Invest

การขอกู้สินเชื่อเพื่อซื้อคอนโดฯ

LivingInsider Editor 2020-04-15 09:01:59

 

เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ของคนที่ต้องการ ซื้อคอนโดมิเนียม ต้องซื้อระบบผ่อน ยอมรับตำแหน่งราชาเงินผ่อนไปโดยปริยาย ความกังวลว่าจะกู้ผ่านหรือไม่ผ่านเชื่อว่าหลายคนมีความรู้สึกนี้ขึ้นมาทันที เพราะฉะนั้นเราต้องเตรียมตัว เตรียมใจ ให้พร้อมสำหรับสถานการณ์เช่นนี้ แต่ถ้าเรามีการเตรียมความพร้อมไว้ก่อน ศึกษาและทำการบ้านมาเป็นอย่างดี การเป็นราชาเงินผ่อนต้องอยู่ในมืออย่างแน่นอน

 

1. คุณสมบัติผู้กู้ และหลักฐาน

 

บุคคลทั่วไปที่มีเครดิต ในสายตาของธนาคารที่ให้กู้ คือ ผู้มีรายได้อย่างสม่ำเสมอ จะต้องมีหลักฐาน ยืนยันว่าท่านมีรายได้สม่ำเสมอ มั่นคง สามารถใช้หนี้คืนได้ตามระยะเวลากู้ ไม่เป็นหนี้เสีย มีอายุ 20 ปี ขึ้นไป สามารถทำนิติกรรมได้ด้วยตนเอง อายุสูงสุด แล้วแต่ธนาคาร

 

 

2. หลักฐานส่วนตัวท่าน

 

  • บัตรประจำตัวประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • Bank Statement หรือบัญชีธนาคาร
  • ใบรับรองเงินเดือนต้องตรงและสอดคล้องกับ Bank Statement
  • หลักฐานเกี่ยวกับ การกู้ เช่น สำเนาสัญญา จะซื้อจะขายสำเนาโฉนด แผนที่ทรัพย์สินอื่นๆ เช่น ใบเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุล ใบทะเบียนสมรส ใบหย่า
  • หลักฐานการประกอบการกู้ อื่นๆ 

 

กรณีเป็นกิจการส่วนตัว หรือบริษัทต้องมีอากสารเพิ่มเติมดังนี้

  • ใบจดทะเบียนบริษัท
  • หลักฐานการเสียภาษี
  • บัญชีกระแสรายวัน
  • รูปถ่ายของกิจการ
  • บัญชีรายชื่อลูกค้า
  • ผู้อ้างอิง
  • ใบส่งของ
  • หลักทรัพย์ อื่นๆ รถยนต์ บ้าน ที่ดิน เพื่อที่จะให้ธนาคารท่านมั่นใจในเครดิตของท่านเอ

 

3. หลังธนาคารพิจารณา

 

เมื่อธนาคารพิจารณา อาชีพรายได้สม่ำเสมอ ไม่มีติด Black List แล้วสำนักงานฝ่ายสินเชื่อประจำแต่ละสาขาจะแจ้งแก่ท่านโดยประมาณว่าท่านสามารถกู้ได้หรือไม่ เพื่อไม่เสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายค่าประเมินประมาณ 2000-3000 บาท หลังจากนั้นก็จะนัดเพื่อดูสถานที่ภายในอาจจะ 2-3 วัน หรือไม่เกิน 1 อาทิตย์ ธนาคารจะพิจารณาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ

 

3.1 พิจารณาจากเครดิตของท่านเอง เช่น พนักงานเอกชนเงินเดือน 30,000 บาท ก็จะกู้ได้ 30 เท่าของรายได้ ก็จะกู้ได้ 900,000 บาท สูงหรือต่ำกว่านี้ ก็ดูข้อมูลอื่นๆ ประกอบ เช่น มีหนี้อื่นๆ อีกหรือไม่ หากไม่มีหนี้สิน Statement ดี ยอดกู้ส่วนนี้ก็จะเพิ่มขึ้น ตัวทรัพย์สิน

