News

รับเหมาโต รับรัฐบาลใหม่ ลุย ‘เมกะโปรเจ็กต์’

LivingInsider Report 2019-06-11 11:03:44

 

ธุรกิจรับเหมาโตรับ รัฐบาลชุดใหม่ 5-7% จากอานิสงส์ เร่งลงทุนโครงการขนาดใหญ่รัฐอีอีซี-รถไฟฟ้า-บิ๊กโปรเจ็กต์เอกชน

 

ศูนย์วิจัยกรุงศรี ระบุว่า แม้ปี 2562 มูลค่าการลงทุนก่อสร้าง มีแนวโน้มเติบโตไม่มากเฉลี่ย 3.5-5.0% ผลจากนักลงทุนรอความชัดเจนภายหลังมีคณะรัฐบาลชุดใหม่ อย่างไรก็ตาม เมื่อรัฐบาลเข้าบริหารงานแล้ว เป็นที่คาดหมายว่า ปี 2563 และปี 2564 ธุรกิจรับเหมามีแนวโน้มขยายตัวเป็น 5-7% และ 7.5-9.5% ตามลำดับ ตามการเร่งลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐและการลงทุนภาคเอกชน ที่คาดว่าจะเติบโตตาม ความเชื่อมั่นและภาวะเศรษฐกิจ 

 

โครงการที่โดดเด่นยังเป็นโครงการที่พัฒนาในเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี, โครงการรถ ไฟฟ้า, โครงการมิกซ์ยูส เช่นเดียวกับโอกาสทองในประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน จากการขยายการลงทุนอสังหาริมทรัพย์

 

นายสมประวิณ มันประ เสริฐ ผู้บริหารสายงานวิจัย และหัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ กรุงศรี ระบุว่าข้อมูลพื้นฐานช่วงปี 2552-2561 มูลค่าการลงทุนก่อสร้างมีสัดส่วนเฉลี่ย 8.1% ของ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศมีผลต่อการจ้างงานและเชื่อมโยงกับธุรกิจต่อเนื่องที่หลากหลาย เช่นธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น 

 

งานก่อสร้างในประเทศแบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามลักษณะผู้ว่าจ้างงาน ได้แก่ งานก่อสร้างของภาครัฐและงานก่อสร้างของภาคเอกชนโดยมีสัดส่วนของมูลค่าการลงทุนเฉลี่ย 53:47 งานก่อสร้างของภาครัฐ ส่วนใหญ่เป็นโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 80% ของมูลค่าก่อสร้างงานภาครัฐทั้งหมด 

 

ส่วนที่เหลือเป็นโครงการก่อสร้างอาคารของหน่วยงานรัฐ, ที่พักของข้าราชการ ผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่มักจะได้เปรียบในการรับงานภาครัฐ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เนื่องจากมีประสบการณ์ มีความชำนาญเฉพาะด้าน มีศักยภาพทางการเงิน มีการพัฒนาเทคนิคและเทคโนโลยีในงานก่อสร้างมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนผู้รับเหมา SMEs จะมีโอกาสรับงานภาครัฐในลักษณะของผู้รับเหมาช่วง

 

ทั้งนี้งานก่อสร้างของภาคเอกชนจะกระจุกตัวในงานก่อสร้างที่อยู่อาศัยเฉลี่ย 56% ของมูลค่าก่อสร้างงานภาคเอกชนทั้งหมด ที่เหลือเป็นงานก่อสร้าง โรงงานอุตสาหกรรมสัดส่วน 10% พาณิชยกรรม 10% และอื่นๆ อีก 24% เช่น โรงแรม และโรงพยาบาล 

 

โดยงานก่อสร้างภาคเอกชนมักผันแปรตามความเชื่อมั่นในการลงทุน ซึ่งขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ สภาวะเศรษฐกิจเสถียรภาพการเมือง การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและนโยบายกระตุ้นการลงทุนของภาครัฐ 

 

ทั้งนี้ ผู้รับเหมารายใหญ่ที่เน้นรับงานก่อสร้างภาคเอกชนโดยส่วนใหญ่มักมี กำไรมากกว่ารายที่เน้นรับเหมางานภาครัฐ แต่โครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐส่วนมากมีมูลค่าสูงกว่าโครงการขนาดใหญ่ของ ภาคเอกชน ส่วนด้านผู้รับเหมา SMEs กลุ่มงานก่อสร้างภาคเอกชน โดยทั่วไปเป็นโครงการที่มีมูลค่าก่อสร้างน้อยและมีขั้นตอนการก่อสร้างไม่ซับซ้อน 

 

นอกจากงานก่อสร้างในประเทศ ผู้รับเหมาก่อสร้างของไทยยังขยายฐานลูกค้าออกไปรับงานในต่างประเทศ (ส่วนมากเป็นผู้รับเหมารายใหญ่) ซึ่งปัจจุบันเน้นรับงานก่อสร้างในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะกัมพูชา สปป.ลาว และเมียนมา (CLM) เนื่องจากประเทศเหล่านี้กำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่ง อำนวยความสะดวก เช่น โครงข่ายถนน รถไฟ และโรงไฟฟ้า

 

ขอบคุณข่าวจาก ฐานเศรษฐกิจ

http://www.thansettakij.com/content/402751

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

LivingStock Application