หน้าแรก
ปี 2563 เป็นปีที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงหลายประการในตลาดอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ของประเทศไทย ซีบีอาร์อี ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก รายงานว่า ตลาดอาคารสำนักงานในกรุงเทพมหานครมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดในด้านปริมาณการใช้พื้นที่ที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปี ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในตลาดค้าปลีกลดลง และตลาดโรงแรมพยายามต่อสู้เพื่อรักษากระแสเงินสด
ตลาดอาคารสำนักงาน
การทำงานจากที่บ้านไม่เพียงแต่เป็นมาตรการที่ใช้รักษาระยะห่างทางสังคมในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 เท่านั้น แต่จะเป็นสิ่งที่จะยังคงดำเนินต่อไปหลังจากนี้ หลายบริษัทได้มีการทบทวนกลยุทธ์ในการจัดพื้นที่ทำงาน (Workplace Strategy) และบางแห่งก็เริ่มเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานและสถานที่ทำงานของแต่ละหน่วยธุรกิจในองค์กร
พฤติกรรมการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปรวมถึงแรงกดดันด้านการเงินส่งผลให้ผู้เช่าหลายรายลดขนาดพื้นที่สำนักงานลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอาคารสำนักงานระดับเกรดบีที่ตั้งอยู่นอกใจกลางธุรกิจหรือนอกซีบีดี ซึ่งผู้เช่ามีความอ่อนไหวมากกว่าในเรื่องสภาพคล่องทางการเงิน และการที่ผู้เช่าบางรายไม่สามารถย้ายเข้าสำนักงานได้เพราะไม่สามารถเข้าตกแต่งพื้นที่สำนักงานในช่วงที่มีการล็อกดาวน์ได้
จึงทำให้แผนกวิจัย ซีบีอาร์อี พบว่าในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ ปริมาณการใช้พื้นที่สำนักงานมีเพิ่มขึ้นเพียง 21,000 ตารางเมตร ขณะที่ช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้วเพิ่มขึ้น 128,000 ตารางเมตร แต่อย่างไรก็ตาม แผนกวิจัย ซีบีอาร์อี ยังพบว่า มีการเช่าพื้นที่ล่วงหน้าเกิดขึ้นในกลุ่มธุรกิจที่มีการขยายตัวอย่างอี-คอมเมิร์ซและแพลตฟอร์มด้านเทคโนโลยีที่มีความต้องการใช้พื้นที่สำนักงานเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

จากการสำรวจของแผนกวิจัย ซีบีอาร์อี พบว่าพื้นที่สำนักงานทั้งหมดในกรุงเทพฯ ณ ไตรมาส 3 ปี 2563 มีปริมาณ 9.17 ล้านตารางเมตร เพิ่มขึ้น 2.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยโครงการสำคัญที่แล้วเสร็จในปีนี้คือ สปริง ทาวเวอร์ และเดอะ พาร์ค ที่สร้างแล้วเสร็จในไตรมาสแรก โดยปีนี้มีพื้นที่สำนักงานใหม่เพิ่มเข้าสู่ตลาด 345,900 ตารางเมตร และอัตราพื้นที่ว่างเพิ่มขึ้นจาก 6.9% ณ สิ้นปี 2562 เป็น 8.9% ณ ไตรมาส 3 ปี 2563
ในขณะที่อัตราการใช้พื้นที่โดยรวมในตลาดสำนักงานในกรุงเทพฯ ลดลงเล็กน้อย มาอยู่ที่ 91.1% แต่พื้นที่ที่ปล่อยเช่าได้ดีที่สุดในปีนี้อยู่ในกลุ่มอาคารสำนักงานระดับเกรดเอที่ตั้งอยู่นอกซีบีดี ซึ่งมีพื้นที่สำนักงานในย่านนี้ทั้งหมดเพียง 674,000 ตารางเมตรหรือ 7.4% ของพื้นที่สำนักงานทั้งหมดในตลาดการขยายตัวของระบบขนส่งมวลชนและการพัฒนาของเมืองได้ทำให้อาคารสำนักงานคุณภาพดีนอกซีบีดีซึ่งมีค่าเช่าต่ำกว่าทำเลในซีบีดีอยู่มากได้รับความน่าสนใจมากขึ้น
