News

คอนโดร่วมทุน ยอดพุ่ง ทะลุ 1.2 แสนล.ปี 62

LivingInsider Report 2019-04-17 13:20:28

คอนโดร่วมทุน  ยอดพุ่ง ทะลุ 1.2 แสนล.ปี 62

 

เทรนด์ตลาดคอนโดฯร่วมทุนต่างชาติพุ่งไม่หยุด คอลลิเออร์สฯคาดการณ์มูลค่าปี 2562 โตเฉียด 1.2 แสนล้านบาท ค่ายเสนาฯวางแผนลุยเปิดในไตรมาส 3 กว่า 6 โครงการโบรกอสังหาฯ ชี้ต้นเหตุซัพพลายล้น

 

กระแสการร่วมทุนของดีเวลอปเปอร์ไทยกับบริษัทชั้นนำจากต่างประเทศ เริ่มขึ้นเมื่อ 4-5 ปีก่อน ส่วนใหญ่จะเป็นยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาฯจากญี่ปุ่น เข้ามาจับมือกับบริษัทรายใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยจะร่วมกันพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในพื้นที่กรุงเทพ มหานครเป็นหลัก จากนั้นช่วง 1-2 ปีหลังที่ผ่านมา มีกลุ่มทุนใหญ่จากประเทศจีน และฮ่องกง จับมือกับบริษัทขนาดกลางเป็น เหตุให้ตลาดคอนโดมิเนียมเติบโตอย่างมาก ทั้งด้านจำนวนหน่วยที่เปิดขาย และมูลค่าที่ขายได้

 

ทั้งนี้ จำนวนหน่วยคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ก่อนปี 2560 ทั้งตลาดอยู่ในระดับมากกว่า 30,000 ยูนิต แต่ในปี 2560 พุ่งปรี๊ดเป็น 5.5 หมื่นยูนิต เปิดสถิติใหม่ให้วงการคอนโดมิเนียมของไทย ข้ามมาในปี 2561 ก็เกิดสถิติใหม่ เปิดขายใหม่มากกว่า 6.6 หมื่นยูนิต ส่วนปี 2562 ดีเวลอปเปอร์ยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ออกสู่ตลาดต่อเนื่อง แม้จะมีกระแสเสียง “สินค้าล้นตลาด” ก็ตามที

 

นายภัทรชัย ทวีวงศ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัท คอล ลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยฯ เปิดข้อมูลภาพรวมคอนโดมิเนียมในโครงการร่วมทุนในปี 2561 มูลค่าประมาณ 1.1 แสนล้านบาท ถ้าเทียบกับปี 2560 ที่มีมูลค่า 7.47 หมื่นล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่า 48% และปี 2562 คาดการณ์จะอยู่ที่ 1.19 แสนล้านบาท หากเทียบกับปีก่อนจะเติบโตกว่า 7% ในขณะที่ก่อนหน้าปี 2558 ภาพรวมคอนโดฯ มีมูลค่าสะสมอยู่ที่ 149,701 ล้านบาท

 

“ใน 4-5 ปีที่ผ่านมาดีเวลอปเปอร์ไทยจับมือร่วมทุนกับต่างชาติค่อนข้างมาก โดยเฉพาะจากญี่ปุ่นมากที่สุด รองลงมา จีน จึงมีกำลังซื้อลูกค้าต่างชาติของเขาเป็นทุนเดิม อย่างเช่น โครงการของออริจิ้น ย่านทองหล่อ หรือพญาไท ซึ่งร่วมทุนกับกลุ่มโนมูระ จากญี่ปุ่น ก็ปรับโครงการบางส่วนให้กับกำลังซื้อต่างชาติ หรือว่าลูกค้าในส่วนที่ร่วมทุน ซึ่งเป็นลูกค้าญี่ปุ่นไป แต่อีก 2 อาคารจะเป็นลูกค้าคนไทย”

 

ด้านนายวิทย์ กุลธนวิภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แคปปิตอล วัน เรียลเอสเตท จำกัด ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า “ต้องยอมรับว่าวันนี้ ซัพพลายคอนโดมิเนียมล้น จากปัจจัยเงินทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนกับบริษัทของไทย

 

จะเห็นว่าโครงการคอนโดมิเนียมที่เปิดใหม่ในระยะหลังเป็นโครงการที่ร่วมทุนกับต่างชาติเกือบทั้งหมด เพราะดอกเบี้ยเงินฝากในประเทศญี่ปุ่นเท่ากับศูนย์ จึงต้องนำเงินออกมาลงทุนในต่างประเทศ นอกจากทุนญี่ปุ่นแล้ว ยังมีจีน และฮ่องกง ที่เข้ามาใส่เม็ดเงินในการพัฒนาโครงการร่วมกับไทยในปัจจุบัน”

 

การแก้ปัญหาของธนาคารแห่งประเทศไทย ออกมาตรการคุมเข้มสินเชื่อ ถือเป็นนโยบายตัดดีมานด์ แต่กลับไม่ใช้นโยบายตัดซัพพลาย ด้วยการคุมเข้มสินเชื่อโครงการ จากการสังเกตพบว่าซัพพลายคอนโดมิเนียมยังคงเดิม อีกปัจจัยที่ทำให้สินค้าล้นตลาด มาจากผู้ประกอบการรายใหม่ที่เข้าสู่ตลาดได้ค่อนข้างง่าย ต่างจากในตลาดสหรัฐอเมริกาที่มีกฎค่อนข้างเข้มงวด เกิดจากสถานการณ์ราคาคอนโดฯติดดอย

