Invest

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จ่ายเท่าไหร่ยังไงกันแน่ 

NESSLE 2020-08-21 16:07:37

 

น่าจะได้รับจดหมายกันเกือบทุกบ้านแล้วสำหรับ เรื่องการจ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ในปี 2563 ซึ่งจนถึงตอนนี้หลายคนก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ เราเลยจะขอเข้าเรื่องกันเลยว่าบทสรุปที่แท้จริงแล้ว แต่ละประเภทที่กำหนดนั้น ต้องจ่ายยังไงเท่าไหร่กันแน่?

 

1. กรณีบ้านพักอาศัยหลังแรก

รวมหมดไม่ว่าจะเป็นบ้าน ทาวน์โฮม หรือคอนโด โดยจะแยกออกเป็น 3 ประเภทย่อยๆ ดังนี้

1.1 ที่อยู่อาศัยหลังแรก โดยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน รวมถึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทั้งบ้านและที่ดิน อย่างในโครงการหมู่บ้านจัดสรรหรือซื้อที่ดินเพื่อปลูกบ้าน

 

รวมมูลค่าทั้งหมดแล้ว หากไม่เกิน 50 ลบ. จะได้รับการยกเว้นให้ไม่ต้องเสียภาษี แต่ถ้ามากกว่า 50-75 ลบ. ต้องเสียภาษีในอัตรา 0.03% มากกว่า 75-100 ลบ. ต้องเสียภาษีในอัตรา 0.05% และมากกว่า 100 ลบ. ต้องเสียภาษีในอัตรา 0.10% นี่คือ 2 ปีแรก ตั้งแต่ 2563 - 2564 หลังจากนั้นปี 2565 จะเสียภาษีในอัตราไม่เกิน 0.3%

gray wooden house

 

1.2 บ้านพักอาศัย ที่เป็นเจ้าของบ้านหลังแรกแต่ไม่ใช่เจ้าของที่ดิน ข้อนี้ยังต้องมีชื่อเราอยู่ในทะเบียนบ้านเหมือนเดิม โดยจะนับแค่มูลค่าของตัวบ้านเท่านั้น ถ้าไม่เกิน 10 ลบ. ไม่ต้องเสียภาษี มากกว่า 10-50 ลบ. ต้องเสียภาษีในอัตรา 0.02% ส่วนมูลค่าทรัพย์สินที่มากกว่านั้นจะเสียเหมือนกันกับที่อยู่อาศัยหลังแรกเลย แต่หลังจาก ปี 2565 ที่อยู่อาศัยที่เกิน 10 ลบ. จะเสียภาษีในอัตราไม่เกิน 0.3%

white and black concrete building

 

1.3 บ้านพักอาศัยหลังที่ 2 เป็นต้นไป คือมีชื่ออยู่ในโฉนดแต่ไม่มีอยู่ในทะเบียนบ้าน ซึ่งบางคนเป็นเจ้าของบ้านหรือคอนโดหลายหลัง ตรงนี้รวมไปถึงเจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง ที่ให้เช่าเพื่ออยู่อาศัย ก็จัดอยู่ในหมวดนี้ด้วย แต่ไม่นับโรงแรมหรือการปล่อยเช่ารายวันนะ จะต้องเสียภาษีโดยไม่ได้รับการยกเว้น หมายความว่ามีบ้านหรือคอนโดกี่หลังก็ตามและเราเป็นเจ้าของ ก็คือต้องเสียภาษีทุกหลังนั่นเอง

 

มากว่า0-50 ลบ. ต้องเสียภาษีในอัตรา 0.02% ถ้ามากกว่า 50-75 ลบ. ต้องเสียภาษีในอัตรา 0.03% มากกว่า 75-100 ลบ. ต้องเสียภาษีในอัตรา 0.05% และมากกว่า 100 ลบ. ต้องเสียภาษีในอัตรา 0.10% สำหรับ 2 ปีแรก ตั้งแต่ 2563 - 2564 เท่านั้น หลังจากปี 2565 ทุกราคาจะต้องเสียภาษีในอัตราไม่เกิน 0.3%

brown and white concrete building under blue sky during daytime

 