นางสาวรุ่งรัตน์ วีระภาคการุณย์ หัวหน้าแผนกพื้นที่สำนักงาน ซีบีอาร์อี ประเทศไทย ให้ความเห็นว่า “ในปีนี้ มีการขยับค่าเช่าไม่มากนัก เนื่องจากเจ้าของอาคารสำนักงานส่วนใหญ่ยังคงค่าเช่าในอัตราเดิมเพื่อรักษาผู้เช่า รวมถึงช่วยเหลือผู้เช่าในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ เจ้าของอาคารบางรายยังเสนอส่วนลดพิเศษสำหรับช่วงเวลาสั้นๆ ในไตรมาส 2 และ 3 เพื่อช่วยเหลือธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19”
“ความท้าทายหลักที่ตลาดสำนักงานในกรุงเทพฯ ต้องเผชิญยังคงเป็นเรื่องพื้นที่สำนักงานใหม่อีกกว่า 1.17 ล้านตารางเมตรที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างและมีแนวโน้มที่จะเข้าสู่ตลาดภายในสามปีข้างหน้านี้”

ตลาดพื้นที่ค้าปลีก
ธุรกิจค้าปลีกของไทยต้องเผชิญกับจำนวนผู้เข้ามาใช้บริการในศูนย์การค้าและอำนาจการจับจ่ายใช้สอยของลูกค้าที่ลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคก็ลดลงสู่จุดต่ำสุดในรอบ 20 ปีเมื่อเดือนเมษายน 2563 โดยลดลงมาอยู่ที่ 47.2 แม้ว่าความเชื่อมั่นจะปรับตัวดีขึ้นในเดือนต่อๆ มาแต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ห่างจากช่วงก่อนโควิด-19 ธุรกิจที่หยุดชะงักไปและภาระทางการเงินที่เพิ่มขึ้นได้ทำให้หนี้ครัวเรือน ณ ไตรมาส 2 ปี 2563 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 83.8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จาก 78.9% ในปีที่แล้ว

แผนกวิจัย ซีบีอาร์อี รายงานว่า พื้นที่ค้าปลีกในกรุงเทพฯ มีทั้งสิ้น 7.8 ล้านตารางเมตร ณ ไตรมาส 3 ปี 2563 เพิ่มขึ้น 2.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมาจากโครงการค้าปลีกใหม่ 12 โครงการที่เปิดให้บริการ ซึ่งมีพื้นที่รวม 100,000 ตารางเมตร และสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ตถือเป็นการโครงการที่ใหญ่ที่สุดในปีนี้
ขณะที่อัตราการใช้พื้นที่ค้าปลีกโดยรวมในตลาดยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 96% แต่แผนกวิจัย ซีบีอาร์อี เริ่มเห็นว่าการพัฒนาโครงการค้าปลีกในย่านใจกลางกรุงเทพฯ เริ่มลดลง ซึ่งโครงการลักษณะนี้มักต้องอาศัยความต้องการจากนักท่องเที่ยวมากกว่าคนไทย ซึ่งต่างจากโครงการในย่านรอบนอกใจกลางเมืองและชานเมือง ผู้ค้าปลีกบางรายโดยเฉพาะอาหารและเครื่องดื่ม กำลังพิจารณาลดการใช้พื้นที่ต่อสาขาและเน้นไปที่บริการจัดส่งมากขึ้นตามการเติบโตของการใช้บริการสั่งอาหารออนไลน์ในประเทศไทย

“แนวโน้มในธุรกิจค้าปลีกที่สำคัญในปีนี้ คือ การเติบโตอย่างเห็นได้ชัดของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในไทย และวิธีที่ผู้ค้าปลีกปรับตัวเข้ากับการค้าปลีกออนไลน์หลังจากมีการใช้มาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม เราได้มีการพูดถึงกันมาตลอดถึงเรื่องความจำเป็นในการใช้ช่องทางการค้าที่หลากหลาย (Omni-channel) ในช่วงเวลาที่ตลาดค้าปลีกเกิดการเปลี่ยนแปลง และโควิด-19 ได้เป็นตัวเร่งให้เปลี่ยนแปลงเกิดเร็วขึ้น” นางสาวจริยา ถ้ำตรงกิจกุล หัวหน้าแผนกพื้นที่ค้าปลีก ซีบีอาร์อี ประเทศไทย กล่าว
ธุรกิจค้าปลีกจะฟื้นตัวจากโควิด-19 ได้เร็วเพียงใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่ามาตรการกระตุ้นจากภาครัฐมีประสิทธิภาพเพียงใด เช่น โครงการ “คนละครึ่ง” และ “เราเที่ยวด้วยกัน” รวมถึงจะมีการผ่อนปรนข้อจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศเมื่อใด พื้นที่ค้าปลีก โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ไม่สามารถอาศัยเพียงความต้องการภายในประเทศเท่านั้นในระยะยาว