  • บ้านเดี่ยว ทาวเฮาส์์ ให้ 80% ของราคาประเมิน
  • คอนโดฯ อาคารพานิชย 70% ของราคาประเมิน

 

3.2 ราคาประเมินหลักทรัพย์ เมื่อทราบว่าสามารถกู้ได้ ธนาคารก็จะต้องดูมูลค่าของหลักทรัพย์อีกครั้งเช่น นาย ก. มีรายได้ 40,000 บาท สามารถตรวจสอบเครดิต แล้ว สามารถกู้ได้สูงสุด 2,000,000 บาท บริษัทประเมิน สามารถพิจารณาแล้วว่าหลักทรัพย์ที่ต้องการซื้อประเมินได้ 2,000,000.- สมมติว่าหลักทรัพย์นั้นเป็นบ้านเดี่ยว จะก็ได้ ประมาณ 80% ในอัตราของธนาคาร โดยทั่วไป ธนาคารก็จะปล่อยให้กู้ประมาณ 1,600,000 บาท ไม่ใช่ 2,000,000 บาท ตามเครดิตผู้กู้

 

อาชีพที่ธนาคารให้เครดิตในการกู้

  • อาชีพที่มีรายได้มั่นคง เช่น ข้าราชการ พนักงาน รัฐวิสาหกิจ บริษัทใหญ่ๆ มีชื่อเสียงดี อัตราจะแตกต่างกันไป 80%, 100%, 110% ของราคาประเมิน
  • ธุรกิจส่วนตัว หรือบริษัท เป็นกรรมการผู้จัดการ ถ้ามีเงินเข้าแสน แต่ไม่สม่ำเสมอ หรือขาดการแสดงหลักฐานข้อมูล ที่สำคัญ ธนาคารก็ปฏิเสธการให้กู้ได้เช่นกันค่ะ

 

4. ก่อนและหลังก่อนโอน จำนอง บริษัทประเมิน

 

  • ทำการตรวจสอบบ้าน หรือหลักทรัพย์เสร็จแล้ว จะต้องทำอย่างไรต่อ รอประมาณหนึ่งเดือน หลังจากนี้เร็ว-ช้ากว่านี้ก็ขึ้นอยู่แต่ละธนาคาร และจำนวนผู้กู้ในช่วงนั้นๆ หลังจากนั้น ธนาคารก็จะแจ้งผลอนุมัติ ให้ทราบพร้อมกับให้ท่านไปทำนิติกรรมก่อนที่จะนัดโอนกรรมสิทธ์ที่กรมที่ดิน ก็เป็นอัน เสร็จสมบูรณ์ การเตรียมตัวมีหลักง่ายๆ อยู่ 2 ประการ คือ
  • ควรจะไปเช็กที่สำนักงานเครดิตแห่งชาติ National Credit Bureau(NCB) ซึ่งทุกธนาคาร สำนักการเงิน สถาบันการเงิน อื่นๆ จะใช้ข้อมูลจาก NCB ในการตรวจสอบท่านเป็นอันดับแรก

 

วิธีที่จะทำให้เครดิตท่านดี

 

1.1 เมื่อเช็กกับ NCD เรียบร้อยแล้ว ท่านก็จะทราบเลยว่า ท่านมีหนี้ที่จะแสดงต่อธนาคารอย่างไร

ข้อแนะนำถ้าเป็นยอดที่ใกล้จะหมด และหนี้ไม่มาก ก็ควรจะปิดบัญชี เคลียร์หนี้ให้เรียบร้อย เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ เมื่อท่านปิดแล้ว ประมาณ 3 เดือนเป็นอย่างน้อย ยอดที่ปิดบัญชีถึงจะหายไปตามระบบ ของ NCB ท่านควรจะไปเช็กที่ NCB อีกครั้งหนึ่ง เพื่อความชัวร์ นี่เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้ยอดกู้ท่านสูงขึ้นได้