โดยในแบบที่ 1.1 และ 1.2 จะมีวิธีคำนวณเหมือนกัน ดังนี้ 

ภาษีที่ดินที่ต้องจ่าย = (มูลค่าบ้าน - มูลค่าที่กฎหมายยกเว้น) x อัตราภาษีที่ดิน

 

ยกตัวอย่างหากบ้านหลังแรกมีมูลค่า 60 ลบ. จะต้องนำ (60,000,000 - 50,000,000) x 0.03% = 3,000 บาท หรือล้านละ 300 บาท นี่คือภาษีที่ต้องจ่ายสำหรับบ้านราคา 60 ลบ. แต่ถ้าเกิดเป็นข้อ 1.2 มูลค่าที่กฎหมายยกเว้นต้องลบด้วย 10 ลบ. 

 

ส่วนในแบบที่ 1.3 คำนวณได้ดังนี้

ภาษีที่ดินที่ต้องจ่าย =มูลค่าบ้านพักอาศัย x อัตราภาษีที่ดิน

ยกตัวอย่างบ้านหลังที่สองราคา 5 ลบ. จะต้องนำ 5,000,000 x 0.02% = 1,000 บาท หรือล้านละ 200 บาท นี่คือภาษีที่ต้องจ่ายสำหรับบ้านหลังที่สองราคา 5 ลบ.

 

2. ที่ดินเพื่อการเกษตร 

2.1 ที่ดินเพื่อการเกษตร สำหรับบุคคลธรรมดา หรือคนทั่วไปที่ทำอาชีพเกษตร ทำสวน เลี้ยงสัตว์ ทำนองนี้ ซึ่งถ้ามีที่ดินไม่เกิน 50 ลบ. จะไม่ต้องเสียภาษี แต่ถ้าเกิน 50 ลบ. ในช่วงระยะเวลา 3 ปีแรก คือ 2563-2565 จะได้รับการยกเว้นภาษี หลังจากนั้นจะต้องเสียภาษีในอัตรา 0.15% โดยวิธีการคำนวณจะเหมือนกับที่ดินเพื่ออยู่อาศัยหลังแรก คือทำการหักราคาที่ยกเว้นแล้วคำนวณแค่ส่วนต่างเท่านั้น

two trucks on plant field

 

2.2 ที่ดินเพื่อการเกษตร สำหรับนิติบุคคล หรือที่จัดตั้งเป็นบริษัท ซึ่งจะไม่ได้รับการยกเว้นจะถูดคิดตั้งแต่บาทแรกเลย มากกว่า 50-75 ลบ. ต้องเสียภาษีในอัตรา 0.01% มากกว่า 75-100 ลบ. ต้องเสียภาษีในอัตรา 0.03% มากกว่า 100-500 ลบ. ต้องเสียภาษีในอัตรา 0.05% มากกว่า 500-1,000 ลบ. ต้องเสียภาษีในอัตรา 0.07% และมากกว่า 1,000 ลบ. ต้องเสียภาษีในอัตรา 0.10% 

 

แต่อัตราภาษีนี้จะถูกคิดแค่สำหรับ 2 ปีแรก ตั้งแต่ 2563 - 2564 เท่านั้น หลังจากนั้นทุกราคาจะต้องเสียภาษีในอัตราไม่เกิน 0.15% โดยวิธีคำนวณจะเหมือนกับที่อยู่อาศัยหลังที่ 2 เป็นต้นไป 

brown house

 

อย่างไรก็ตามการพิจารณา จะมีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าที่ดินของเราจัดอยู่ในหมวดนี้จริงหรือไม่ พูดง่ายๆ ว่าต้องเป็นที่ดินเพื่อการเกษตรจริงๆ ไม่ใช่แค่ปลูกต้นไม้ไม่กี่ต้นหรือนำสัตว์เลี้ยงไม่กี่ตัวมาอยู่ในพื้นที่ แล้วจะเป็นไปตามหมวดหมู่นี้ได้ 

 

3. ที่ดินเชิงพาณิชยกรรม

หมายถึงว่าเรานำที่ดินมาใช้เพื่อการค้าขายนั่นเอง เช่น ตลาด ร้านค้า โรงแรม โกดัง ที่สามารถเกิดเป็นรายได้ จะอยู่ในประเภทนี้ทั้งหมด โดยอัตราภาษีจะคิดตั้งแต่ 0-50 ลบ. ต้องเสียภาษีในอัตรา 0.3% มากกว่า 50-200 ลบ. ต้องเสียภาษีในอัตรา 0.4% มากกว่า 200-1,000 ลบ. ต้องเสียภาษีในอัตรา 0.5% มากกว่า 1,000-5,000 ลบ. ต้องเสียภาษีในอัตรา 0.6% มากกว่า 5,000 ลบ. ต้องเสียภาษีในอัตรา 0.7% 

