Invest

"ดอกเบี้ยเงินกู้" เรื่องสำคัญ ที่คนซื้อบ้านต้องรู้

Triumph 2020-02-24 11:50:09

 

การเงินเป็นเรื่องที่ทุกคนอาจมึนหัวทุกครั้งที่พยายามทำความเข้าใจ เพราะมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเลขปริมาณมหาศาล เยอะจนตาลาย ถ้าเลี่ยงได้ก็บายดีกว่า แต่บางครั้งมันก็ไม่ควรเลี่ยงนะครับ และจำเป็นต้องรู้จริง ๆ ไม่งั้นเราอาจเสียเปรียบคนอื่นได้ 

 

อย่างเรื่อง "ดอกเบี้ยเงินกู้" เนี่ยครับ ผมว่าคนที่ผ่อนบ้านอยู่หรือวางแผนจะซื้อบ้านต้องร้องอ๋อแน่นอน บางคนอาจคุยกับธนาคารแบบผ่าน ๆ ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก ซึ่งเสี่ยงต่อการต้องจ่ายดอกเบี้ยมหาศาลเลยนะครับ แต่ถ้าเราเข้าใจรายละเอียดของดอกเบี้ยเงินกู้ ก็จะทำให้เรามองภาพใหญ่ออกครับว่าต้องเดินตาไหนถึงจะได้ประโยชน์สูงสุด จ่ายน้อยที่สุด และกำไรสูงสุดตกอยู่ที่เราแทน

 

วันนี้ผมเลยจะมาสรุปให้ฟังแบบรวบรัดและเข้าใจง่ายครับว่า ดอกเบี้ยเงินกู้เนี่ย มันคืออะไร มีกี่แบบ อย่างไรบ้าง

 

 

ประเภทของอัตราดอกเบี้ย

ก่อนอื่นเลย เราต้องรู้ก่อนครับว่าอัตราดอกเบี้ยที่สถาบันการเงินเขาคิดกันเนี่ย มีกี่รูปแบบ รายละเอียดเป็นยังไง มีข้อมูลตรงไหนที่ควรรู้บ้าง โดยผมสรุปข้อมูลแบบเข้าใจง่ายมาให้แล้วครับ

 

อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Fixed Rate) คือ อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารคิดจะเป็นแบบคงที่ตลอดอายุสัญญา ไม่มีปรับเพิ่มหรือลดระหว่างผ่อนส่งครับ อย่างเช่น ถ้าในสัญญาเขียนไว้ว่า อัตราดอกเบี้ย 5% 10 ปี ก็หมายความว่าระหว่างผ่อนชำระจะไม่มีการปรับอัตราดอกเบี้ย ดอกเบี้ยเท่าเดิมจนกว่าจะผ่อนหมดนั่นเอง 

 

อัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว (Floating Rate) คือ อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกำหนดตามต้นทุนในแต่ละช่วงเวลาครับ ซึ่งดอกเบี้ยตัวนี้จะเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดครับ เราสามารถดูอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวได้ตามเว็ปไซต์ของธนาคารต่าง ๆ ได้เลย หรือจะเข้าไปสอบถามที่สาขาก็เหมือนกันครับ

 

 

ซึ่งเวลาเราไปกู้เงินซื้อบ้าน ดอกเบี้ยบ้านที่ธนาคารเค้าคิดกันจะเป็นดอกเบี้ยแบบลอยตัวครับ อ๊ะ อ๊ะ แต่ยังไม่จบแค่นี้นะครับ เพราะดอกเบี้ยแบบลอยตัวเนี่ย แบ่งได้อีก 3 แบบด้วยกันครับ คือ 

 

1. Minimum Loan Rate : MLR 

ดอกเบี้ยรูปแบบแรก จะเป็นดอกเบี้ยอัตราขั้นต่ำที่จะปล่อยให้สำหรับลูกค้าชั้นดีเท่านั้นครับ กิจการดี ประวัติการเงินดี ประวัติเครดิตดี มีหลักทรัพย์มากพอ เพราะงั้นส่วนใหญ่แล้ว ธนาคารเขาจะให้อัตราดอกเบี้ยแบบนี้กับพวกสินเชื่อธุรกิจครับ (คนธรรมดานี่ยากมากที่จะได้ดอกเบี้ยรูปแบบนี้ครับ)

 

2. Minimum Overdraft Rate : MOR

อันนี้จะเป็นดอกเบี้ยที่เอาไว้สำหรับลูกค้าประเภทเบิกเงินเกินบัญชีครับ ซึ่งยังคงเป็นดอกเบี้ยที่ธนาคารจะอนุมัติให้ลูกค้ารายใหญ่เครดิตดี อย่างพวกสินเชื่อธุรกิจเหมือนกับแบบ MLR นั่นแหละครับ 

 

3. Minimum Retail Rate : MRR 

มาถึงดอกเบี้ยแบบที่รายย่อยอย่างเราต้องเจอแล้ว โดยอัตราดอกเบี้ยรูปแบบนี้จะใช้สำหรับลูกค้ารายย่อยทั่วไปครับ อย่างเรากู้ซื้อบ้าน หรือซื้อรถ สินเชื่อบัตรเครดิต ทางธนาคารก็จะคิดดอกเบี้ยรูปแบบนี้กับเราครับ ซึ่งดอกเบี้ยจะเป็นแบบลอยตัว เปลี่ยนแปลงได้ตามนโยบายของธนาคารแต่ละแห่งครับผม

 

 

นอกจากดอกเบี้ยแต่ละชนิดแล้ว เรื่องสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ แม้จะกู้เงินจากธนาคารเดียวกัน เงินกู้ประเภทเดียวกัน แต่อัตราดอกเบี้ยของแต่ละคนอาจไม่เท่ากันนะครับ อย่างเช่น ถ้าผมกู้ซื้อบ้านจากธนาคาร ก. มา ทางธนาคารคิดดอกเบี้ยผม 5% แต่เพื่อนผมกู้ซื้อบ้านเหมือนกัน ธนาคารเดียวกัน ยอดเงินเท่ากัน แต่อาจโดนดอกเบี้ยแค่ 4% ก็ได้ครับ 

 

เรื่องดอกเบี้ยนี่สำคัญนะครับ เราไปกู้เงินเขามาซื้อบ้าน เราก็จำเป็นต้องรู้ครับว่าเค้าคิดเราเพิ่มยังไง กี่เปอร์เซ็นต์ เราจะได้วางแผนการเงินของเราได้ว่าจะยังไงต่อดี ถ้าเราไม่สนใจ เค้าให้จ่ายเท่าไหร่ก็จ่ายไป แบบนี้เราจะเสียเปรียบครับ เพราะงั้น เลือกให้ดีก่อนตัดสินใจครับ

 

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

LivingStock Application

ค้นหาล่าสุด

ทําเลที่ถูกค้นหามากที่สุด

แสดงทั้งหมด

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA ศูนย์วิจัย คลองตัน

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ เอกมัย พร้อมพงษ์ ประสานมิตร

อ่อนนุช อุดมสุข

อ่อนนุช อุดมสุข พระโขนง บางจาก ปุณณวิถี

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน เสือใหญ่ เสนานิคม วังหิน รัชวิภา

นวมินทร์ รามอินทรา

นวมินทร์ รามอินทรา แฟชั่นไอส์แลนด์ วัชรพล สายไหม หทัยราษฎร์ สุขาภิบาล 5

สะพานควาย จตุจักร

สะพานควาย จตุจักร หมอชิต ประดิพัทธ์ อินทามะระ