News

อสังหาพลิกเกมชนะโควิด ดัมพ์ 30% คอนโดใหม่ SoldOut

LivingInsider Report 2020-10-22 15:14:57

9 เดือนแรกปี 2563 ดีเวลอปเปอร์เฟ้นกลยุทธ์ลงทุนคอนโดมิเนียมสู้ชนะโควิด กัดฟันทุบราคาโครงการเปิดตัวใหม่ขายราคาต่ำกว่าตลาด 20-30% กวาดยอดขายเกลี้ยง-sold out โปรเจ็กต์ จับตาไตรมาส 4 “วี พร็อพเพอร์ตี้-ออริจิ้น” เล็งสร้างปรากฏการณ์ต่อเนื่อง

 

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ผ่านมา 9 เดือนของปี 2563 ดูเหมือนยังไม่มีข่าวดี เนื่องจากสถานการณ์โควิดทำให้กำลังซื้อตกต่ำ มีปัญหาปิดกิจการ-คนว่างงานเพิ่มขึ้นตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม กลับพบว่าวงการที่อยู่อาศัยสามารถสร้างปรากฏการณ์ปิดการขายคอนโดมิเนียมโครงการใหม่หรือ sold out 100% ในเวลารวดเร็วจำนวนหลายราย

 

3 บริษัทขายเกลี้ยง 4 พันล้าน

นายภัทรชัย ทวีวงศ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์สอินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัดเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ดีเวลอปเปอร์มีการปรับกลยุทธ์การแข่งขันในการ
นำเสนอขายห้องชุดในยุคโควิด โดยหลายรายประสบความสำเร็จสามารถปิดการขายหรือ sold out 70-100% ได้ภายในเวลารวดเร็ว

 

โดยภาพรวมตลาดคอนโดฯเปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯ ช่วงไตรมาส 3/63เริ่มกลับมาเปิดตัวโครงการใหม่อย่างคึกคัก หลังจากชะลอโครงการในช่วงที่ผ่านมามีถึง 18 โครงการใหม่ รวม 8,344  ยูนิต มูลค่ารวม 28,401 ล้านบาท มีอัตราขายเฉลี่ย 43% ในจำนวนนี้เป็นโครงการของผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ 3 รายที่สามารถปิดการขาย 100% ทั้งโครงการ หลังจากเปิดการขายช่วงกิจกรรมพรีเซล ได้แก่

 

1.ศุภาลัย พรีเมียร์ สี่พระยา-สามย่านโดย บมจ.ศุภาลัย ได้รับความสนใจจากลูกค้าอย่างหนาแน่น ปิดการขาย 100% กวาดรายได้ 2,300 ล้านบาท จำนวน 384 ยูนิต หลังจากเปิดพรีเซลเพียง 1 วันเท่านั้น 2.ดิ ออริจิ้น อ่อนนุช พัฒนาโดย บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ มูลค่าโครงการ 700 ล้านบาท

 

สร้างปรากฏการณ์ sold out ใน 1 ชั่วโมงในรูปแบบเปิดขายออนไลน์แบบ next normal ไม่มี sales gallery 3.โครงการโมดิซ ลอนช์คอนโดมิเนียมไฮไรส์ทำเลติด ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต พัฒนาโดย บมจ.แอสเซทไวส์ มูลค่าโครงการ 1,200 ล้านบาท

 

นอกจากนี้ มีบางโครงการสามารถปิดการขายได้มากกว่า 70% ในช่วงของการเปิดพรีเซล ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูงเช่นเดียวกันในยุคโควิด

 

กลยุทธ์ทุบราคา 20-30%

นายภัทรชัยกล่าวว่า คอนโดฯที่สามารถ sold out ได้รวดเร็วมีการดึงกลยุทธ์ในเรื่องราคามาปรับใช้ จุดโฟกัสอยู่ที่มีการสำรวจและเปรียบเทียบราคาขายกับคู่แข่งในทำเล จากนั้นมีการตั้งราคาขายให้ต่ำกว่าคู่แข่งหรือต่ำกว่าราคาเฉลี่ยในทำเล 20-30%

 

ทำให้ได้รับผลตอบรับท่วมท้นจากลูกค้านักลงทุน เพราะยังสามารถทำกำไรต่อได้หลังจากโครงการสร้างเสร็จและส่งมอบในอนาคต รวมถึงดึงดูดลูกค้าเรียลดีมานด์ให้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น ด้วยเหตุผลเดียวกันเพราะถือว่าเป็นการเลือกซื้อที่คุ้มค่ากับเม็ดเงินที่จ่ายไป

 

“ปกติคอนโดฯมีการแข่งขันสูงมากอยู่แล้ว ทุกบริษัทต้องการสร้างจุดขายที่ชัดเจนในด้านทำเลที่ตั้ง นาทีนี้ทำเลเจ๋งอย่างเดียวไม่พอ ราคาต้องดึงดูดใจหรือเป็นราคาบังคับซื้อด้วยจึงมีโอกาสประสบความสำเร็จ sold out ได้ภายใน 1-2 วัน”

