Review

นารายณ์ พร็อพเพอตี้ฯ ส่งท้ายไตรมาส 4 เปิดขายเดอะ พาร์คแลนด์ จรัญ-ปิ่นเกล้า

LivingInsider Report 2018-10-30 13:19:42

นารายณ์ พร็อพเพอตี้ฯ ส่งท้ายไตรมาส 4 เปิดขายเดอะ พาร์คแลนด์ จรัญ-ปิ่นเกล้า

ตึกใหม่ด้านหน้าติดหน้าสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางยี่ขัน เขย่าตลาดคอนโดย่านฝั่งธนฯ

 

“นารายณ์ พร็อพเพอตี้” ส่งท้ายไตรมาส 4 เปิดขายโครงการ“เดอะ พาร์คแลนด์ จรัญ-ปิ่นเกล้า” เขย่าตลาดคอนโดมิเนียมย่านฝั่งธนบุรี ที่สุดของ Facility พร้อมสวนขนาดใหญ่กว่า 3 ไร่ ได้ฤกษ์เปิดขายตึกใหม่ ทาวเวอร์ A อาคารสุดท้ายติดหน้าสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางยี่ขัน ราคาห้องโปรโมชั่นเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท “Big Day” วันที่ 4 พ.ย.นี้ ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ Gift Voucher มูลค่า 10,000 บาท

 

นายเจนต์ชัย ลิ้มวัฒนะกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท นารายณ์ พร็อพเพอตี้ จำกัด เปิดเผยถึงแผนการดำเนินการในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2561 ว่า บริษัทมีแผนเปิดจองโครงการคอนโดมิเนียมพักอาศัยโครงการเดอะ พาร์คแลนด์ จรัญ-ปิ่นเกล้า ทาวเวอร์ A ซึ่งมีจำนวน ยูนิตทั้งสิ้น 542 ยูนิต ราคาห้องโปรโมชั่นเริ่มต้นที่ 1.99 ล้านบาท

 

เป็นอาคารที่ตั้งอยู่ด้านหน้าสุดของโครงการ ติดถนนจรัญสนิทวงศ์ หน้าสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางยี่ขัน ใกล้สี่แยกปิ่นเกล้า ภายใต้แนวคิด “Sustainable Living” การมีคุณภาพชีวิต ในการอยู่อาศัยที่ดี และมีความสุข อย่างยั่งยืน” ทั้งนี้ได้กำหนดเปิดขายอย่างเป็นทางการ “Big Day” ในวันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน นี้ โดยผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อรับสิทธิ์ Gift Voucher มูลค่า 10,000 บาท เมื่อทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดภายในระยะเวลาที่กำหนด  

 

โครงการเดอะ พาร์คแลนด์ จรัญฯ-ปิ่นเกล้า มีพื้นที่โครงการกว่า 11 ไร่ ตั้งอยู่บนถนนจรัญสนิทวงศ์ ซอย 42 ซึ่งถือเป็นถนนสายหลักของคนในย่านนี้  และอยู่ติดสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำ สถานีบางยี่ขัน (โดยคาดว่าเปิดให้บริการได้ในปี 2563)  มูลค่าโครงการประมาณ 6,000 ล้านบาท

 

ประกอบด้วยอาคารสูง 22 ชั้น จำนวน 1 อาคาร 3 ทาวเวอร์ จำนวนทั้งสิ้น 1,784 ยูนิต ขนาด 1 และ 2 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย เริ่มตั้งแต่ 24 -75 ตารางเมตร โดยมี Room types ที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต่างกัน  

 

จัดเต็มด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันที่สุด ได้แก่ สระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาดใหญ่กว่า Half Olympic และ Sport Facilities 3 ชั้น ประกอบไปด้วย Yoga Fly, lounge, Boxing Corner, Fitness, Sauna room แยกชาย-หญิง และ Double Sky Lounge ประกอบไปด้วย Social club, Mini-theater room, Golf simulator room, Co-working space, Meeting room, Lounge และ Roof Top Garden ที่สามารถมองเห็นวิวสะพานพระรามแปดได้ 360 องศา และวิวเกาะรัตนโกสินทร์ได้อย่างงดงาม

 

