News

โค้งท้ายลุ้นโอนทะลุ 1.7 แสนล้าน อสังหาระเบิดศึกราคา

LivingInsider Report 2019-11-12 16:03:20

 

นโยบายการเงิน-การคลัง พยุงเศรษฐกิจโค้งท้ายปี หนุนตลาดบ้าน-คอนโดฯไม่เกิน 3 ล้านบาทเดือด เอกชนแห่อัดแคมเปญสาดสงครามราคา ระบายสต๊อก ดันยอดโอนไตรมาสสุดท้ายปีนี้ทะลุ 1.7 แสนล้าน

 

โค้งสุดท้ายปี 2562 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้รับการอัดฉีดจากรัฐบาลเต็มที่ นำร่องด้วยการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง เหลือ 0.01% ล่าสุดคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 ลง 0.25% จาก 1.5% ต่อปีสู่ระดับ 1.25% ต่อปี ตํ่าสุดในรอบ 10 ปี ทำให้ธนาคารพาณิชย์ทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดีหรือ MRR ลง 0.25%

 

นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า การส่งผ่านดอกเบี้ยนโยบาย รอบนี้เริ่มมีประสิทธิผล เมื่อมีธนาคารตอบสนองด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ย MRRและดอกเบี้ยเงินฝาก ซึ่งมีผลทันทีภายหลังจากกนง. ปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย แม้ว่ายังต้องรอผลหลายธนาคารที่เหลือ แต่อย่างน้อยการลดดอกเบี้ยรอบนี้ช่วยลดภาระการคืนเงินกู้ของรายย่อย เอสเอ็มอีและสินเชื่อบ้านได้รับอานิสงส์ แต่ในกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ ได้รับผลประโยชน์จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรไปแล้ว

 

ส่วนอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ลดเหลือ 1.25% ต่อปีแม้จะตํ่าในระดับช่วงที่เกิดวิกฤติซับไพรม์แต่รอบนี้เศรษฐกิจไม่ได้เข้าสู่ภาวะถดถอยเช่นที่ผ่านมา โดยครึ่งแรกของปีนี้ขยายตัว 2.6% แตกต่างจากช่วงวิกฤติซับไพรม์ ซึ่งไตรมาส 4 ปี 2551 จีดีพีติดลบ 2% และไตรมาส 1 ปี 2552 จีดีพี ติดลบ 4.3%

 

นายภัทรชัย ทวีวงศ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย คอลลิ เออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เผยว่า ถ้ามาตรการกระตุ้นอสังหาฯได้ผล มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์พื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลในไตรมาส 4/2562 สูงกว่า 1.74 แสนล้านบาท ใกล้เคียงปีที่ผ่านมา

 

โดยช่วงนั้นผู้ประกอบการกระตุ้นลูกค้าเร่งโอนหนีมาตรการ LTV จากไตรมาส 3/2562 ซึ่งคาดการณ์ว่าจะทำได้ประมาณ 1.2-1.3 แสนล้านบาท ถ้ารวม 2 ไตรมาสในครึ่งปีหลัง คาดการณ์จะมียอดโอนกรรมสิทธิ์ประมาณ 3 แสนล้านบาท ส่วนครึ่งปีแรกมียอดโอนรวมกัน 2.54 แสนล้านบาท รวมทั้งปีประมาณ 5.5 แสนล้านบาท

 

นายประยงค์ยุทธ อิทธิรัตน์ชัย รองหัวหน้าคณะผู้บริหาร ด้านพัฒนาทรัพย์สิน แนวสูง บริษัท เอสซี แอสเสท คอปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม้มีปัจจัยบวกในเรื่องดอกเบี้ยเข้ามา แต่ปัญหาใหญ่ของตลาดขณะนี้ คือ มาตรการ LTV ของธปท. ที่สกัดการซื้อในหลังที่ 2 และ 3 สถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ ยิ่งมีมูลค่าสูงยิ่งได้วงเงินน้อย กระทบในกลุ่มคอนโดมิเนียมที่มักเป็นการซื้อหลังที่ 2 ซึ่งดีเวลอปเปอร์เห็นตรงกันให้ยกเลิกมาตรการดังกล่าว เพื่อพยุงตลาด เนื่องจากธุรกิจอสังหาฯ มีความผูกพันกับหลายธุรกิจ ตั้งแต่ผู้ผลิต ซัพพลายเออร์ คนงานก่อสร้าง

