News

SENA ขานรับ new normal ผุดทาวน์เฮาส์ ลำลูกกา คลอง 6 เริ่ม 2 ล้านต้น

LivingInsider Report 2020-04-28 17:35:03

 

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 เป็นเหมือนภาพสะท้อนเมื่อ ปี 2554 ที่เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ สิ่งที่เรามองเห็น และบางคนมองเห็น คือ ปัญหาและหาทางป้องกัน จากจุดนี้เอง กลายการเริ่มต้นที่สร้าง 3 สิ่งคือ สังคมคุณภาพ ธุรกิจคุณภาพ และโลกที่น่าอยู่กว่าเดิม

 

ล่าสุด แผนธุรกิจไตรมาส 2/63 เสนาฯ วางแผนพัฒนาโครงการโดยมีฟังก์ชัน ติดตั้งโซลาร์ให้เป็นฟังก์ชันพื้นฐาน เพื่อช่วยให้คนที่อยู่บ้านได้ประหยัดค่าไฟฟ้า และช่วยลดโลกร้อน โดยนำร่องติดตั้งโซลาร์ทุกยูนิตในโครงการทาวน์เฮาส์ 2 ชั้นแบรนด์ “เสนาวิลล์ ลำลูกกา คลอง 6” ราคาเริ่มต้น 2 ล้านบาทขึ้นไป เตรียมเปิดพรีเซลเดือนมิถุนายน 2563 ทั้งนี้ โควิด – 19 ทำให้เกิดพฤติกรรมการทำงานและการอยู่อาศัยที่เปลี่ยนไป เดิมนิยามคำว่าบ้านคือที่อยู่อาศัย เทรนด์ใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นคือบ้านเป็นที่อยู่+ทำงานตอนกลางวัน+ออกกำลังกาย

 

ปัญหาที่ตามมาพบว่าค่าไฟดีดตัวเพิ่มขึ้น ตามปกติเดือนเมษายนเป็นช่วงของฤดูร้อน อากาศร้อนอบอ้าว ค่าไฟแพงเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอมาตรการ Work from Home ที่ทำให้ทุกคนต้องอยู่บ้านกันมากขึ้น ยิ่งเจอปัญหาเรื่องค่าไฟฟ้ามากขึ้น เพราะแต่ละบ้านต้องใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มากขึ้น ค่าไฟที่เพิ่มขึ้นมา จากการใช้อุปรณ์หลักๆ 1.เครื่องปรับอากาศ 2. เครื่องฟอกอากาศ 3. พัดลมไอน้ำ 4.ตู้เย็น ยิ่งใส่ของเยอะ คอมเพรสเซอร์ตู้เย็นยิ่งทำงานหนัก 5. คอมพิวเตอร์สำหรับทำงาน

 

แต่หลังโควิดไป ชีวิตวิถีใหม่จะเริ่มขึ้น พฤติกรรมของผู้บริโภคจะเปลี่ยนไป สัดส่วนการใช้เวลาที่บ้านจะเปลี่ยนไป บางบริษัทให้พนักงานมาทำงานที่ออฟฟิศ และ Work From Home ในอัตราส่วนที่แตกต่างกัน 80 : 20 / 70 : 30 / 60 : 40 / 50 : 50 เทรนด์ดังกล่าวส่งผลให้เกิด New Normal ในธุรกิจที่อยู่อาศัยเช่นกัน จัดสเปซให้มีพื้นที่ทำงานในบ้านไม่ใช่เรื่องยาก แต่การทำให้บ้านหลังหนึ่งประหยัดค่าไฟได้ตลอด 25 ปี และไม่เจออัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้าให้กลุ้มใจ อันนี้เป็นเรื่องที่ยากกว่า

 

ดังนั้น การติดโซลาร์ถือว่ามีความสำคัญและมีความจำเป็น สำหรับกลุ่มคนทำงานที่บ้านหรือฟรีแลนซ์โดยเฉพาะในช่วงกลางวัน ซึ่งจากข้อมูลที่ทางเสนาสำรวจระบุว่า การลงทุนติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคาบ้าน สิ่งที่ได้มากกว่าคือนำไฟฟ้าที่ผลิตได้เองจากพลังงานสะอาดมาใช้เพื่อลดการซื้อไฟฟ้าจากระบบของรัฐ ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานคำนวณตามสเปกการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ที่มีกำลังผลิต 2 – 8 กิโลวัตต์ของบ้านเสนาโซลาร์ เวลา 10 ปี เทียบได้กับการปลูกต้นไม้ใหญ่ 16 – 63 ต้น ลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 2 – 9 ตันต่อปี

 

นอกจากนี้ทางเสนามีบริการโซลาร์สเกลอัพ ที่เป็นนวัตกรรมคำนวณสเกลการใช้งานโซลาร์ตามเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละบ้านเป็นตัวช่วยเซอร์วิสลูกบ้านอีกทางหนึ่ง ปัจจุบันการติดตั้งแผงโซลาร์ยังถือเป็นตุ้นทุนที่สูง และผู้บริโภคยังมองไม่ประโยชน์มากเท่าที่ควร แต่เหตุการณ์วิกฤตโควิดที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เชื่อว่าผู้บริโภคที่ต้องทำอยู่บ้าน Work From Home ต้องเห็นประโยชน์และความคุ้มค่าในการติดตั้งโซลาร์เพิ่มขึ้น

 

“เดิมสินค้าทาวน์เฮาส์เป็นกลุ่มที่การติดตั้งโซลาร์ด้วยตัวเองมีค่าใช้จ่ายแพง ทำให้โซลาร์เหมาะกับสินค้าบ้านเดี่ยวเพราะกำลังซื้อสูงกว่า แต่จากการสำรวจความจำเป็นในการใช้กลับพบว่าสินค้าทาวน์เฮาส์ปัจจุบัน ราคาเริ่มต้น 1.5-1.6 ล้านสามารถมีค่าผ่อนงวดเงินกู้เดือนละ 9,000 กว่าบาท ถ้าค่าไฟเพิ่มขึ้นจาก 1,400-1,500 กว่าบาทเป็น 2,000 กว่าบาท มีผลเท่ากับค่าไฟมีสัดส่วนถึง 20-30% ของค่าผ่อนบ้าน เป็นภาระหนัก แต่ถ้าติดตั้งโซลาร์ให้เป็นฟังก์ชันพื้นฐานจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าไฟตลอด 25 ปี ณ การติดตั้งโซลาร์ขนาด 2 กิโลวัตต์ได้ถึง 3.58 แสนบาท” ดร.เกษรากล่าว

 

ขอบคุณข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ

https://www.prachachat.net/property/news-456344

 

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

LivingStock Application