News

รฟท. บีบ ‘ซีพี’ ผุดทางยกระดับ เชื่อมขุมทอง ‘มักกะสัน’

LivingInsider Report 2019-08-05 10:45:34

 

รฟท. ขีดแนวเส้นทางสร้างทางยกระดับจากแยกอโศกเชื่อมเข้ากลางที่ดินมักกะสันมอบซีพีดำเนินการ รองรับมิกซ์ยูส หวังลดผลกระทบจราจรพื้นที่โดยรอบ สร้างความสะดวกให้คนเข้าพื้นที่ พร้อมเดินหน้า รื้อย้ายโรงงานอู่ซ่อม บ้านพักข้าราชการ ก่อนส่งมอบ

 

ที่ดินมักกะสันผืนใหญ่ปัจจุบันมีสภาพเป็นโรงซ่อม อู่ พวงราง บ้านพักข้าราชการ โรงพยาบาลเก่าแก่ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กำลังถูกรื้อย้าย พลิกโฉมให้กลายเป็นอภิมหาโปรเจ็กต์กลางใจเมืองรองรับศูนย์คมนาคมมักกะสันเกตเวย์ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซี เชื่อมการเดินทางด้วยรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ที่กลุ่มซีพีและพันธมิตร ชนะประมูล และได้สิทธิ์พัฒนาพื้นที่ดังกล่าว 50 ปี อย่างไรก็ตาม พื้นที่นี้ไม่มีปัญหาผู้บุกรุก เนื่องจากรฟท.เป็นผู้ใช้ประโยชน์

 

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบริเวณนี้จะพัฒนาเป็นเมืองขนาดใหญ่ทั้งการอยู่อาศัย ศูนย์รวมธุรกิจแหล่งงาน ศูนย์การค้า โรงแรมสำหรับนักท่องเที่ยว อีกทั้งยังเป็นจุดเปลี่ยนถ่ายการเดินทางระบบราง อนาคตจะมีคนเข้าใช้พื้นที่จำนวนมาก อาจกระทบพื้นที่โดยรอบ ดังนั้นเอกชนต้องลงทุนก่อสร้างถนน และทางยกระดับ จากภายในโครงการเชื่อมต่อกับทางสาธารณะ เพื่อแก้ปัญหาจราจรในระยะยาว

 

นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า รฟท.อยู่ระหว่างเคลียร์พื้นที่ 150 ไร่ เพื่อเตรียมส่งมอบให้กับกลุ่มซีพี เช่าระยะยาว 50 ปี มูลค่า 52,000 ล้านบาท ตามเงื่อนไขทีโออาร์กรณีชนะประมูลโครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) โดยเป้าหมายส่งมอบพื้นที่ช่วงแรกภายใน 2 ปี ขณะส่วนที่เหลือซึ่งเป็นพื้นที่พวงรางจะเร่งส่งมอบให้แล้วเสร็จภายใน 5 ปีนับจากเซ็นสัญญา

 

เนื่องจากพื้นที่มักกะสันถูกล้อมไปด้วยเมือง แม้จะมีเส้นทางรถไฟฟ้าเชื่อมต่อ แต่เมื่อมีคนเข้าพื้นที่เกรงว่าจะเกิดปัญหาจราจรแออัด กระทบพื้นที่โดยรอบ ดังนั้นจึงต้องก่อสร้างถนน ทางเชื่อมระบายการจราจร ได้มอบให้ซีพี ก่อสร้างถนนทางยกระดับตั้งแต่แยกอโศก เชื่อมเข้าแปลงที่ดินเนื่องจากต้องทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ ซึ่งเชื่อว่าจะผ่านการอนุมัติ หากมีแผนแก้ปัญหาจราจรให้ในระยะยาวโดยไม่กระทบการสัญจรบนทางสาธารณะ ซึ่งรัฐได้ประโยชน์ และเอกชนต้องออกค่าใช้จ่าย

 

นอกจากนี้ ภายในโครงการเอกชนต้องทำทางจักรยาน ทางเดินเท้า โซนพื้นที่สีเขียวและอาคารสำนักงาน เพื่อเป็นสมาร์ทซิตี มีนวัตกรรม ส่วนองค์ประกอบอื่นจะมีอะไรบ้างนั้น เป็นหน้าที่ที่เอกชนกำหนด เพียงแต่ระบุว่าพัฒนารูปแบบมิกซ์ยูส

 

สำหรับความคุ้มค่า ประเมินว่า มูลค่า 52,000 ล้านบาท ที่ให้ซีพีเช่า หากรฟท.ลงทุนเองก็ใช้งบใกล้เคียงกัน ดังนั้นให้เอกชนลงทุน รฟท.ได้ค่าเช่า น่าจะคุ้มกว่า

 

“ฐานเศรษฐกิจ” สำรวจพื้นที่โดยรอบที่ดินมักกะสันพบว่ามีโครงการของเอกชนเกิดขึ้นจำนวนมาก ทั้งโรงแรมอาคารสำนักงานเกรดเอคอนโด มิเนียม เนื่องจาก เป็นย่านใจกลางเมืองเชื่อมการเดินทางด่วนรถไฟฟ้าสะดวกที่สุด

 

ขณะที่ การวิเคราะห์ของ คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ระบุว่า ที่ดินมักกะสันที่รฟท.จะให้เอกชนเข้าไปพัฒนาพื้นที่กว่า 120 ไร่ สัญญาเช่า 50 ปี กำหนดการใช้พื้นที่สูงสุดของ GFAอยู่ที่ประมาณ 2,400,000 ตร.ม. ความต้องการขั้นตํ่าสำหรับการพัฒนาพื้นที่อยู่ที่ประมาณ 850,000 ตร.ม. 

 

ซึ่งคอลลิเออร์ส มองว่า หากเอกชนเข้ามาพัฒนาที่ดินย่านดังกล่าวบนพื้นที่กว่า 120 ไร่ คาดการณ์ว่าจะใช้งบประมาณในการลงทุนกว่า 40,000 ล้านบาท และใช้เวลากว่า 10 ปีถึงจะคุ้มทุน โดยจะต้องนำที่ดินแปลงดังกล่าวมาพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูส ขนาดใหญ่ไม่ว่าจะเป็นอาคารสำนักงาน โรงแรม พื้นที่ค้าปลีก เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ รวมถึงคอนโดมิเนียม ลีสโฮลด์เนื่องจากที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินขนาดใหญ่

 

ขอบคุณข่าวจาก ฐานเศรษฐกิจ

https://www.thansettakij.com/content/406105

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

ค้นหาล่าสุด

ทําเลที่ถูกค้นหามากที่สุด

แสดงทั้งหมด

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ เอกมัย พร้อมพงษ์ ประสานมิตร

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA ดินแดง ศูนย์วิจัย คลองตัน

อ่อนนุช อุดมสุข

อ่อนนุช อุดมสุข พระโขนง บางจาก ปุณณวิถี

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน เสือใหญ่ เสนานิคม วังหิน รัชวิภา บางเขน

พัฒนาการ ศรีนครินทร์

พัฒนาการ ศรีนครินทร์ กรุงเทพกรีฑา สวนหลวง

รัชดา ห้วยขวาง

รัชดาภิเษก ห้วยขวาง สุทธิสาร ศูนย์วัฒนธรรม เหม่งจ๋าย