News

รัฐสานฝันนั่งรถไฟฟ้าราคาถูก ดัน ตั๋วเที่ยว 300 บาท/เดือน

LivingInsider Report 2020-04-14 15:59:54

 

หนึ่งในนโยบายเรือธงพะยี่ห้อ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” เจ้ากระทรวงคมนาคมโควตาพรรคภูมิใจไทย ที่ออกแรงทั้งผลักและดันตั้งแต่ปลายปีที่แล้วกับนโยบายลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า ลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน

 

สีม่วงต่อน้ำเงิน 48 บาท

เริ่มนำร่องไปแล้ว 2 ระบบที่อยู่ในการกำกับดูแลของรัฐในสายแรก “รถไฟฟ้าสายสีม่วง” ช่วงคลองบางไผ่-เตาปูน ระยะทาง 23 กม. มีการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เป็นผู้รับผิดชอบ ลดค่าโดยสารเหลือ 14-20 บาทตลอดสาย หากเดินทาง 1 สถานี เสีย 17 บาท ตั้งแต่ 2 สถานีขึ้นไป 20 บาท หากข้ามระบบต่อสายสีน้ำเงินช่วงบางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-หลักสอง จะเก็บอัตราสูงสุดที่ 48 บาท โดย รฟม.ขยายเวลาดำเนินการจากเดิม 3 เดือนไปสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.นี้ ซึ่งผลดำเนินการได้ผลระดับหนึ่ง มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 10% แต่ด้วยการระบาดของไวรัสโควิด ทำให้ผู้โดยสารลดลงเหลือ 10,000 เที่ยวคน/วัน

 

ARL รื้อคาดการณ์ใหม่

หลังสายสีม่วงนำร่อง ต่อมา “แอร์พอร์ตเรลลิงก์” มีบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) บริษัทลูกของ “ร.ฟ.ท.-การรถไฟแห่งประเทศไทย” เป็นผู้บริหารโครงการได้จัดทำตั๋วเดือนในรูปแบบคูปอง โดยคูปองจะมีจำนวน 44 ใบ เดินทางได้ 44 เที่ยว ขายในราคา 1,100 บาท คิดเป็นราคาค่าโดยสารเฉลี่ย 25 บาท/เที่ยว และลดราคาช่วงนอกเวลาเร่งด่วน (off peak) เหลือ 15-25 บาท เดินทาง 1 สถานี 15 บาท เดินทาง 2 สถานี 20 บาท และเดินทางตั้งแต่ 3 สถานีขึ้นไป 25 บาท สำหรับผู้ที่ถือบัตรเติมเงินประเภทบุคคลทั่วไปใน 3 ช่วงเวลา ได้แก่ 05.30-07.00 น./10.00-17.00 น. และ 20.00-24.00 น. ถึงวันที่ 30 มิ.ย.นี้

 

คาดการณ์จำนวนผู้โดยสารและผลกระทบที่จะเกิดขึ้น จะต้องคำนวณใหม่ทั้งหมด เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เข้ามามีผลกระทบอย่างมาก จากเฉลี่ยวันละกว่า 80,000 เที่ยวคน เหลือผู้โดยสารมาใช้บริการอยู่ที่ 15,000 เที่ยวคน/วัน แต่ยังไม่แย่จนถึงขนาดต้องขอรับการช่วยเหลือจากรัฐบาลเพื่ออุดหนุนบริการสาธารณะ (PSO) แต่อย่างใด

 

เปิดมาตรการระยะยาว

อย่างไรก็ตาม หลังมีมาตรการระยะสั้นออกมาแล้ว สเต็ปต่อไป “กระทรวงคมนาคม” พยายามหาแนวทางใหม่ ๆ จัดเป็นมาตรการระยะยาว รับรถไฟฟ้าสายใหม่ ๆ ที่ทยอยเปิดใช้ โดยที่ประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) มี “บิ๊กป้อม-พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ” เป็นประธาน เมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา มีการหารือถึงแนวทางการดำเนินงานในระยะยาว แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า มีกำหนดแนวทางศึกษาไว้ 4 แนวทาง 

1. ศึกษาการจัดตั้งทุนหมุนเวียน เพื่อดำเนินงานด้านการขนส่งในรูปแบบของกองทุนขนส่งสาธารณะ ที่มีการบูรณาการร่วมกันให้ครอบคลุมทุกรูปแบบขนส่ง และเพื่อดำเนินการอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วยระบบรถไฟฟ้าของประชาชนในระยะยาว

 

2. ศึกษามาตรการทางภาษี เพื่อส่งเสริมการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าหรือระบบขนส่งสาธารณะ เช่น ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล และบริษัทต่างๆ มีนโยบายส่งเสริมให้พนักงานเดินทางด้วยรถไฟฟ้าและระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ และนำมาเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับลดหย่อนภาษีนิติบุคคลได้ เป็นต้น

 

คลอดตั๋วเดือนราคาถูก 300 บาท

3. ส่งเสริมให้ผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ใช้บริการรถไฟฟ้า ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย จะศึกษาเพิ่มเติมวงเงินการเดินทางด้วยรถเมล์และรถไฟฟ้าในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากเดิมกำหนดวงเงินไว้ที่ 500 บาท/เดือน ควรแยกเป็นรถเมล์ 500 บาท/เดือน และรถไฟฟ้า 300 บาท/เดือน และควรกำหนดให้ซื้อบัตรโดยสารรายเดือนแบบจำกัดจำนวนเที่ยว (ตั๋วเดือน) 300 บาท จำนวน 20 เที่ยว จากผู้ให้บริการระบบรถไฟฟ้า

