หน้าแรก
กรุงเทพ – 10 มีนาคม 2565 – ซีบีอาร์อี บริษัทที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก เผยยอดขายที่พักอาศัยปี 2564 ทะลุ 12,000 ล้านบาทแม้จะมีสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 หลายระลอก โดยบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียมซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ได้รับการตอบรับดีมาก เนื่องจากความต้องการและพฤติกรรมในการเลือกซื้อของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป
นางสาวอาทิตยา เกษมลาวัณย์ หัวหน้าแผนกซื้อขายที่พักอาศัยโครงการ ซีบีอาร์อี ประเทศไทย เปิดเผยว่าแม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่ผ่านจนถึงปัจจุบันยังคงได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อเนื่องและวิกฤตโควิด-19 ที่ยังไม่คลี่คลาย แต่ในปี 2564 ทีผ่านมา ซีบีอาร์อีสามารถสร้างยอดขายที่พักอาศัยเป็นไปตามเป้ารวมกว่า 12,000 ล้านบาท ซึ่งมีปัจจัยหลักจากการเปลี่ยนแปลงของดีมานด์และพฤติกรรมของลูกค้าที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยที่เพิ่มมากขึ้นและคุณภาพโครงการที่สูงขึ้น
“ยอดขายดังกล่าวมาจากคอนโดมิเนียม 42% บ้านหรู 39% และที่พักอาศัยตากอากาศ 19% และเมื่อเทียบกับปี 2563 พบว่า ยอดขายบ้านหรูในปี 2564 เพิ่มสูงขึ้น 69% ซึ่งเป็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่สามติดต่อกัน ด้านยอดขายคอนโดมิเนียมที่ซีบีอาร์อีเป็นตัวแทนก็เพิ่มขึ้น 29% จากปีก่อนหน้า
ซึ่งในปี 2563 ยอดขายคอนโดมิเนียมมีสัดส่วนลดลงไปค่อนข้างมากเนื่องจากความกังวลต่อสถานการณ์โควิด-19 ที่ค่อนข้างรุนแรง ในขณะที่ยอดขายที่พักอาศัยตากอากาศในปี 2564 ลดลง 4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากในปีที่แล้วมีโครงการที่พักอาศัยตากอากาศจำนวนไม่มากนักและไม่มีการเปิดตัวโครงการใหม่ แต่ทั้งนี้ ตลาดโครงการที่พักอาศัยตากอากาศมียอดขายที่เพิ่มสูงขึ้นหลายเท่าตัวมาก่อนหน้านี้แล้ว” นางสาวอาทิตยาให้ความเห็น
ที่ผ่านมา ซีบีอาร์อีพบว่าความต้องการซื้อที่พักอาศัยเพื่ออยู่เองของลูกค้าคนไทยยังมีอยู่มาก ซึ่งตรงกับทิศทางของบริษัทฯ ในปีที่ผ่านมา ที่ให้ความสำคัญในการนำเสนอโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมคุณภาพเยี่ยมบนทำเลศักยภาพที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าเพื่ออยู่อาศัยจริงเป็นหลัก
ลูกค้าส่วนใหญ่มีเวลาอยู่บ้านมากขึ้นเพื่อทำกิจกรรมหลากหลายภายในบ้านกับครอบครัว และการทำงานจากบ้าน (Work from Home) ทำให้ลูกค้าให้ความสำคัญกับพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น มีการศึกษาหาข้อมูลเปรียบเทียบก่อนการตัดสินใจซื้อ มีความใส่ใจในรายละเอียดมากขึ้น
ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่ผลักดันให้ผู้พัฒนาโครงการต้องให้ความสำคัญกับรายละเอียดเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ทำให้โครงการมีคุณภาพและมาตรฐานที่ดีขึ้น ซึ่งถือเป็นผลบวกที่ได้จากวิกฤตโควิด-19 และหากผู้พัฒนาโครงการสามารถปรับตัวและจับทิศทางการเปลี่ยนแปลงได้ทันต่อสถานการณ์ก็จะสามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ได้
