หน้าแรก
• ความร่วมมือระหว่างแสนสิริและยูนิเซฟอย่างเป็นรูปธรรมตลอดระยะเวลา 10 ปี ในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านพัฒนาสังคมและคุณภาพความเป็นอยู่ของเด็กและเยาวชนทั้งในประเทศและระดับสากล สู่การเป็นองค์กรต้นแบบในการจุดประกายสังคมทั้งภาครัฐและเอกชน
• แสนสิริ ลงมือปฏิบัติและผลักดันทั้งเชิงนโยบาย ตั้งแต่ระดับองค์กร สังคม จนนำไปสู่การส่งเสริมและพัฒนาในระดับประเทศ ผ่าน 4 แนวคิด “Good Workplace - Good Space – Good Community - Good Global Citizen” ตอกย้ำวิสัยทัศน์หลักองค์กร “Made for Life...Made for Better” ในปีนี้
• จาก 17 โครงการความร่วมมือสู่นโยบายระดับประเทศ, 0 แรงงานเด็กที่แสนสิริและคู่ค้าลงนามในสัญญา, 1 กฎหมายเรื่องไอโอดีน รวมถึงการบริจาคเงินทั้งสิ้น 325 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเด็กที่อยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินกว่า 18 ล้านชีวิตได้รับวัคซีนป้องกันโรคหัด และกว่า 32 ล้านชีวิตได้รับน้ำสะอาดเพื่อการดำรงชีวิต
คุณเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “จากแนวคิดในการดำเนินธุรกิจของแสนสิริที่มีเจตนารมณ์ในการช่วยเหลือสังคมในทุกโครงการที่เราไปตั้งให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการเริ่มลงมือปฏิบัติตั้งแต่ระดับองค์กรไปสู่สังคม จนขยายไปยังการส่งเสริมและพัฒนาในระดับประเทศ
โดยมุ่งหวังเป็นจุดเริ่มต้นในการจุดประกายแก่สังคม จากความตั้งใจดังกล่าวของแสนสิริเพื่อช่วยเหลือเด็กซึ่งนับเป็นการลงทุนเพื่อสังคม เพราะพวกเขาเหล่านี้จะเป็นอนาคตของพลเมืองและเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนไปสู่สังคมภาพรวมที่มีคุณภาพอย่างยั่งยืน สอดคล้องวิสัยทัศน์องค์กร “Made for Life...Made for Better” ในปีนี้

ตลอดระยะเวลา 10 ปี ที่ผ่านมา แสนสิริได้ร่วมมือและสนับสนุนการทำงานขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ผ่านการทำโครงการต่างๆ มากมาย รวมทั้งสิ้นจำนวน 17 โครงการ เช่น Iodine Please, Best Start และ The Good Space เป็นต้น สู่ความภาคภูมิใจที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น UNICEF’S First Selected Partner in Thailand ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาและแก้ปัญหาเพื่อเด็กผ่านการดำเนินงานตามแนวคิดหลัก 4 แกน

Good Workplace เริ่มต้นจากภายในองค์กร ร่วมกับพันธมิตรกว่า 180 ราย เข้าร่วมลงนามสนับสนุนการยุติการใช้แรงงานเด็กอย่างเป็นรูปธรรม ที่กำหนดให้คู่ค้าทางธุรกิจต้องให้ความร่วมมือในการทำสัญญา “ข้อสัญญาคุ้มครองแรงงานเด็ก” และ โครงการ Breastfeeding Room ออกแบบออฟฟิศให้เป็นมิตรสำหรับแม่และเด็กเพื่อการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 เดือน
Good Space ขยายความร่วมมือไปยังคู่ค้า ผ่านโครงการ “The Good Space” ในการสร้างสรรค์พื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กในสถานที่ก่อสร้าง เพื่อการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย รวมถึงการเข้าถึงการศึกษาและการบริการสาธารณสุข ได้อย่างเท่าเทียม
โดยแสนสิริได้สร้าง Good Space รวม 57 แห่งใน 13 จังหวัด เพื่อให้เด็กกว่า 6,000 คน ที่พักอาศัยอยู่ในแคมป์คนงานก่อสร้างได้มีพื้นที่แห่งการเรียนรู้ จนผลักดันและมอบโอกาสแก่เด็กกว่า 50 คน ในโครงการ Good Space เข้าสู่ระบบการศึกษาที่โรงเรียนวัดเจ็ดยอด จังหวัดเชียงใหม่

Good Community ส่งต่อความช่วยเหลือยังสังคม แสนสิริ ร่วมมือกับทุกภาคส่วนต่อยอดความช่วยเหลือสู่สังคมในวงกว้าง เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับเด็กอย่างยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนสังคมไปในทิศทางที่ดีขึ้นผ่านโครงการ และการผลักดันเชิงนโยบาย เช่น Iodine Please และ Best Start เป็นต้น