 

4. ส่งเสริมการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าของข้าราชการ โดยศึกษาแนวทางการเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการโดยใช้ระบบรถไฟฟ้า และเบิกค่าใช้จ่ายได้ตามจริงให้สอดคล้องกับ พ.ร.ฎ.ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ (ฉบับที่ 9) 2560 “ที่ประชุมได้รับทราบมาตรการทั้งหมดแล้ว ส่วนแนวทางดำเนินการในระยะยาว มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมและกระทรวงการคลังศึกษาร่วมกันต่อไป” แหล่งข่าวกล่าว

 

TDRI แนะมองทั้งระบบ

ด้าน ดร.สุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า คจร.ไม่ควรมองแค่การลดค่าโดยสารเฉพาะรถไฟฟ้า ควรมองให้ครอบคลุมไปถึงระบบขนส่งมวลชนอื่น ๆ เช่น รถเมล์ เพราะอยู่ในประเภทเดียวกัน 

 

และมาตรการที่จะศึกษาในระยะยาว ยังเป็นการผสมผสานระหว่างมาตรการระยะสั้นและระยะยาว เช่น กรณีจูงใจด้านภาษี ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลมักจะมีมาตรการลดหย่อนด้านภาษีอยู่แล้วและทำได้ทันที อย่างนโยบายช็อปช่วยชาติ ที่เปิดให้มีการลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15,000 บาท หรือนโยบายเที่ยวเมืองรอง ถ้าจะมีมาตรการภาษีจูงใจให้คนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ถามว่ารัฐบาลทำได้ไหม เชื่อว่าทำได้ส่วนการจัดตั้งกองทุนอุดหนุนค่าโดยสารในต่างประเทศมีโมเดล 2 แบบ คือ

 

1. ใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีอุดหนุน ซึ่งในต่างประเทศต้นทุนในการให้บริการจะมากกว่ารายได้ที่จัดเก็บประมาณ 30-40% ส่วนนี้รัฐจะต้องเป็นผู้อุดหนุนในลักษณะงบประมาณประจำ หากใช้แนวทางนี้ระบบงบประมาณของไทยในปัจจุบันมีความพร้อมแค่ไหน

 

2. ในรูปแบบกองทุน เช่น กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าอย่างประกันสังคม เป็นต้น หากจะดำเนินการในรูปแบบนี้รัฐบาลจะบริหารอย่างไร และจะนำรายได้จากไหนมา เพราะการอุดหนุนระบบรถไฟฟ้าที่คนกรุงเทพฯและปริมณฑลประมาณ 3-4 จังหวัดได้ประโยชน์นั้น การนำงบประมาณมาใส่ลงไปจึงต้องตอบให้ได้ว่า คนที่อยู่ต่างจังหวัดจะได้อะไร จะต้องดูรายละเอียดและวิธีการดำเนินการให้ดี

 

“ลักษณะของขนส่งสาธารณะ ยิ่งคนขึ้นเยอะต้นทุนเฉลี่ยต่อคนจะถูกลง รถไฟฟ้าถ้าคนแน่น ค่าโดยสารต้องถูก แต่ถ้าคนน้อยรัฐต้องอุดหนุน จึงกลับมาที่คำถามว่ารัฐบาลจะส่งเสริมให้คนใช้รถไฟฟ้าอย่างไร ซึ่งค่าโดยสารไม่ใช่ปัจจัยเดียว แต่มาคู่กับการบริหารจัดการเมืองด้วย”

 

ดังนั้น รัฐบาลต้องมีนโยบายเปลี่ยนแปลงจากสนับสนุนให้ใช้รถส่วนบุคคล รถสาธารณะ ซึ่งมันต้องมี turning point เช่น เก็บภาษีน้ำมันสูงขึ้น เก็บค่าผ่านทางด่านต่าง ๆ สูงขึ้น เป็นต้น เพราะไม่งั้นแล้วถ้าจะอุดหนุนในลักษณะนี้ รัฐก็ต้องอุดหนุนเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ เพราะต้นทุนเฉลี่ยต่อคนจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ

 

ขอบคุณข่าวและภาพจาก ประชาชาติธุรกิจ

https://www.prachachat.net/property/news-448904

 

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

LivingStock Application

ค้นหาล่าสุด

ทําเลที่ถูกค้นหามากที่สุด

แสดงทั้งหมด

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA ศูนย์วิจัย คลองตัน

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ เอกมัย พร้อมพงษ์ ประสานมิตร

อ่อนนุช อุดมสุข

อ่อนนุช อุดมสุข พระโขนง บางจาก ปุณณวิถี

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน เสือใหญ่ เสนานิคม วังหิน รัชวิภา บางเขน

นวมินทร์ รามอินทรา

นวมินทร์ รามอินทรา แฟชั่นไอส์แลนด์ วัชรพล สายไหม หทัยราษฎร์ สุขาภิบาล 5

สะพานควาย จตุจักร

สะพานควาย จตุจักร หมอชิต ประดิพัทธ์ อินทามะระ