 

นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต กรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ช่วงปลายปีนี้บริษัทมีโครงการคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จพร้อมอยู่และก่อสร้างเสร็จทันมาตรการกระตุ้นรวมมูลค่าประมาณกว่า 4 พันล้านบาท คาดจะใช้เวลาระบาย 13 เดือนเศษ

 

โดยจัดแคมเปญ คอนโด ออฟ เดอะ เยียร์ ราคาถูกที่สุดในรอบปี ลดสูงสุด 1 แสน- 1 ล้านบาท จอง 999 บาท ผ่อนเดือนละ 3 พันบาทนาน 2 ปี กู้เต็ม 100% สำหรับสัญญาแรก พร้อมฟรีค่าใช้จ่ายวันโอน 6 รายการ นอกจากนี้ทุกยูนิตได้เที่ยวญี่ปุ่นห้องละ 2 ที่นั่ง ให้กับลูกค้าที่ซื้อและโอนภายในสิ้นปีนี้

 

จากการสำรวจตลาดพบว่า บมจ.แสนสิริ จัดแคมเปญ “จอง 5,000 ฟรี 5 อย่าง” จองเริ่มเพียง 5,000 บาท เข้าอยู่ได้ทันทีกับ 7 คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ 7 ทำเลในกรุงเทพฯและหัวหิน ราคาเริ่มต้น 2.19 ล้านบาท และยังได้รับเครื่องใช้ไฟฟ้า 5 อย่าง ฟรีค่าส่วนกลางสูงสุด 5 ปี หรือ บมจ. อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จัดแคมเปญใหญ่ส่งท้ายปี “ANANDA  BIG DEALS” ดีลดี รอไม่ได้ นำ 10 โครงการคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ แบรนด์ “ไอดีโอ โมบิ” “ไอดีโอ” และ “เอลลิโอ” พร้อมข้อเสนอพิเศษ ผ่อนล้านละ 1 พันบาท กู้เต็ม ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอน

 

ขณะที่กระทรวงการคลัง ร่วมกับ 4 หน่วยงานประกอบด้วย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สมาคมอาคารชุดไทย และสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร รวมกว่า 500 รายทั่วประเทศ ออกแคมเปญ “บ้านในฝัน รับปีใหม่”

 

โดยนายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ปฏิบัติงานกระทรวงการคลัง)เชื่อว่าประชาชนจะให้ความสนใจและใช้ระยะเวลา 2 เดือนที่เหลือของปีนี้ซื้อและโอนที่อยู่อาศัยเพื่อเข้าร่วมโครงการดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ซึ่งกระทรวงการคลังตั้งเป้าระบายสต๊อกที่อยู่อาศัย ทั้งคอนโดมิเนียม บ้านจัดสรร ทาวน์โฮม หรืออาคารพาณิชย์ ให้ได้ 35,000 ยูนิต

 

ส่วนปัญหาที่สถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อจากมาตรการ LTVนั้น กระทรวงการคลังอาจมีแนวทางในการชดเชยผลกระทบดังกล่าวเพิ่มเติม รวมถึงการพิจารณาขยายสิทธิประโยชน์โครงการนี้ออกไปให้ครอบคลุมถึงบ้านมือ 2 และบ้านที่ราคาเกิน 3 ล้านบาทในอนาคตด้วย

 

“ขอประเมินโครงการดังกล่าวว่ามีผลดีต่อภาคอสังหา ริมทรัพย์มากน้อยแค่ไหน ซึ่งคาดการณ์ว่าจะช่วยกระตุ้นให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ในปีหน้าขยายตัวไม่ตํ่ากว่า 5% แต่หากประสบความสำเร็จดีจะขยายไปยังบ้านที่ราคาเกิน 3 ล้านบาท รวมถึงบ้านมือ 2 ซึ่งจะเสนอให้นายอุตตมสาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้พิจารณา”

 

ขอบคุณข่าวจาก ฐานเศรษฐกิจ

https://www.thansettakij.com/content/property/414187?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

LivingStock Application