Good Global Citizen ความมุ่งมั่นที่จะเป็นสมาชิกที่ดีของประชาคมโลก ความมุ่งมั่นของแสนสิริที่จะเป็นสมาชิกที่ดีของประชาคมโลกอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ผ่านการบริจาคเงินให้แก่กองทุนช่วยเหลือฉุกเฉินของยูนิเซฟ (UNICEF Global Emergency Fund) ปีละ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบัน แสนสิริบริจาคเงินรวมแล้วกว่า 325 ล้านบาท เพื่อการช่วยเหลือเด็กไทยและเด็กทั่วโลก
“นอกจากนี้ แสนสิริและยูนิเซฟยังร่วมกันจุดประกายการช่วยเหลือเด็กอย่างยั่งยืนผ่านโครงการ Sansiri Social Change ที่ถือเป็นความร่วมมือระยะยาว โดยมุ่งเน้นให้องค์กรธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาทั้งกระบวนการ
เริ่มตั้งแต่การทำความเข้าใจกับปัญหาในทุกมิติ การร่วมวางแผนแก้ปัญหา ไปจนถึงการทำงานกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชนอย่างจริงจัง รวมถึงแต่งตั้ง Sansiri Social Change Ambassador เพื่อทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงต่อสังคมมุ่งเน้นการช่วยเหลือ ส่งเสริม พัฒนาเด็กและเยาวชนอย่างยั่งยืน
คุณโธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดเผยว่า “ตลอดระยะเวลา 10 ปี ที่ผ่านมา แสนสิริถือเป็นหนึ่ง ในพันธมิตรที่สำคัญที่สุดของยูนิเซฟในภูมิภาคเอเชียที่แสดงให้เห็นว่าเรื่องของเด็ก คือ เรื่องของทุกคน แสนสิริ ถือเป็นแบบอย่างขององค์กรภาคเอกชนที่มุ่งมั่นส่งเสริมสิทธิและความเป็นอยู่ของเด็กในประเทศไทยและทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังได้ร่วมผลักดันให้เกิดนโยบายต่าง ๆ ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมในหลายโครงการ ทั้งในด้านสุขภาพ การศึกษา การพัฒนาเด็กปฐมวัย”
โครงการต่างๆ ที่เกิดจากความร่วมมือของแสนสิริและยูนิเซฟในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ได้แก่
โครงการ Iodine Please ยูนิเซฟร่วมมือกับแสนสิริและภาคีอื่นๆ ในการสร้างความตระหนักของสังคมไทยเกี่ยวกับ โรคขาดสารไอโอดีนในเด็ก (Iodine Deficiency Disorder หรือ IDD) ซึ่งส่งผลให้สมองของเด็กพัฒนาการไม่เต็มที่และมีไอคิวต่ำลง
ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพเด็กไทยมากว่า 50 ปี ด้วยการร่วมมือกันระหว่างยูนิเซฟและแสนสิริ รวมถึงภาคีอื่นๆ ช่วยเป็นกระบอกเสียงส่งต่อไปถึงภาครัฐ นำมาซึ่งผลักดันให้เกิดกฏหมายที่กำหนดให้มีการเติมสารไอโอดีนในเกลือบริโภค และประกาศใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554
โครงการ Zero Child Labour จากปัญหาการใช้แรงงานเด็กที่กลายเป็นผลกระทบในวงกว้าง ยูนิเซฟและแสนสิริได้ร่วมมือกับพันธมิตร กำหนดให้คู่ค้าทางธุรกิจต้องให้ความร่วมมือในการทำสัญญา ข้อตกลงเรื่อง “ข้อสัญญาคุ้มครองแรงงานเด็ก”
เพื่อป้องกันการใช้ แรงงานเด็กอย่างไม่ถูกต้องในกระบวนการธุรกิจโดยจะต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติทั้งหลายที่ใช้บังคับที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายแรงงาน ซึ่งนับเป็นจุดประกายเริ่มต้นที่ทำให้องค์กรภาคเอกชนอื่นๆ หันมาให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว
โครงการ Best Start หกปีแรกของชีวิต คือ หกปีทองของเด็ก โครงการเพื่อจุดประกายให้พ่อแม่และสังคมทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญของการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มากขึ้น เพราะการพัฒนาเด็กในช่วงนี้จะเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาตลอดชีวิต
ด้วยการสนับสนุนจากแสนสิริในการร่วมวางแผนโครงการ ผ่านการลงพื้นที่ศึกษาประเด็นต่างๆ วิเคราะห์สถานการณ์ และร่วมกันหาแนวทางในการสื่อสารที่เข้าถึงประชาชนมากที่สุด ส่งผลให้ยูนิเซฟและแสนสิริ รวมถึงภาคีอื่นๆ สามารถจุดประกายสังคมชวนคนไทยหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กเล็ก และยังได้ร่วมมือกับภาครัฐในการสร้างความตระหนักรู้ของปัญหาดังกล่าว
