Pr

โฟร์พัฒนา เปิดตัว Creative Living x ProFrame ครั้งแรก นวัตกรรมบ้านโครงสร้างเหล็ก ProFrame ในเมืองไทย

LivingInsider Report 2019-05-02 09:59:58

‘โฟร์พัฒนา’ เปิดตัว Creative Living x ProFrame ครั้งแรก นวัตกรรมบ้านโครงสร้างเหล็ก ProFrame ในเมืองไทย

 

เครือ ‘โฟร์พัฒนา’ จับมือกับบริษัท แอล จี เอส โซลูชั่นส์ พาร์ทเนอร์สำคัญด้านเทคโนโลยีการก่อสร้าง เปิดตัว Creative Living x ProFrame ครั้งแรก นวัตกรรมบ้านโครงสร้างเหล็ก ProFrame ในเมืองไทย

 

นายปราโมทย์ ธีรกุล ประธานกรรมการบริหาร เครือบริษัท โฟร์พัฒนา จำกัด เปิดเผยถึงแนวทางในการดำเนินธุรกิจว่า โฟร์พัฒนายังคงมีความชัดเจนในPositioning ที่เน้นลูกค้ากลุ่มระดับบนระดับราคา 7 ล้านขึ้นไป มาตั้งแต่เริ่มต้นก่อตั้งบริษัทจนถึงปัจุบันเกือบ 40 ปี

 

ความสำเร็จที่มาจากปากต่อปาก “ เป็นของดีราคาแพง คือจ่ายแล้วจบไม่ต้องเจอปัญหาให้ปวดหัว เอาเวลาไปทำอย่างอื่นได้เลย” โดยบริษัทฯให้ความสำคัญ 3 หลักการทำงาน ดังนี้ คือ

 

- ประการแรก คือ ความซื่อสัตย์ เป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจ เราซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ซื่อสัตย์ต่อคู่ค้าพันธมิตร และซื่อสัตย์ต่อพนักงาน

 

- ประการที่สอง คือคุณภาพงาน ทำงานด้วยความเป็นมืออาชีพ ใช้ช่างของเรา คือการไม่ใช้ผู้รับเหมาช่วง การทำงานเลยเราจึงควบคุมโปรเซสทุกอย่างได้ กำหนดระยะเวลาที่แน่นอน และสร้างความมั่นใจให้ลูกค้ามาตลอด 

 

- และประการที่สามคือ บุคลากร เราใส่ใจคุณภาพชีวิตของพนักงานทุกระดับทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพราะงานจะออกมาดีมีคุณภาพได้นั้นล้วนมาจากฝีมือของคน บ้านที่โฟร์พัฒนาสร้างมีความประณีต จึงเป็นที่ยอมรับโดยเฉพาะในด้านฝีมือ และคุณภาพในระดับมาตรฐานเหนือมาตรฐาน

 

“กว่า 60% ของยอดขายมาจากลูกค้าเก่าที่สร้างบ้านอีกหลังก็เรียกเรา หรือบอกเพื่อนพี่น้องถ้าใครจะสร้างบ้านให้คุยกับโฟร์พัฒนา เรียกว่าเติบโตจากปากต่อปาก” นายปราโมทย์ กล่าว

 

นายปราโมทย์ ยังกล่าวว่า ด้วยปัจจัยแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจที่เปลี่ยนไป โฟร์พัฒนา จึงต้องปรับตัวและหานวัตกรรมใหม่เข้ามาเสริมจุดแข็งและแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากปัญหาฝีมือแรงงานของช่างก่อสร้าง(Human Error) ได้

 

ล่าสุด โฟร์พัฒนาได้จับมือกับบริษัท แอล จี เอส โซลูชั่นส์ เป็นพาร์ทเนอร์สำคัญด้านเทคโนโลยีการก่อสร้าง Pro frame ให้กับโฟร์พัฒนาได้นำเอาระบบ ProFrame มาใช้ในการก่อสร้างบ้านให้กับลูกค้า ช่วยเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และลดปริมาณคนงานก่อสร้างได้รวดเร็วกว่าถึง 2 เท่า คือถ้าเทียบกับระบบก่อสร้างก่ออิฐฉาบปูนต้องใช้เวลาโครงสร้างถึงประมาณ 150 -180วัน

 

ซึ่งเมื่อรวมงาน Finishing งานพื้น ขอบประตู หน้าต่าง ตกแต่งแล้ว ก็ประมาณ 15 เดือนเสร็จ แต่ถ้าเป็นโครงสร้างเหล็กใช้เวลาประมาณ 50-60 วัน รวมงาน Finishing ก็จบได้ภายใน 8 เดือนเข้าอยู่ได้เลย ซึ่งได้เปิดตัวในงานสถาปนิกวันที่ 30 เมษายน-5 พฤษภาคม 2562นี้ ที่อิมแพคเมืองทองที่บูธ H509

 