ตลาดโรงแรม
ธุรกิจท่องเที่ยวซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ได้รับผลกระทบอย่างมากในปีนี้ เนื่องจากไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาตั้งแต่ไตรมาส 2 โดยจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมดในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2563 อยู่ที่ 6.7 ล้านคน เทียบกับเกือบ 30 ล้านคนในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว
โรงแรมในกรุงเทพฯ มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยต่ำสุดอยู่ที่ 6.7% ในเดือนเมษายนหลังจากมีการล็อกดาวน์ในประเทศ แต่ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 13.7% ในไตรมาส 3 ปี 2563 โดยอาศัยเพียงการเข้าพักแบบ Staycation หรือการพักผ่อนในสถานที่ใกล้ๆ เท่านั้น แม้จะมีการยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ในเดือนมิถุนายนและโรงแรมต่างๆ ได้รับอนุญาตให้กลับมาเปิดดำเนินการได้ แต่ตลาดก็ไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนของการฟื้นตัวเนื่องจากข้อจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศยังคงมีอยู่
โรงแรมบางแห่งตัดสินใจเปิดให้บริการห้องพักบางส่วนพร้อมเสนอส่วนลด ขณะที่บางแห่งเปิดให้บริการเฉพาะร้านอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสร้างรายได้บางส่วนเป็นการช่วยรักษากระแสเงินสด “เจ้าของโรงแรมบางแห่งกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่เคยวางแผนมาก่อน คือ สถานการณ์ที่ไม่มีนักท่องเที่ยวนานกว่า 9 เดือน
ซึ่งทำให้ต้องตกอยู่ภายใต้แรงกดดันและทำให้บางคนตัดสินใจเสนอขายโรงแรม อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังของผู้ขายและผู้ซื้อยังมีความแตกต่างกันค่อนข้างมากซึ่งทำให้การซื้อขายเป็นไปได้ยาก ซีบีอาร์อีเชื่อว่าความแตกต่างนี้จะลดลงในปีหน้าเพราะผู้ขายมีแรงกดดันเพิ่มมากขึ้น” นายอรรถกวี ชูแสง หัวหน้าแผนกธุรกิจโรงแรม ซีบีอาร์อี ประเทศไทย ให้ความเห็น
ณ ไตรมาส 3 ปี 2563 ในกรุงเทพฯ มีโรงแรมทั้งสิ้นเกือบ 50,000 ห้อง เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเพียง 2.8% เนื่องจากมีโรงแรมใหม่เปิดให้บริการในปีนี้ไม่มากนัก จากข้อมูลที่มีการประกาศแผนออกมา แผนกวิจัย ซีบีอาร์อีคาดการณ์ว่าจะมีโรงแรมอีกราว 9,200 ห้องที่จะเพิ่มเข้ามาในตลาดโรงแรมของกรุงเทพฯ ภายในปี 2566 ซึ่งจะส่งผลให้การแข่งขันรุนแรงมากยิ่งขึ้น
ROMM Convent คอนโด Freehold 11 ยูนิตสุดท้าย ราคาพิเศษก่อนตึกเสร็จ 2 ห้องนอน 96.95 ตร.ม. เพียง 21.9 ลบ.
เมื่อวานนี้
ASW เปิดผลงานปี 2568 ทำรายได้รวม 9,466 ล้านและกำไรสุทธิ 1,078 ล้าน
เมื่อวานนี้
ออริจิ้น เปิดแผนกลยุทธ์ ORIGIN Portfolio Evolution 2026 เสริมแกร่งกระจายพอร์ต สร้างโอกาสเติบโตในทุกวัฏจักรอย่างยั่งยืน ตั้งเป้ารายได้รวมกว่า 10,000 ล้านบาท
เมื่อวานนี้
เอสบี ดีไซน์สแควร์ ต่อยอดแนวคิดการแต่งบ้านสู่ “Well-being Living”
เมื่อวานนี้
VARUNN (วารัณย์) แจ้งวัฒนะ–ราชพฤกษ์ บ้านเดี่ยวโครงการใหม่ดีไซน์ต่าง แนวคิด ‘Sanctuary of Well-being’ จาก PROUD สัมผัสชีวิตท่ามกลางธรรมชาติกว่า 10 ไร่
เมื่อวานนี้
ขอบคุณบทความดีๆค่ะ
ดี มีประโยชน์ในการให้ข้อมูลมากๆค่ะ
อ่านไม่เบื่อเลยค่ะ
บอความดี ขออนุญาตแชร์ครับ
อ่านเพลินดี ชอบค่ะ
เยี่ยมมากๆ ครับ น่าสนใจ FC เลยครับ