การสนับสนุนของแสนสิริในกองทุนฉุกเฉินของยูนิเซฟ ได้ช่วยให้ยูนิเซฟให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เด็กและครอบครัวหลายสิบล้านคนทั่วโลก ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ การสู้รบ วิกฤตด้านสุขภาพ และสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ ทั่วทุกมุมโลกได้อย่างทันท่วงที
ทั้งในด้านการจัดส่งสิ่งของที่จำเป็นต่อการอยู่รอดในภาวะวิกฤต การช่วยเหลือเด็กที่ขาดสารอาหารรุนแรง การฉีดวัคซีนป้องกันโรค การจัดหาน้ำสะอาด หรือการเยียวยาจิตใจเด็ก ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเหล่านั้น
“การบริจาคจากแสนสิริ โดยไม่ระบุเงื่อนไขให้แก่กองทุนช่วยเหลือฉุกเฉินของยูนิเซฟได้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของแสนสิริที่มีต่อยูนิเซฟ และชี้ให้เห็นว่าเราต่างมีจุดมุ่งหมายและคุณค่าเพื่อเด็กร่วมกัน ยูนิเซฟ ชื่นชมความมุ่งมั่นของแสนสิริตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา และหวังว่าแสนสิริจะเป็นแบบอย่างให้กับองค์กรธุรกิจอื่นๆ ในการสร้างความร่วมมือระยะยาวเพื่อพัฒนาสังคมและสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนให้แก่ชีวิตเด็กต่อไป” คุณโธมัส กล่าว
“ปัญหาเรื่องคุณภาพชีวิต ถือ เป็นปัญหาที่สำคัญเราจึงอยากให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันให้ความช่วยเหลือ โดยสามารถเริ่มต้นจากภายในองค์กร และให้การสนับสนุนการทำงานของยูนิเซฟ สำหรับแสนสิริเอง ยังคงสานต่อเจตนารมณ์ เพื่อการสร้างสรรค์สังคมให้มีที่ดียิ่งขึ้น ตอกย้ำมุ่งมั่นในการเป็นสมาชิกที่ดีของประชาคมโลกในการร่วมกันแก้ปัญหาเด็ก
โดยในปีนี้ ปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ทำให้หลายฝ่ายได้รับผลกระทบ แสนสิริ จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญในการให้ความช่วยเหลือแก่สังคม ด้วยการบริจาคเงินผ่านมูลนิธิเสริมกล้าเพื่อมอบให้แก่ยูนิเซฟเป็นจำนวนเงิน 2 ล้านบาท และเราเองยังคงเดินหน้าสานต่อความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือเด็กให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น
เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การยูนิเซฟ (The Sustainable Development Goals : SDGs) ที่ว่าด้วยการส่งเสริมให้เด็กมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี, มีการศึกษาและการส่งเสริมทักษะชีวิต ตลอดจนส่งเสริมความเท่าเทียมและความหลากหลาย เพราะจุดมุ่งหมายสำคัญหลักของแสนสิริ คือ การมุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กในสังคมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน”คุณเศรษฐากล่าว
ROMM Convent คอนโด Freehold 11 ยูนิตสุดท้าย ราคาพิเศษก่อนตึกเสร็จ 2 ห้องนอน 96.95 ตร.ม. เพียง 21.9 ลบ.
เมื่อวานนี้
ASW เปิดผลงานปี 2568 ทำรายได้รวม 9,466 ล้านและกำไรสุทธิ 1,078 ล้าน
เมื่อวานนี้
ออริจิ้น เปิดแผนกลยุทธ์ ORIGIN Portfolio Evolution 2026 เสริมแกร่งกระจายพอร์ต สร้างโอกาสเติบโตในทุกวัฏจักรอย่างยั่งยืน ตั้งเป้ารายได้รวมกว่า 10,000 ล้านบาท
เมื่อวานนี้
เอสบี ดีไซน์สแควร์ ต่อยอดแนวคิดการแต่งบ้านสู่ “Well-being Living”
เมื่อวานนี้
VARUNN (วารัณย์) แจ้งวัฒนะ–ราชพฤกษ์ บ้านเดี่ยวโครงการใหม่ดีไซน์ต่าง แนวคิด ‘Sanctuary of Well-being’ จาก PROUD สัมผัสชีวิตท่ามกลางธรรมชาติกว่า 10 ไร่
เมื่อวานนี้
ขอบคุณบทความดีๆค่ะ
ดี มีประโยชน์ในการให้ข้อมูลมากๆค่ะ
ถ่ายรูปสวยมาเลยครับ
น่าอยู่มากเลย ต้องเก็บเงินหน่อยล่ะ
อ่านสนุกดีค่ะ ถึงแม้ส่วนตัวจะไม่ชอบอ่าน แต่บทความที่นี่อ่านได้เรื่อยๆเลยค่ะ
รีวิวดี น่าติดตามมากค่ะ