ทั้งนี้ ProFrame ถือเป็นอีกนวัตกรรมโครงสร้างเหล็กประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากและพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยประเทศออสเตรเลียถือเป็นผู้นำนวัตกรรมนี้มาหลายสิบปี อีกทั้งยังเป็นระบบที่พัฒนาจากประเทศที่มีภัยพิบัติธรรมชาติบ่อย ที่โครงสร้างต้านทานพายุ แผ่นดินไหว ที่สำคัญตัวเหล็กนี่สามารถนำมาใช้ได้ใหม่เรื่อยๆ (Reused) กรณีที่อยากจะสร้างบ้านใหม่ ก็เอาเหล็กโครงสร้างเดิมมาใช้ต่อได้

 

เปิดตัว Creative Living x ProFrame ครั้งแรกในไทย

ด้านนายปรีดิ์ ธีรกุล กรรมการผู้จัดการ เครือบริษัท โฟร์พัฒนา จำกัด กล่าวเสริมว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯจะยึดหลักโปรดักชั่นนำมาร์เก็ตติ้ง และถึงแม้บริษัทฯเชื่อว่าระบบเดิมก่ออิฐฉาบปูนยังยืนอยู่ได้อีกนาน แต่เราก็ต้องพัฒนาหาสิ่งที่ดีขึ้นกว่าเดิมอยู่ตลอด

 

สิ่งที่โฟร์พัฒนาไม่หยุดคือการสร้างนวัตกรรม ความร่วมมือระหว่างโฟร์พัฒนากับบริษัท แอล จี เอส โซลูชั่นส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านวิศวกร ออกแบบงานสถาปัตยกรรม เรียกว่าเป็นบริษัทกุนซือของโฟร์พัฒนาตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน บริษัทฯจึงมั่นใจว่าโซลูชันใหม่อย่าง ProFrame มาตอบโจทย์ผู้บริโภคให้ดียิ่งขึ้น

 

การจับมือระหว่างโฟร์พัฒนากับแอล จี เอส โซลูชั่นส์ ดำเนินการภายใต้โปรเจคใหม่คือ “Creative Living xProFrame” โดยแอล จี เอส โซลูชั่นส์จะเป็นพาร์ทเนอร์สำคัญด้านเทคโนโลยีการก่อสร้าง Pro frame ให้กับโฟร์พัฒนา ความร่วมมือที่จะสร้างมิติใหม่ของการรับสร้างบ้านด้วยนวัตกรรมที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

 

แก้ Pain point การก่อสร้างอย่างยั่งยืน

พร้อมกันนี้ นายปรีดิ์ ยังกล่าวถึงนวัตกรรม “ProFrame” ที่เป็นระบบการก่อสร้างรูปแบบใหม่ในอุตสาหกรรมการสร้างบ้าน ที่จะมาแก้ Pain point ได้ดีที่สุด กล่าวคือ Pain point อย่างหนึ่งของวงการรับสร้างบ้าน คือความไม่เข้าใจกัน สื่อสารไม่เคลียร์คัตชัดเจน เมื่อลูกค้าเห็นงานออกมาแล้วไม่ตรงกับที่คิดไว้ สั่งให้รื้อใหม่ ซึ่งนำไปสู่การทิ้งงานในที่สุด

 

ดังนั้น ระบบ ProFrame จะไม่ใช่การทำงานแบบทำไปแก้ไป เนื่องจากต้องวางแผนก่อนสร้างทุกอย่าง รายละเอียดนอกบ้าน ในบ้าน ดีเทลเล็กๆ ปลั๊กไฟอยู่ตรงไหน ท่อประปาเดินต่ออย่างไร ต้องคิดออกแบบงาน Finishing ตั้งแต่ตอนเริ่มสร้าง ก่อนที่จะป้อนข้อมูลผ่านโปรแกรมคำนวณโครงสร้างทุกอย่าง

 

ซึ่งแน่นอนว่าแก้ไขทีหลังไม่ได้ ลูกค้าเองก็ได้ความชัดเจน งานสร้างจริงได้ตรงตามที่ตามแบบ มุมเป๊ะ องศาตรง ส่วนตัวผู้สร้างเองก็ทำงานได้ไว ไม่ต้องทำไปทุบไป ช่วยลดความขัดแย้งหน้างานได้ 

 

“เรื่องงานดีไซน์ ซึ่งตัว ProFrame จะช่วยให้งาน Finishing ตลอดจนงานตกแต่งต่างๆ ทำได้ง่ายเพราะสัดส่วนบ้านได้ตรงตามขนาดแปลน 100%” นายปรีดิ์ กล่าวย้ำ

 

สำหรับใครที่สนใจนวัตกรรมบ้าน ProFrame ต้องไปดูที่งานสถาปนิกวันที่ 30 เมษายน-5 พฤษภาคมนี้ ที่อิมแพคเมืองทองธานี ซึ่งทางโฟร์พัฒนาจัดบูธ H509 ซึ่งจะมีทีมงานสถาปนิกแนะนำรายละเอียดครบถ้วน และที่สำคัญ! งานนี้มีโปรโมชันพิเศษสำหรับผู้จองบ้าน ProFrame ราคาพิเศษสุด ซึ่งงานนี้ผู้บริหารบอกว่าตั้งใจลดราคาเป็นพิเศษในงานนี้จำนวน 3 หลังเท่านั้น! ดูรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก https://www.fourpattana.com/
 

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