พร้อมด้วยสวนส่วนกลางขนาดใหญ่กว่า 3 ไร่ มีที่จอดรถรองรับได้จำนวน 925 คัน การเดินทางสะดวกสบายทั้งรถไฟฟ้า และรถยนต์ส่วนตัวเพราะใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอก อยู่ใกล้กับแหล่งช้อปปิ้งชั้นนำ โรงพยาบาล และ มหาวิทยาลัย เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลปิ่นเกล้า, โรงภาพยนตร์เมเจอร์ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยโครงการจะก่อสร้างแล้วเสร็จเดือน เมษายน 2562  


“ปัจจุบันการที่จะหาที่ดินผืนใหญ่กว่า 10 ไร่ ในเมืองและใกล้หน้าสถานีรถไฟฟ้า คงหาได้ยากแล้ว        แต่โครงการนี้เพราะด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่ และโครงการมีขนาดใหญ่ จึงทำให้โครงการของเราโดดเด่นและครบสมบูรณ์ทุกด้าน ทั้งในเรื่องของ Location, Product และ facility ตลอดจนพื้นที่ส่วนกลาง ที่เรากล้าให้ในสิ่งที่มากกว่า

 

ซึ่งขณะนี้จากที่เปิดขายไปแล้ว 2 ตึกก่อนหน้านี้มียอดขายแล้วประมาณ 86% ทั้งนี้บริษัทฯมีโครงการที่พัฒนาในแนวเส้นรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ณ ปัจจุบัน จำนวน 4 โครงการ ประกอบด้วย เดอะพาร์แลนด์ บางแค , เดอะพาร์คแลนด์ เพชรเกษม-ท่าพระ ,เดอะพาร์คแลนด์ จรัญ-ปิ่นเกล้า และเดอะพาร์แลนด์ เพชรเกษม 56” นายเจนต์ชัย กล่าว  


นายเจนต์ชัย กล่าวต่อว่าในส่วนภาพรวมตลาดอสังหาฯ เมื่อเทียบกับ 4-5 ปีก่อน จะเห็นว่ากำลังซื้อภายในประเทศลดลง โดยเฉพาะกำลังซื้อเพื่อการลงทุน ผู้ประกอบการจึงควรปรับแผนการดำเนินงานเข้าสู่โหมดใหม่ (new normal) ซึ่งต้องวางแผนปรับอัตราการขยายตัว อัตราการขาย และอัตราการหมุนเวียนเงินทุนให้เหมาะสมกับภาวะตลาดจริง และสำหรับมาตรการคุมเข้มสินเชื่อบ้านที่ทางแบงค์ชาติ กำลังพิจารณาอยู่นั้น  

 

โดยส่วนตัวเห็นว่าควรออกมาก่อนหน้านี้นานแล้ว เพื่อชะลอการปรับตัวขึ้นของราคาอสังหาฯ ที่เป็นไปอย่างรวดเร็วเกินกว่ากำลังซื้อของผู้บริโภค เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคและ ผู้ประกอบการในระยะยาว  อย่างไรก็ตามการออกมาบังคับใช้มาตรการที่ช้าเกินไป และเข้มงวดเกินไปอาจมีผลกระทบกับ Real Demand มากกว่าชะลอความต้องการเพื่อการลงทุน

 

ซึ่งปรับตัวลดลงกว่าแต่ก่อนเองอยู่แล้ว มาตรการควรต้องหาสมดุล ระหว่างผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบให้ดี ทั้งนี้กลยุทธ์ของผู้ประกอบการ ที่ควรต้องนำมาใช้ในภาวะนี้ คือ Product ต้องดีจริง Location ต้องใช่ ราคาต้องสมเหตุสมผล สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวปกป้องความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตที่ดีที่สุด โครงการที่มีพร้อมตามที่กล่าวมายังขายได้อยู่แน่นอน

 

บริษัท นารายณ์ พร็อพเพอตี้ มีโครงการที่อยู่ระหว่างการขาย จำนวน 6 โครงการ แบ่งเป็นโครงการแนวราบ จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการการฟลอรา ติวานนท์ และ โครงการพาร์ค พรีว่า ถ.เทียมร่วมมิตร และ โครงการคอนโดมิเนียม จำนวน 4 โครงการ ได้แก่ เดอะ พาร์คแลนด์ เพชรเกษม-ท่าพระ, เดอะ พาร์คแลนด์ ระยอง, เดอะ พาร์คแลนด์ เพชรเกษม 56 ,เดอะ พาร์คแลนด์ จรัญ-ปิ่นเกล้า  
 

เขียนความคิดเห็น
บทความล่าสุด