News

“แอร์บีแอนด์บี” ลุยเพิ่มเน็ตเวิร์ก สู้ศึก “โฮมแชริ่ง”

LivingInsider Report 2019-05-24 10:51:02

 

“แอร์บีแอนด์บี” ลุยชงรัฐบาลใหม่แก้ไขกฎหมายเอื้อธุรกิจที่พักให้เช่าระยะสั้น เดินสายผนึกองค์กรรัฐ-เอกชนไทยต่อเนื่อง จับมือธนาคาร “ออมสิน” ปั้นศักยภาพการขายโฮมสเตย์เมืองรอง พร้อมเพิ่มดีกรีพัฒนาบริการ-เน็ตเวิร์ก หลังเชนโรงแรมดังโลก เปิดศึกโฮมแชรริ่ง

 

การแก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับตลาดที่พักให้เช่าระยะสั้น ยังคงเป็นประเด็นที่ธุรกิจแพลตฟอร์มจองที่พักระดับโลก “แอร์บีแอนด์บี” (Airbnb) หนึ่งในผู้นำเทรนด์เศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (แชริ่ง อีโคโนมี) ของโลก ต้องการผลักดันให้เป็นธุรกิจที่ถูกกฎหมายในไทย หลังได้เดินกลยุทธ์ผนึกความร่วมมือกับองค์กรรัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาตลาดทั้งในเชิงการขายและให้ข้อมูลแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมพยายามชี้ให้เห็นมาตลอดว่าธุรกิจของแอร์บีแอนด์บีไม่ได้เป็นภัยต่อโรงแรมในไทย

 

นายไมค์ ออร์กิล ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฮ่องกง และไต้หวัน แอร์บีแอนด์บี เปิดเผยว่า แอร์บีแอนด์บีเตรียมผลักดันการเสนอให้แก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับตลาดที่พักให้เช่าระยะสั้น (Short-Term Rental) ในไทยกับรัฐบาลใหม่ และเข้าใจว่าเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาในการหารือ หลังหลายๆ ประเทศได้ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับตลาดที่พักให้เช่าระยะสั้น รองรับพฤติกรรมของนักเดินทางที่เปลี่ยนไป สนใจเข้าพักบ้านเช่าแบบแบ่งปัน (โฮม แชริ่ง) มากขึ้น

 

ระหว่างนี้แอร์บีแอนด์บีได้เดินหน้าร่วมมือกับพันธมิตรองค์กรภาครัฐและเอกชนในไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมตลาดที่พักให้เช่าระยะสั้น ก่อนหน้านี้มีสมาคมการค้าธุรกิจที่พักบูติกไทย และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเพื่อเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการโฮมสเตย์ในเมืองรองของไทย โดยเจ้าบ้าน (โฮสต์) ต้องจดแจ้งกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นว่าให้บริการที่พักที่ไม่ใช่โรงแรมเพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวอย่างถูกกฎหมาย ภายใต้ข้อกำหนดมีห้องพักไม่เกิน 4 ห้อง และมีลูกค้าเข้าพักไม่เกิน 20 คน

 

ล่าสุดได้ประกาศความร่วมมือกับธนาคารออมสิน สนับสนุนและเสริมความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการธุรกิจในไทย นำร่องที่กลุ่มธุรกิจโฮมสเตย์ เพราะนอกจากจะเป็นรูปแบบที่พักที่ได้รับความนิยมอย่างมากบนแอร์บีแอนด์บีแล้ว ยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในระดับท้องถิ่น

 

สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลไทยที่มุ่งขับเคลื่อนการเติบโตและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจชุมชนในเมืองรองต่างๆ ผ่านการท่องเที่ยว โดยได้ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ธนาคารออมสินและผู้ประกอบการโฮมสเตย์ท้องถิ่น 29 กลุ่ม รวมกว่า 100 แห่ง เพื่อเสริมศักยภาพด้านการขาย ให้แอร์บีแอนด์บีเป็นเครื่องมือทำการตลาดใหม่ โดยผู้ประกอบการส่วนหนึ่งเป็นลูกค้าธนาคารออมสินที่ได้เข้าร่วมโครงการ จีเอสบี สมาร์ท โฮมสเตย์ 2018

 

“สำหรับกลยุทธ์การทำตลาดของแอร์บีแอนด์บีในไทย ยังคงมุ่งสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนหลากหน่วยงานหลายระดับมากขึ้น เพื่อพัฒนาบริการที่พักหลากรูปแบบตอบความต้องการของนักท่องเที่ยวทั่วโลก พร้อมโฟกัสการกระจายความหลากหลายของโลเกชันที่พักไปยังเมืองรองมากขึ้น เน้นสร้างความแข็งแกร่งจากภายในเพื่อรุกทำตลาดระดับโลก”

 

ทั้งนี้ในปี 2561 ที่ผ่านมา มีเจ้าของที่พักเสนอขายบริการที่พักให้เช่าระยะสั้นในไทยบนแอร์บีแอนด์บีกว่า 80,000 ราย ต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 1.88 ล้านคน จากกว่า 185 ประเทศ มีการเติบโตสูงถึง 54% เมื่อเทียบกับปีก่อน และคาดว่าจะเติบโตมากขึ้นล้อแนวโน้มการขยายตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติเยือนไทยที่คาดว่าทะลุ 40 ล้านคน

