News

รายกลาง สะท้อนตลาด ชูกลยุทธ์ รับอสังหาฯ ขาลง

LivingInsider Report 2020-01-17 16:11:53

 

ตลาดที่อยู่อาศัยปี 2563 มีแนวโน้มชะลอตัวไม่ต่างจากปีก่อนหน้า เหตุปัจจัยกระทบมีมากกว่าปัจจัยบวก ภาวะดังกล่าวบีบผู้ซื้อ-ผู้ขายปรับตัว ซึ่งแม้แต่กับผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็ยังถือเป็นเรื่องยากในการสร้างการเติบโต และยิ่งเสี่ยงสูง สำหรับรายกลาง-รายเล็ก วงล้อสั้น อย่างไรก็ตาม หลายรายขวัญยังดี ไม่กังวลตลาดขาลง ชี้ภาวะกำลังซื้อซึม เศรษฐกิจไม่เอื้อ หลายปัจจัยรุมเร้า

 

ปี 2562 เปรียบเป็นบทเรียน ช่วยหยั่งตลาด ทั้งเป็นโอกาสดีให้ผู้ประกอบการทุกกลุ่ม หันกลับมาดูแผนและกลยุทธ์ขับเคลื่อนภายใน เตรียมสภาพคล่องรับความเสี่ยง หรือพัฒนาโปรดักต์อย่างไรให้ตรงกับความต้องการของผู้ซื้ออย่างแท้จริง ขณะเดียวกันต่างเชื่อว่าตลาดยังมีทางไป ขอรัฐหนุนอีกทาง

 

มีศักดิ์ ชุณหรักษ์โชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลฟ์ แอนด์ ลิฟวิ่ง จำกัด กล่าวว่า “ถึงเวลาปรับทุกอย่าง ต้องเปลี่ยนเกมเล่น เพราะมันใกล้ถึงจุดไปต่อไม่ได้แล้ว รัฐ และเอกชนต้องพูดคุยกัน ว่าจะผลักดันเศรษฐกิจผ่านอสังหาฯ อย่างไร ขณะนี้สถานการณ์ภายในไม่ได้เป็นบวก กระแสภายนอกก็หลายทาง แต่ดีมานด์ยังมี โดยเฉพาะกลุ่มกลาง-ล่าง ติดที่ความสามารถซื้อ การเป็นเจ้าของมันลำบากขึ้น รัฐควรมีโครงการสนับสนุนอย่างถาวร เช่น บ้านบีโอไอ ถือเป็นทางเลือกที่ดี อย่างไรก็ตาม อย่าโฟกัสกับปัจจัยภายนอกเกินไป จนลืมมองภายในที่เราควบคุมได้ เพราะหากภายในดี เชื่อก็จะขับเคลื่อนไปได้”

 

วัฒนพล ผลชีวิน ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท มณีรินทร์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “ในอดีตยอมรับเราทำงานง่ายกันเกินไป แต่ภาวะที่เกิดขึ้นปัจจุบัน ช่วยบีบให้ต้องพัฒนา เรียนรู้ เพิ่มเติม ทำตัวเองให้เข้มแข็ง เพื่อให้รับกับภาวะต่างๆได้ดีขึ้น เราบริษัทไม่ใหญ่ ยังพอไปได้ กลยุทธ์ คือการศึกษาทำเล วางโครงการไม่ใหญ่มาก บ้าน 2-4 ล้านบาท เหมาะกับผู้ซื้อจริง และบริหารสต๊อก อย่าตุนมากเกินไป ขณะลูกค้าก็สำคัญ ต้องสกรีนตรวจสอบความสามารถในการกู้ก่อนทำสัญญา โดยไม่จำเป็นต้องหาลูกค้ามากๆ แล้วสุดท้ายกู้ไม่ผ่าน เพราะรีเจ็กต์เรตปัจจุบันสูง”

 

บดินทร์ธร จึงรุ่งเรืองกิจ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า “ปีนี้คงไม่หวือหวา สิ่งที่เราเจอ เปรียบเป็นบทพิสูจน์ในการพัฒนาตัวเอง มองเรื่องเครือข่าย กับพาร์ตเนอร์ เป็นสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจยุคนี้ เพราะช่วยให้คล่องตัวและกระจายความเสี่ยงได้ สำหรับตลาดปีนี้ แนวสูงคงซึมต่อ แต่มีโอกาสในกลุ่ม 7-8 หมื่นบาทต่อตร.ม. ส่วนแนวราบกลุ่ม 4-5 ล้านบาทยังพอไปได้ ต้องหาทำเลที่ดี ทั้งจะชะลอการตุนเรื่องที่ดินไว้ก่อน เพราะต้องการปรับลดค่าใช้จ่าย ขณะเดียวกันอยากให้รัฐออกมาตรการมากระตุ้นภาพรวมมากกว่านี้ และผ่อนผันเกณฑ์เครดิตบูโร แก้ปัญหารีเจ็กต์เรตสูง”

 

ณพน เจนธรรมนุกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สัมมากร จำกัด กล่าวว่า “เมื่อเจอวิกฤติ ต้องดูสภาพคล่องก่อน เราบริษัทไม่ใหญ่ ใช้กลยุทธ์การบริหารจัดการพื้นที่ ขยายทำเลออกไปให้เยอะขึ้น เพื่อให้ยอดขายไม่ตก พร้อมเสริมด้วยการขยายธุรกิจประเภทรายได้ประจำ เช่น มอลล์ ตลาดนัด และแม้ต่อให้ตลาดปีนี้ไม่ดี แต่เรายังคงมีแผนพัฒนาต่อ เพราะเรามองข้ามช็อตไปยังปีต่อไปแล้ว โดยจากปัจจัยราคาที่ดินที่นิ่ง เป็นโอกาสตุนที่ดิน เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาโครงการปีต่อๆไป วิสัยทัศน์ของผู้บริหารเป็นสิ่งสำคัญ ต้องพร้อมปรับตัว”

 

ขอบคุณข่าวจาก ฐานเศรษฐกิจ

https://www.thansettakij.com/content/property/418516?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=property

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

LivingStock Application