 

1.2. BanK Statement

เป็นหลักฐานสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ที่ ธนาคารใช้พิจารณา คือ ต้องให้บัญชีเดินสม่ำเสมอ อย่างน้อยที่สุด 6 เดือนฝากมากกว่าถอน มียอดเงินออมให้มากเข้าไว้ เทคนิคอีกอย่างหนึ่งก็คือ บางท่านยืมเงินมาเข้าบัญชีไว้ช่วงก่อนกู้ พอกู้เสร็จแล้วก็ค่อยโยกบัญชีกลับไป ถ้าคุณมีความสามารถไปกู้ยืมได้ ธนาคารจะมองว่าเครดิตคุณดีด้วยเช่นกัน

 

2. หลักฐานการประกอบการกู้ให้ครบถ้วน เพื่อสนับสนุนเครดิตของท่าน

เมื่อกู้คนเดียวไม่ผ่านสามารถหาผู้กู้ร่วมมาเพิ่ม โดยทั่วไปธนาคารจะเน้นเฉพาะที่เป็นญาติสนิทเป็นหลัก

 

ทำอย่างไร ให้หลักทรัพย์ที่ซื้อให้ได้สูง 

 

หลักทรัพย์ที่จะซื้อ หรือใช้ค้ำประกันการกู้กับธนาคาร ก็เป็นหัวใจสำคัญ เช่น ถ้าท่านซื้อบ้าน ราคา 5 ล้าน หลักทรัพย์ ประเมินได้ 5 ล้าน ท่านก็จะกู้ได้ 80% เต็มตามสิทธ์คือ 4 ล้าน แต่ถ้าตัวหลักทรัพย์ประเมินได้ต่ำกว่า กว่า 5 ท่านก็จะกู้ต่ำไปด้วย

 

เลือกซื้อทรัพย์สินอย่างไร ถึงจะประเมินได้สูง

 

2.1 เปรียบเทียบกับราคาทั่วไป ควรไม่สูงกว่าราคาตลาด ถ้าต่ำกว่าราคาทั่วไปได้ก็จะดีมากแน่นอนว่าหลักทรัพย์ บ้านที่ดิน ที่ท่านซื้อได้ต่ำกว่าราคาทั่วไป ย่อมทำให้ท่านทำการประเมินราคาได้สูง

 

2.2 ถ้าเป็นบ้านมือสองควรจะต้องปรับปรุงให้สภาพดีเสียก่อน ตกลงกับผู้ขายในตอนทำสัญญาจะซื้อจะขาย ควรขอเข้าไปปรับปรุงให้มีสภาพดีก่อนยื่นกู้ประเมิน เพราะถ้าหลักทรัพย์ที่สภาพไม่ดีราคาก็จะต่ำกว่าปกติ

 

2.3 หาข้อมูลอ้างอิงราคา ข้อมูลเหล่านี้ท่านสามารถอ้างอิงให้ข้อมูลแก่บริษัทประเมินได้รวมทั้ง การอุทธรณ์กับ ธนาคารในกรณีที่บริษัทประเมิน ประเมินต่ำเกินจริง

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

LivingStock Application

ค้นหาล่าสุด

ทําเลที่ถูกค้นหามากที่สุด

แสดงทั้งหมด

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA ศูนย์วิจัย คลองตัน

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ เอกมัย พร้อมพงษ์ ประสานมิตร

อ่อนนุช อุดมสุข

อ่อนนุช อุดมสุข พระโขนง บางจาก ปุณณวิถี

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน เสือใหญ่ เสนานิคม วังหิน รัชวิภา บางเขน

นวมินทร์ รามอินทรา

นวมินทร์ รามอินทรา แฟชั่นไอส์แลนด์ วัชรพล สายไหม หทัยราษฎร์ สุขาภิบาล 5

สะพานควาย จตุจักร

สะพานควาย จตุจักร หมอชิต ประดิพัทธ์ อินทามะระ