 

นายวิทย์ยํ้าว่า ปรากฏการณ์ทุนต่างชาติไหลเข้าลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เช่นนี้ เคยเกิดขึ้นในประเทศมาเลเซียมาแล้ว โดยจีนแห่เข้าไปลงทุนค่อนข้างมาก จนนายกฯ มหาธีร์ ต้องระงับการลงทุน เพราะไม่สะท้อนตามหลักความเป็นจริง ตามหลักเศรษฐกิจ ซัพพลายกับดีมานด์

 

ฟากนางสาวเกษราธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) จับมือร่วมทุน บริษัท ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ปเปอร์เรชั่น จำกัด กล่าวถึงภาพรวมตลาดที่บริษัทอสังหาฯ ของไทยหันไปร่วมทุนกับต่างชาติมากขึ้นว่า “เมื่อเกิดภาวะสภาพคล่องล้นจึงมีเงินไหลเข้ามาลงทุนตลาดอสังหาฯและตลาดหุ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะมองคล้ายกันคือ การลงทุนในอสังหาฯ โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียม เมื่อผู้ประกอบการคิดตรงกัน จึงทำให้เกิดภาวะโอเวอร์ซัพพลายขึ้น”

 

สำหรับเสนา-ฮันคิว ได้ประกาศแผนธุรกิจปี 2562 จะเปิด 11 โครงการ มูลค่าประมาณ 35,000 ล้านบาท ประกอบด้วยคอนโดมิเนียม ทำเลกรุงเทพฯและปริมณฑล นอกจากนี้อาจร่วมกันพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส 1 โครงการ ขณะนี้เปิดไปแล้วประมาณ 50% ในไตรมาส 2 นี้จะไม่เปิดใหม่ แต่จะเลื่อนไปบุกตลาดในไตรมาส 3 แทน

 

‘คอนโดฯแพงไปต่อหรือพอแค่นี้’

แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2562 กับการถอยกลับตั้งรับความเสี่ยงรอบด้าน ทิศทางกลุ่มคอนโดมิเนียมหดตัว โครงการราคาแพงถูกข้อจำกัดทั้งเรื่องแอลทีวี และกำลังซื้อต่างชาติลดลง ขณะที่เศรษฐกิจและสถานการณ์การเมืองในประเทศ ยังส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อ แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทด้านบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร

 

โดยนายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กลับมีมุมมองที่ต่างออกไปว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะกลุ่มคอนโดมิเนียมเจาะกลุ่มลักชัวรี จะกลับมาสร้างสีสันอีกครั้ง เนื่องจากตอบโจทย์ทั้งกลุ่มที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง กลุ่มนักลงทุน รวมถึงกลุ่มชาวต่างชาติ

 

เนื่องจากผลวิจัยตลาดสำรวจ พบว่าในปี 2562 ผู้พัฒนาโครงการหลักยังมีทิศทางการพัฒนาในกลุ่มดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีความท้าทาย แต่เมื่อเทียบกับความคุ้มค่าในการลงทุนย่อมสูงกว่าการพัฒนาโครงการทั่วไป ขณะเดียวกันยังเป็นโปรดักต์ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนรวมถึงชาวต่างชาติไม่เปลี่ยน เพราะราคาที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นตลอดเวลา ให้อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง 7-10%

 

แม้ธปท.จะเริ่มใช้มาตรการแอลทีวี กำหนดเพิ่มเงินดาวน์ตามเกณฑ์ใหม่เป็น 20% แต่ไม่น่าจะเป็นผลต่อตลาดดังกล่าวมากนัก เพราะถือเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับหลายประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร และนิวซีแลนด์ ขณะเดียวกันยังมีอีกหลายประเทศที่วางเงินดาวน์สูงกว่าไทย เช่น สิงคโปร์ อยู่ที่ 75% มาเลเซียและเกาหลีใต้อยู่ที่ 70% และฮ่องกงอยู่ที่ 65% เป็นต้น 

 

 

ขอบคุณภาพและข่าวจาก ฐานเศรษฐกิจ

 

http://www.thansettakij.com/content/399202

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

LivingStock Application

ค้นหาล่าสุด

ทําเลที่ถูกค้นหามากที่สุด

แสดงทั้งหมด

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA ศูนย์วิจัย คลองตัน

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ เอกมัย พร้อมพงษ์ ประสานมิตร

อ่อนนุช อุดมสุข

อ่อนนุช อุดมสุข พระโขนง บางจาก ปุณณวิถี

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน เสือใหญ่ เสนานิคม วังหิน รัชวิภา บางเขน

นวมินทร์ รามอินทรา

นวมินทร์ รามอินทรา แฟชั่นไอส์แลนด์ วัชรพล สายไหม หทัยราษฎร์ สุขาภิบาล 5

สะพานควาย จตุจักร

สะพานควาย จตุจักร หมอชิต ประดิพัทธ์ อินทามะระ