 

Q4/63 จ่อคิว Sold out

ก่อนหน้านี้ นับตั้งแต่มีการล็อกดาวน์ทำให้ซัพพลายสะสมสูงกว่าปกติดีเวลอปเปอร์หลายรายตัดสินใจลดราคาห้องชุดเหลือขายในโครงการใหม่ที่เปิดตัวตั้งแต่ปลายปี 2562 กับช่วงต้นปี 2563 เพื่อผลักดันยอดขายให้ sold out 100% เนื่องจากต้องการกระแสเงินสดมาใช้หมุนเวียนในการดำเนินกิจการ

 

แนวโน้มไตรมาส 4/63 ยังมีผู้ประกอบการหลายรายเตรียมลอนช์โครงการใหม่ และคาดว่ามีอีกหลายรายที่มีเป้าหมายสร้างปรากฏการณ์ sold out ในช่วงวันเปิดพรีเซล ซึ่งหมายถึงจะต้องผสมผสานกลยุทธ์ราคา บวกกับรูปแบบโครงการและทำเลที่น่าสนใจมาดึงดูดผู้ซื้อ เช่น โครงการไอคอน อุดมสุข พัฒนาโดย บจ.วี พร็อพเพอร์ตี้ ทำเลย่านอุดมสุข ตั้งราคาเริ่มต้น 999,000 บาท วางแผนเปิดตัวเป็นทางการไตรมาส 4/63

 

รวมทั้งคอนโดฯ 2 โครงการจากบิ๊กแบรนด์ค่ายออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ในทำเลย่านรามอินทรา กับแนวรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวในย่านสมุทรปราการ

 

แผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์สฯพบว่า ไตรมาส 3/63 มีอัตราการขายเฉลี่ย 43% ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2/63 อยู่ที่ 14% เป็นโครงการที่ sold out 100% โดยดีเวลอปเปอร์ในทำเลใจกลางเมืองกับทำเลอ่อนนุช นอกจากนี้มี3 โครงการของกรมธนารักษ์ในพื้นที่สุขุมวิทตอนปลาย ห้วยขวาง ยานนาวา ที่ปิดการขายได้รวดเร็ว สะท้อนถึงดีมานด์ซื้อที่อยู่อาศัยมีทุกระดับตั้งแต่ตลาดบน-กลาง-ล่าง

 

ในด้านอัตราขายเฉลี่ย สัดส่วน 57% จำนวน 2,501 ยูนิต อยู่ในช่วงราคาต่ำกว่า 1 แสนบาท/ตารางเมตร, สัดส่วน 43% จำนวน 1,535 ยูนิต ราคา 1-2 แสนบาท/ตารางเมตร

 

ออริจิ้นบุกอี 22 สเตชั่น

นายอภิสิทธิ์ สุนทรชูเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออริจิ้น คอนโดมิเนียม จำกัด บริษัทลูกในเครือออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ตลาดคอนโดมิเนียมยังสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ แต่จำเป็นต้องเลือกเซ็กเมนต์และทำเลพัฒนาโครงการให้ถูกต้อง ที่สำคัญต้องเข้าใจราคาที่ผู้บริโภคสามารถรับได้(affordable price)

 

“ไตรมาส 3/63 เราประสบความสำเร็จในการเปิดโครงการใหม่ เพราะหาวิธีลดต้นทุนโดยไม่กระทบผู้บริโภคได้สำเร็จ เราประหยัดต้นทุนทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเซลส์ออฟฟิศ ขายโครงการผ่านช่องทางออนไลน์ ทำให้ดิ ออริจิ้น อ่อนนุช เสนอขายเพียง 68,000 บาท/ตารางเมตร เทียบกับคู่แข่งขันในย่านเดียวกันขายที่ 90,000-100,000 บาท/ตารางเมตร และ sold out ภายใน1 ชั่วโมงแรกของวันพรีเซล ไตรมาส 4 เราก็จะยังคงเดินหน้ากลยุทธ์นี้ต่อเนื่อง” นายอภิสิทธิ์กล่าว

 

สำหรับไตรมาส 4/63 บริษัทมีแผนเปิดตัวใหม่ 3 โครงการ มูลค่ารวม 5,550 ล้านบาท ภายใต้กลยุทธ์ Origin Next Normal, The 2nd Wave ได้แก่1.ดิ ออริจิ้น สุขุมวิท-สายลวด อี 22 สเตชั่นมูลค่าโครงการ 1,650 ล้านบาท เป็นโครงการที่บริษัทจะทำราคาเซอร์ไพรส์ตลาดอีกครั้ง เริ่มต้น 1.022 ล้านบาท เฉลี่ย 60,000 บาท/ตารางเมตร หรือถูกที่สุดในระยะ 250 เมตรจากสถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียว

 

