News

‘บ้านดีมีดาวน์’ ลุ้นตลาดฟื้น ซื้อคอนโด 2 ปีก่อนส้มหล่น

LivingInsider Report 2019-12-04 10:31:03

 

ดีเวลอปเปอร์ลุ้นไตรมาส 4 ปีนี้เห็นสัญญาณฟื้นตัว หลังรับยากระตุ้นจากรัฐบาลต่อเนื่อง จับตาเปิดลงทะเบียน “บ้านดีมีดาวน์” คืนเงินดาวน์ 5 หมื่นบาท วันที่ 11 ธันวาคมนี้ คึกคักทะลุเป้า 1 แสนราย

 

โค้งสุดท้ายปี 2562 รัฐบาลเข็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เริ่มจากปลายเดือนตุลาคม ครม.มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอลดค่าโอนและค่าจดจำนอง เหลือ 0.01% จากปกติ 1.0% และ 2.0% สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท มีผลตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน- ธันวาคม 2563

 

ล่าสุดรัฐบาลมอบของขวัญปีใหม่ด้วยโครงการบ้านดีมีดาวน์ ช่วยเงินดาวน์ 5 หมื่นบาท เพื่อสนับสนุนให้คนไทยได้มีบ้าน กำหนดลงทะเบียนรับสิทธิ์ผ่านเว็บไซต์ บ้านดีมีดาวน์.com วันที่ 11 ธันวาคมนี้ สำหรับโครงการนี้มีระยะเวลาตั้งแต่ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562-31 มีนาคม 2563 โดยผู้มีสิทธิ์มีรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อเดือน หรือไม่เกิน 1.2 ล้านบาทต่อปี​

 

แคมเปญหลังสุดนี้ถือว่าค่อนข้างเปิดกว้างให้กับผู้ซื้อหลากหลายระดับราคา ตํ่าล้าน หรือมากกว่า 3 ล้านบาท ก็ได้ จึงกล่าวได้ว่าตลาดที่อยู่อาศัยช่วงปลายปี เป็นตลาดของผู้ซื้อที่มีต้องการจะซื้อบ้านและมีความพร้อมด้านการเงินอย่างแท้จริง ซึ่งผู้ประกอบการเชื่อว่าลูกค้าที่มีกำลังซื้อยังมีอยู่ไม่น้อย

 

นายอธิป พีชานนท์ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่าต้องยกเครดิตให้กับกระทรวงการคลัง ที่จัดโครงการบ้านดีมีดาวน์ ออกมาในภาวะเศรษฐกิจยังชะลอตัว

 

“โครงการนี้ส่งผลดีต่อผู้ที่ซื้อคอนโดฯ เมื่อ 2 ปีก่อน ไม่ใช่โครงการที่เปิดขายใหม่ในไตรมาส 4 ปีนี้ ขณะนี้ผู้ซื้อที่จะโอนปลายปีนี้ก็ดึงเรื่องโอน รอลงทะเบียนรับสิทธิ์คืนเงินดาวน์ สำหรับสต๊อกที่อยู่อาศัยโดยปกติต้องมี 1 แสนยูนิตหลายๆ รวมหมดทั้งที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว กำลังก่อสร้างและกำลังขาย”

 

ขณะที่นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด หรือ LPN ให้ความเห็นต่อเรื่องนี้ว่า ถ้าหากมีผู้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ครบ 1 แสนราย ตํ่า ๆ ก็เท่ากับรายได้จากการขาย 1 แสนล้านบาท ถือเป็นวงเงินที่ค่อนข้างสูง หากมาตรการดังกล่าวได้ผลนับเป็นสัญญาณที่ดีต่อเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ

 

ส่วนมาตรการลดค่าโอนและจดจำนอง ระยะเวลาดำเนินการค่อนข้างยาวถึงสิ้นปี 2563 ในช่วงต้นของโครงการจึงเคลื่อน ไหวไม่หวือหวานัก ประกอบกับผู้ประกอบการก็รับภาระแทนผู้ซื้ออยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม คาดว่าไตรมาส 4 ปีหน้าจะเห็นยอดการซื้อขายและโอนที่อยู่อาศัยคึกคัก

 

ด้านมุมมองนักวิชาการอย่าง นายนณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโสจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวว่า สิ่งที่รัฐควรทำ คือ ภาพระยะยาว การเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานหลัก ให้เกิดเร็วและต่อเนื่องที่สุด เช่น ถนน รถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง และโครงการอีอีซี เพราะหากทำได้ดีก็จะเข้ามาช่วยปรับตลาดจากดีมานด์ที่มากขึ้น ส่วนระยะสั้น เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการ จะเตรียมตัวเพื่อรับความเสี่ยงทุกด้าน

 

“การที่รัฐให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาระยะสั้น โดยไม่คำนึงถึงระยะยาว ทำให้ตลาดชะลอตัว จากยอดขายโครงการช้าลง ผู้ประกอบการเองก็เลื่อนเปิดโครงการ ทำให้เป็นความเสี่ยงต่อตลาดระยะยาว และเมื่อเกิดปัญหาใหญ่ขึ้นแล้ว มาตรการลด แลก จ่าย แถมใด ๆ ก็คงไม่เป็นผล”

 

ส่วนตัวเห็นด้วยกับนโยบายควบคุมสินเชื่อโดย ธปท. (LTV) หรือ แม้กระทั่งกฎเกณฑ์คุมภาระหนี้ต่อรายได้สูงสุด (DSR) ที่กำลังพิจารณาจะออกมา เพื่อควบคุมไม่ให้เกิดภาวะหนี้เสียมากขึ้นไปอีก

 

ขอบคุณข่าวจาก ฐานเศรษฐกิจ

https://www.thansettakij.com/content/property/415757?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=property

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

LivingStock Application

ค้นหาล่าสุด

ทําเลที่ถูกค้นหามากที่สุด

แสดงทั้งหมด

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA ศูนย์วิจัย คลองตัน

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ เอกมัย พร้อมพงษ์ ประสานมิตร

อ่อนนุช อุดมสุข

อ่อนนุช อุดมสุข พระโขนง บางจาก ปุณณวิถี

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน เสือใหญ่ เสนานิคม วังหิน รัชวิภา

นวมินทร์ รามอินทรา

นวมินทร์ รามอินทรา แฟชั่นไอส์แลนด์ วัชรพล สายไหม หทัยราษฎร์ สุขาภิบาล 5

สะพานควาย จตุจักร

สะพานควาย จตุจักร หมอชิต ประดิพัทธ์ อินทามะระ