สำหรับตลาดบ้านเดี่ยวในเมือง ซีบีอาร์อีพบว่าบ้านเดี่ยวที่ตั้งอยู่บนทำเลที่สามารถเดินทางสะดวกเป็นที่ต้องการของผู้ซื้ออย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับบน ซึ่งแม้ว่าราคาที่ดินจะค่อนข้างสูง แต่เมื่อเทียบกับความคุ้มค่าของคุณภาพการอยู่อาศัยและการเดินทางที่สะดวกสบาย
ตลาดกลุ่มนี้ก็ยังคงมีดีมานด์ที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมา ซีบีอาร์อีสามารถปิดการขายโครงการบ้านเดี่ยวด้วยราคาเฉลี่ยหลังละ 56 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่สูง แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของดีมานด์และกำลังซื้อของตลาดบ้านเดี่ยวใจกลางเมือง โดยบ้านเดี่ยวที่ซีบีอาร์อีปิดการขายมีราคาสูงสุดอยู่ที่ 267 ล้านบาท
“นอกจากตลาดลูกค้าคนไทยแล้ว ในปีที่ผ่านมาซีบีอาร์อียังพบว่ามีดีมานด์จากนักลงทุนชาวจีนให้ความสนใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แนวราบระดับบนในประเทศไทย โดยเฉพาะบ้านเดี่ยวใจกลางเมืองในทำเลใกล้ย่านธุรกิจซึ่งสามารถเดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิได้อย่างสะดวก
เป็นความต้องการบ้านเดี่ยวในระดับราคาตั้งแต่ 30 ล้านบาท ถึง 150 ล้านบาท บางรายมีความต้องการบ้านเดี่ยวในระดับราคา 300 – 400 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีนที่พักอาศัยและทำธุรกิจในประเทศไทยมานาน และชาวจีนที่มองหาโอกาสการลงทุนในประเทศไทยและเริ่มมองที่พักอาศัยแนวราบไว้เพื่ออยู่เอง
โดยลูกค้าชาวจีนนิยมบ้านบนเนื้อที่ขนาดใหญ่ มีสวนกว้าง มีพื้นที่ใช้สอยที่เปิดโล่ง เพดานสูงโปร่ง ภายในห้องมีขนาดใหญ่ สามารถจอดรถได้หลายคัน มีสระว่ายน้ำส่วนตัว และตกแต่งสวยงามแบบพร้อมเข้าอยู่” นางสาวอาทิตยากล่าวเสริม
สำหรับตลาดคอนโดมิเนียม ถึงแม้ว่าโดยภาพรวมยังคงดูไม่คึกคัก เนื่องจากผู้พัฒนาโครงการส่วนใหญ่ชะลอการเปิดตัวโครงการออกไปจากสถานการณ์โควิด-19 แต่ในปีที่ผ่านมา ซีบีอาร์อีสามารถสร้างยอดขายคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้น 106% จากโครงการระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ (ระดับราคา 350,000 บาท ต่อตารางเมตรขึ้นไป และมีราคาต่อห้องตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไป)
ซึ่งเป็นตลาดที่ยังคงมีกำลังซื้อสูงและมีความต้องการที่พักอาศัยคุณภาพเยี่ยมบนทำเลศักยภาพใจกลางเมือง พร้อมการบริการและบริหารโดยแบรนด์โรงแรมชั้นนำ ซึ่งซัพพลายของโครงการระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ถือว่ายังมีจำนวนจำกัด ในขณะที่ดีมานด์ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง
โดยคอนโดมิเนียมที่มีราคาต่อยูนิตสูงสุดที่ซีบีอาร์อีปิดการขายมีราคา 220 ล้านบาทต่อยูนิต ขณะที่คอนโดมิเนียมที่มีราคาต่อตารางเมตรสูงสุดที่ปิดการขายมีราคา 479,000 บาทต่อตารางเมตร
นอกจากตลาดคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่แล้ว อีกตลาดคอนโดมิเนียมที่น่าสนใจและ ซีบีอาร์อีสามารถสร้างยอดขายได้ดี คือ โครงการคอนโดมิเนียมที่อยู่ในทำเลใกล้สถานศึกษา ซึ่งให้ผลตอบแทนค่าเช่าที่ดี เป็นที่สนใจของนักลงทุนที่มองหาผลตอบแทนการลงทุนที่ดีในระยะยาวและสามารถเพิ่มมูลค่าในอนาคต