 

โดยหนึ่งในตลาดนักท่องเที่ยวที่มีอัตราการเติบโตและเข้าพักในไทยสูงคือชาวจีน จากพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีนเปลี่ยนจากเดินทางแบบกรุ๊ปทัวร์หันมาเดินทางด้วยตัวเองมากขึ้น ทั้งนี้ไม่กังวลต่อสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ เชื่อว่าทั้งนักท่องเที่ยวจีนและสหรัฐจะยังมีกระแสการเดินทางท่องเที่ยวที่ดี

 

นายไมค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากกรณีที่เชนโรงแรมดังระดับโลก เช่น เครือแมริออท อินเตอร์เนชันแนล จากสหรัฐ ได้ประกาศเปิดตัวแพลตฟอร์มออนไลน์ใหม่ เพื่อรุกตลาดที่พักให้เช่าระยะสั้นเมื่อต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา รวมถึงเชนโรงแรมอื่นๆ ที่กำลังจะเปิดตัวเจาะตลาดนี้เพิ่มเติม แสดงให้เห็นว่าเชนโรงแรมดังของโลกเห็นความสำคัญกับโมเดลธุรกิจนี้ จึงตัดสินใจกระโดดเข้ามาร่วมวง

 

“กลยุทธ์ตั้งรับการแข่งขันของแอร์บีแอนด์บีจึงหนีไม่พ้นการพัฒนาบริการผ่านแพลตฟอร์มเพื่อรองรับความต้องการของโฮสต์และผู้เข้าพักให้มากขึ้น ควบคู่ไปกับการขยายเครือข่ายทั้งในเชิงดีมานด์และซัพพลาย เพื่อดึงนักเดินทางจากทั่วโลกให้เข้ามาจองที่พักผ่านแอร์บีแอนด์บีมากยิ่งขึ้น หลังจากเราเป็นผู้เปิดตลาดที่พักให้เช่าระยะสั้นมานาน 10 ปี มีจุดแข็งเรื่องเครือข่ายที่พักกว่า 6 ล้านแห่งทั่วโลก และมีลูกค้าเข้าพักสะสมกว่า 500 ล้านคนนับตั้งแต่เปิดให้บริการมา”

 

ด้านรายงานข่าวระบุเพิ่มเติมว่า เครือแมริออท อินเตอร์เนชันแนล เจ้าของแบรนด์โรงแรมดังระดับโลก อาทิ เจดับบลิว แมริออท, เซนต์ รีจิส, เรเนซองส์, เชอราตัน และริตซ์-คาร์ลตัน เพิ่งประกาศเปิดตัวแพลตฟอร์มออนไลน์ใหม่ “โฮมส์ แอนด์ วิลลาส์ บาย แมริออท อินเตอร์เนชันแนล” เพื่อไม่ให้ตกขบวนแชริ่งอีโคโนมีซึ่งเป็นเทรนด์โลกที่มาแรง ผ่านการให้บริการที่พักหรูระดับไฮเอนด์ 2,000 แห่งใน 100 จุดหมายทั่วสหรัฐ ยุโรป แคริบเบียน และละตินอเมริกา

 

ส่งผลให้เครือแมริออทฯเป็นกลุ่มธุรกิจเชนรับบริหารโรงแรมรายแรกที่รุกเข้ามาชิงส่วนแบ่งการตลาดที่พักให้เช่าระยะสั้นแข่งกับเจ้าตลาดอย่างแอร์บีแอนด์บี รวมถึงบริษัทท่องเที่ยวออนไลน์ (Online Travel Agent : OTA) อื่นๆ เช่น บุ๊กกิ้งดอทคอม, อโกด้า และโฮมอะเวย์ ในเครือเอ็กซ์พีเดียกรุ๊ป ขณะที่เชนโรงแรมอื่นๆ เช่น ไฮแอท และฮิลตันเองก็กำลังเตรียมกระโจนเข้าร่วมวงตลาดที่พักให้เช่าระยะสั้นเช่นกัน

 

ขอบคุณข่าวจาก กรุงเทพธุรกิจ

http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/835807

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

LivingStock Application

ค้นหาล่าสุด

ทําเลที่ถูกค้นหามากที่สุด

แสดงทั้งหมด

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA ศูนย์วิจัย คลองตัน

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ เอกมัย พร้อมพงษ์ ประสานมิตร

อ่อนนุช อุดมสุข

อ่อนนุช อุดมสุข พระโขนง บางจาก ปุณณวิถี

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน เสือใหญ่ เสนานิคม วังหิน รัชวิภา

นวมินทร์ รามอินทรา

รามอินทรา นวมินทร์ แฟชั่นไอส์แลนด์ วัชรพล สายไหม หทัยราษฎร์ สุขาภิบาล 5

สะพานควาย จตุจักร

สะพานควาย จตุจักร หมอชิต ประดิพัทธ์ อินทามะระ