2.ดิ ออริจิ้น ปลั๊ก แอนด์ เพลย์ รามอินทรา มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท (เฟส 1 เปิดขายในปีนี้ 700 ล้านบาท) และ 3.ดิ ออริจิ้น ลาดพร้าว 111 มูลค่าโครงการ 1,900 ล้านบาท โดย2 โครงการหลังเน้นให้ความสำคัญกับเรื่อง living solution รูปแบบใหม่ ที่ดิ ออริจิ้น โดยดึงกลยุทธ์เรื่องความเข้าใจผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลามาใช้ในการออกแบบโครงการ

 

วี พร็อพเพอร์ตี้ทุบราคา 40-50%

 

นายธีร ชุติวราภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการขายและการตลาด บริษัท วี พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ต้นไตรมาส 4/63 บริษัทเปิดพรีเซลโครงการที่ 4 แบรนด์ “ไอคอน อุดมสุข” ทำเลกลางซอยอุดมสุข อยู่บริเวณอุดมสุข 29 ภายใน 1 สัปดาห์เศษมียอดขายแล้ว 70% มั่นใจว่าสามารถปิดการขายหรือ sold out ได้เร็ว ๆ นี้

 

“คีย์ซักเซสที่ทำให้กลุ่มวีฯประสบความสำเร็จโครงการนี้มาจากการตั้งราคาเริ่มต้น 9.9 แสนบาท/ยูนิต หรือเริ่มต้น 4.5 หมื่นบาท/ตารางเมตร สูงสุด 5.89 หมื่น เทียบกับราคาเฉลี่ยในทำเล 8-9 หมื่นบาท/ตารางเมตร ถ้าหากเทียบกับห้องชุดปากซอยอุดมสุขราคา 2.19 ล้านบาท เท่ากับเราถูกกว่า 40-50%”

 

รายละเอียดไอคอน อุดมสุข พัฒนาบนที่ดิน 3 ไร่ครึ่ง จำนวน 334 ยูนิต ออกแบบเป็นคอนโดฯโลว์ไรส์ 2 อาคาร มีให้เลือก 3 ไทป์ เริ่มจากห้องชุด 22-27-33 ตารางเมตร ขายแบบฟูลลี่เฟอร์นิช จุดเด่นเพดานสูง 2.6 เมตร เทียบกับอาคารโลว์ไรส์ของคู่แข่งขันสูง 2.4-2.5 เมตร

 

“สถานการณ์โควิดทำให้กำลังซื้อย่อตัวลงเป็นอย่างมาก กลยุทธ์การขายจึงยอมให้มาร์จิ้นบางลง แต่ยังคงเน็ตมาร์จิ้น 2 ดิจิต โดยมาร์จิ้นที่บางลงเพื่อไปเพิ่มโปรฟิตให้กับลูกค้า เพราะเราเชื่อว่านาทีนี้ต้องขายเร็วที่สุดเพื่อแย่งชิงลูกค้าที่ถือแคชในมือ ซื้ออยู่เองก็คุ้ม ซื้อลงทุนยิ่งคุ้ม เพราะเป็นทำเลที่อยู่อาศัยคับคั่งแล้ว มีออฟฟิศบิลดิ้งจำนวนมาก ทำให้ค่าเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 400-600 บาท/ตารางเมตร”

 

นายธีรกล่าวถึงแผนลงทุนคอนโดฯด้วยว่า บริษัทเตรียมแลนด์แบงก์เพื่อพัฒนาใหม่อีก 3 โครงการ แต่เป็นแผนเปิดพรีเซลปี 2564 โดยยังคงคอนเซ็ปต์เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าให้กับลูกค้าในแต่ละทำเล ก่อนหน้านี้มีผลตอบรับที่ดี จากการเปิดขายคอนโดวีทารา สุขุมวิท 36 ซึ่งเพิ่ง sold out 20 ยูนิตสุดท้ายเมื่อเมษายน 2563

 

ที่ผ่านมา มูลค่าโครงการ 2,700 ล้านบาท,ไอคอน อ่อนนุช 442 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,300 ล้านบาท มียอดขายแล้ว85% โครงการล่าสุด ไอคอน อุดมสุข มูลค่าโครงการ 700 ล้านบาท

 

ขอบคุณภาพและข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ

https://www.prachachat.net/property/news-538978

 

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

LivingStock Application

ค้นหาล่าสุด

ทําเลที่ถูกค้นหามากที่สุด

แสดงทั้งหมด

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA ศูนย์วิจัย คลองตัน

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ เอกมัย พร้อมพงษ์ ประสานมิตร

อ่อนนุช อุดมสุข

อ่อนนุช อุดมสุข พระโขนง บางจาก ปุณณวิถี

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน เสือใหญ่ เสนานิคม วังหิน รัชวิภา บางเขน

นวมินทร์ รามอินทรา

นวมินทร์ รามอินทรา แฟชั่นไอส์แลนด์ วัชรพล สายไหม หทัยราษฎร์ สุขาภิบาล 5

สะพานควาย จตุจักร

สะพานควาย จตุจักร หมอชิต ประดิพัทธ์ อินทามะระ