เลิกขายเรื่องนั้นแล้ว เขาอาจอยากจะคบกับผมเพราะว่า KKP ว่าดี เขาขายดีจริง ๆ เพื่อหลีกหนีการต่อสู้เรื่องราคา เราคงต้องมีความแตกต่าง ซึ่งผมเชื่อว่า KKP มีความเข้าใจในลูกค้าที่ทำธุรกิจอสังหาฯมากที่สุดในประเทศไทย พูดได้ว่าทีมเราเก่งที่สุดแล้วในเรื่องอสังหาฯ”นายสำมิตรกล่าว

 

 

ขอบคุณภาพและข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ

 

https://www.prachachat.net/property/news-267940

 

 

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

LivingStock Application