News

จับชีพจรอสังหาฯ เอเชีย-ไทย

LivingInsider Report 2019-11-15 11:10:56

 

การเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเอเชีย รวมถึงประเทศไทย ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน ทั้งแง่จำนวนซัพพลาย พฤติกรรมผู้บริโภค รวมถึงกลยุทธ์ เทคโนโลยี การตลาดที่ก้าวหน้า และที่สำคัญ คือการเข้ามาของผู้พัฒนาฯ, ตัวแทนซื้อ-ขาย จำนวนมาก เจาะลึก และส่องทิศทางอนาคตอสังหาฯ ผ่านมุมมอง นายจูลส์ เคย์ และนายเจสัน เกรกอรี 

 

2 ซีอีโอ ของบริษัทพร็อพเพอร์ตี กูรู ผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ออนไลน์ในเอเชีย และฐานะบริษัทแม่ ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ฯ เผย ทิศทางตลาดทั่วภูมิภาคไม่ดิ่ง เพียงแต่ชะลอตัวตามปัจจัยต่างกัน ขณะที่ตลาดไทย พบผู้พัฒนาฯ เปลี่ยนรูปแบบการลงทุนสร้างโอกาส ด้านผู้ซื้อ ข้อมูลคือเรื่องสำคัญ แนะจับตาเทคโนโลยี 5G พลิกตลาด

 

นายจูลส์ กล่าวว่า ขณะนี้พบสัญญาณการชะลอตัวในตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั่วภูมิภาคเอเชีย ไม่เพียงแต่ประเทศไทย ด้วยเหตุผล, ปัจจัยที่แตกต่างกัน เช่น ในเวียดนาม เกิดจากการเข้าแตะเบรกของรัฐบาลเพื่อหยุดตลาดโตเร็วเกินไป ขณะที่จีน มาจากเรื่องสงครามการค้า และฮ่องกง จากการประท้วงภายในประเทศ 

 

อย่างไรก็ตาม ทิศทางปีหน้านั้น คาดภาพรวมจะอยู่ในภาวะทรงตัว แต่ไม่ถึงขั้นติดลบ เพราะยังพบการลงทุนเกิดขึ้น แม้จะลดความร้อนแรงลง เป็นไปตามโอกาสของแต่ละเซ็กเตอร์ ขณะที่ตลาดไทยนั้นยังมีความน่าสนใจในแง่การลงทุนมากที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ โดยพบผู้พัฒนาฯ เริ่มเปลี่ยนรูปแบบการลงทุน เช่น การจับมือกับกลุ่มโรงแรม, ตัวแทนซื้อขายระดับอินเตอร์ เพื่อสร้างโอกาสในการขายให้มีมากขึ้น และเปลี่ยนไปตามความถนัด โดยเฉพาะทิศทางการจับกลุ่มลูกค้าในอนาคต

 

“ที่ผ่านมาดีเวลอปเปอร์ไทย โฟกัสที่ตลาดคนไทยเป็นหลัก อนาคตเราคาดว่า จะกลับไปให้ความสำคัญกับกำลังซื้อในตลาดนานาชาติทำเลท่องเที่ยว เช่น เมืองพัทยา ภูเก็ต มากขึ้น”

 

ยุคปัจจุบัน เป็นยุคที่มีความหลากหลายของตลาดอย่างมาก พบตลาดไทยมีที่อยู่อาศัยตั้งแต่ถูกสุด ไปจนถึงแพงสุด แต่คาดแนวโน้มสำคัญที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น มีอยู่ 3 ความเคลื่อนไหวหลัก คือ 

 

1. บ้านราคาเข้าถึงได้ เชื่อจะเป็นตลาดที่ใหญ่และขายดีสุด เพราะรัฐบาลส่งสัญญาณให้การสนับสนุน 

 

2. อสังหาฯแนวรถไฟฟ้า จะเป็นทำเลที่ผู้พัฒนาโฟกัสเพราะใช้เป็นจุดขายได้ และ 

 

3. อสังหาฯในอีอีซี พบตลาดย่านบางนา มีความคึกคักสูง เพราะที่ดินยังถูก และมีโอกาสจากแหล่งงานที่จะเข้ามา ทั้งนี้ รูปแบบการพัฒนาลักษณะสร้างเมืองก็กำลังได้รับความนิยม

 

 

“ความเปลี่ยนแปลงในแง่ผู้พัฒนาฯ คือ การสร้างเมือง สร้างชุมชนใหม่ ผ่านโปรเจ็กต์มิกซ์ยูส โรงแรม+ที่อยู่อาศัย+ค้าปลีก เป็นลักษณะที่ใกล้เคียงในอินโดนีเซียแบบทาวน์ชิป คาดทำเลโอกาสคืออีอีซี”

 

ด้าน นายเจสัน กล่าวในแง่ความเปลี่ยนแปลงของผู้ซื้อว่า ปัจจุบันทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย มีเอเยนต์ราว 4.5 หมื่นราย ไม่นับผ่านการซื้อขายทางโทรศัพท์ ฉะนั้นการแข่งขันเป็นไปอย่างดุเดือด ทำให้ต้องทำการบ้านอย่างหนัก เนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนไปมาก โดยเฉพาะคนยุคมิลเลนเนียล หนุ่ม-สาว ยุคใหม่ 

 

คนกลุ่มดังกล่าว มีความถนัดในการเข้าถึงข้อมูล และคนแต่ละประเทศก็มีจุดประสงค์ในการซื้อต่างกัน เช่น คนอินโดนีเซีย ซื้อบ้านเพื่อหนีน้ำท่วม, ใกล้ที่ทำงาน ขณะที่คนสิงคโปร์ หวังในแง่ทำกำไร เป็นความต้องการที่แตกต่างกัน โดยสูงสุด คือข้อมูลที่เชื่อถือได้ ครอบคลุม และโปร่งใส เพื่อใช้สำหรับการตัดสินใจ เป็นสิ่งที่ผู้ซื้อต้องการสูงสุด

 

ทั้งนี้ บริษัท เตรียมจัดงาน “เอเชีย เรียลเอสเตท ซัมมิท 2019” สุดยอดการประชุมของวงการอสังหาริมทรัพย์แห่งภูมิภาคเอเชียวันที่ 21-22 พฤศจิกายน 2562 ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 2 ที่จัดในไทย หวังเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้เชิงธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในยุคปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นการติดอาวุธให้กับผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาฯ ได้ก้าวทันเรื่องเศรษฐกิจ เทคโนโลยี 5 G ให้สามารถนำไปปรับใช้ได้กับอุตสาหกรรมอีกด้วย ซึ่งไม่ใช่ในแง่ของการออกแบบก่อสร้าง หรือ ความปลอดภัยแค่นั้น

 

“อนาคต 5 G จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงตลาด เช่น ดูบ้านผ่าน 3D ส่งผ่านข้อมูลได้รวดเร็ว และที่สำคัญในแง่เทคโนโลยีสินเชื่อ มีการเปิดตัวในมาเลเซียแล้ว โดยผู้ซื้อสามารถเช็กเครดิตตนเองได้ผ่านเว็บไซต์ เพื่อเป็นเครื่องการันตีกับแบงก์ ระบบดังกล่าวสะท้อนเรื่องการเงินว่าผู้ปล่อยสินเชื่อ อาจไม่จำเป็นว่าต้องเป็นแบงก์เท่านั้น”

 

ขอบคุณข่าวจาก ฐานเศรษฐกิจ

https://www.thansettakij.com/content/property/414372?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

LivingStock Application