ซึ่งในภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาเช่นนี้ ผลตอบแทนการลงทุนในรูปแบบอื่นอาจมีความผันผวนสูง การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในทำเลที่ดี มีกลุ่มผู้เช่าที่ชัดเจน และมีแนวโน้มผลตอบแทนการเช่าที่ดีและมั่นคง รวมถึงมีศักยภาพที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มในอนาคต จึงเป็นการลงทุนที่น่าสนใจ
สำหรับตลาดที่พักอาศัยตากอากาศในปีที่ผ่านมาลดความร้อนแรงลง จากที่ก่อนหน้านี้ในปี 2563 ทำยอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 388% เนื่องจากในปี 2564 ไม่มีโครงการเปิดตัวใหม่ในทำเลชั้นนำอย่างพัทยา เขาใหญ่ เชียงใหม่ และหัวหิน เนื่องจากผู้พัฒนาโครงการยังชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ออกไป
ในด้านตลาดชาวต่างชาติ จากการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าที่ทำธุรกรรมผ่านซีบีอาร์อี พบว่าสัดส่วนลูกค้าที่เป็นชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 9% ของบ้านและคอนโดมิเนียมหรูที่ขายได้ทั้งหมด โดยคิดเป็นรคอนโดมิเนียม 41% บ้านเดี่ยว 35% และที่พักอาศัยตากอากาศ 24% โดยลูกค้าต่างชาติ 3 อันดับแรก ได้แก่ ชาวจีน 38% ชาวอเมริกัน 18% และชาวดัตท์ 9%
“สำหรับปี 2565 ซีบีอาร์อียังคงตั้งเป้าที่โครงการบ้านแนวราบและโครงการคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่เป็นหลัก โดยเน้นการทำการตลาดออนไลน์ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย ซึ่งในปีนี้จะเน้นการสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้าของบริษัทฯ มีการจัดการฐานข้อมูลเพื่อเพิ่มช่องทางการสื่อสารให้เข้าถึงความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น
และเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ที่มีกำลังซื้อซึ่งมีความต้องการบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ รวมถึงกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติที่มีความต้องการซื้อบ้านในเมืองมากขึ้น และหากสถานการณ์โควิด-19 กลับมาอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ซีบีอาร์อีคาดว่าตลาดที่พักอาศัยโดยรวมจะเริ่มมีการปรับตัวและค่อย ๆ แสดงสัญญาณฟื้นตัวได้ภายในปีนี้” นางสาวอาทิตยากล่าวสรุป
ROMM Convent คอนโด Freehold 11 ยูนิตสุดท้าย ราคาพิเศษก่อนตึกเสร็จ 2 ห้องนอน 96.95 ตร.ม. เพียง 21.9 ลบ.
เมื่อวานนี้
ASW เปิดผลงานปี 2568 ทำรายได้รวม 9,466 ล้านและกำไรสุทธิ 1,078 ล้าน
เมื่อวานนี้
ออริจิ้น เปิดแผนกลยุทธ์ ORIGIN Portfolio Evolution 2026 เสริมแกร่งกระจายพอร์ต สร้างโอกาสเติบโตในทุกวัฏจักรอย่างยั่งยืน ตั้งเป้ารายได้รวมกว่า 10,000 ล้านบาท
เมื่อวานนี้
เอสบี ดีไซน์สแควร์ ต่อยอดแนวคิดการแต่งบ้านสู่ “Well-being Living”
เมื่อวานนี้
VARUNN (วารัณย์) แจ้งวัฒนะ–ราชพฤกษ์ บ้านเดี่ยวโครงการใหม่ดีไซน์ต่าง แนวคิด ‘Sanctuary of Well-being’ จาก PROUD สัมผัสชีวิตท่ามกลางธรรมชาติกว่า 10 ไร่
เมื่อวานนี้
วิเคราะห์ทำเลได้ดีมากค่ะ เห็นภาพตามชัดเจน
ดีมากๆเลยค่ะ ลงบ่อยๆนะคะ
เป็นประโยชน์มากครับ กำลังตัดสิ้นใจพอดีครับ
บทความดีๆ อ่านแล้วตัดสินใจง่ายขึ้นเลยค่ะ
เขียนได้ดีมากค่ะ
เขียนดีขนาดนี้ ไม่ต้องไปดูโครงการจริงแล้วมั่งคะเนี่ย