 

และเช่นเดิมคืออัตราภาษีนี้จะถูกคิดแค่สำหรับ 2 ปีแรก ตั้งแต่ 2563 - 2564 เท่านั้น หลังจากนั้นทุกราคาจะต้องเสียภาษีในอัตราไม่เกิน 1.2% 

 

4. ที่ดินรกร้างว่างเปล่า 

คือที่ดินที่ยังไม่ถูกสร้างให้เกิดประโยชน์ ซึ่งการคิดอัตราภาษีจะคล้ายกับที่ดินเชิงพาณิชยกรรมเลย ราคาที่ดินตั้งแต่ 0-50 ลบ. ต้องเสียภาษีในอัตรา 0.3% มากกว่า 50-200 ลบ. ต้องเสียภาษีในอัตรา 0.4% มากกว่า 200-1,000 ลบ. ต้องเสียภาษีในอัตรา 0.5% มากกว่า 1,000-5,000 ลบ. ต้องเสียภาษีในอัตรา 0.6% มากกว่า 5,000 ลบ. ต้องเสียภาษีในอัตรา 0.7% 

 

ขณะเดียวกันอัตราภาษีนี้จะถูกคิดแค่สำหรับ 2 ปีแรก ตั้งแต่ 2563 - 2564 เท่านั้น หลังจากนั้นทุกราคาจะต้องเสียภาษีในอัตราไม่เกิน 1.2% แต่ถ้าเกิดปล่อยทิ้งไว้ให้ที่ดินทิ้งร้างติดต่อกัน 3 ปี อัตราภาษีจะเพิ่มขึ้นอีก 0.3% และจะเพิ่มขึ้นทุกๆ 3 ปี แต่สูงสุดไม่เกิน 3%

 

ส่วนเรื่องที่บางคนยังไม่ได้รับจดหมายจากเขตและอบต.ว่าต้องเสียภาษีหรือไม่ ทางเราได้โทรไปสอบถามเรื่องนี้ โดยยกตัวอย่างจากบ้านของผู้เขียนเอง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่าไม่ต้องจ่ายภาษี แต่นั่นก็การันตีไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าคนที่ไม่ได้รับจดหมายคือคนที่ไม่เสียภาษี จึงแนะนำให้โทรสอบถามกับทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยตรงจะดีกว่า

 

ทิ้งท้ายอีกนิด **** เนื่องจากเกิดสถานการณ์โควิด ทำให้ในปีนี้จะถูกเก็บภาษีเพียง 10% ของภาษีทั้งหมด หรือลดไปถึง 90% สมมติว่าหากเราต้องจ่ายภาษี 1,000 บาท ก็จะถูกเก็บเพียง 100 บาท เป็นต้น 

 

สุดท้ายแล้ว ผู้เสียภาษีจะต้องชำระภายในเดือนสิงหาคมนี้ จึงต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดว่าเราอยู่ในประเภทไหน เพื่อจะได้รู้ว่าต้องเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างหรือไม่ ถ้าเสียต้องเสียเท่าไหร่ 

 

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

LivingStock Application

ค้นหาล่าสุด

ทําเลที่ถูกค้นหามากที่สุด

แสดงทั้งหมด

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA ศูนย์วิจัย คลองตัน

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ เอกมัย พร้อมพงษ์ ประสานมิตร

อ่อนนุช อุดมสุข

อ่อนนุช อุดมสุข พระโขนง บางจาก ปุณณวิถี

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน เสือใหญ่ เสนานิคม วังหิน รัชวิภา บางเขน

นวมินทร์ รามอินทรา

นวมินทร์ รามอินทรา แฟชั่นไอส์แลนด์ วัชรพล สายไหม หทัยราษฎร์ สุขาภิบาล 5

สะพานควาย จตุจักร

สะพานควาย จตุจักร หมอชิต ประดิพัทธ์ อินทามะระ