News

หวั่น PM 2.5 ทุบมู้ดผู้ซื้อระยะสั้น ตลาด 4 จังหวัดหลัก 2 แสนล้านสะเทือน

LivingInsider Report 2019-04-09 13:00:11

หวั่น PM 2.5 ทุบมู้ดผู้ซื้อระยะสั้น ตลาด 4 จังหวัดหลัก 2 แสนล้านสะเทือน

 

ปัญหาฝุ่นควันยิ่งนับวันยิ่งเป็นภัยคุกคามที่ไม่อาจคาดเดาได้จริง ๆ

 

ล่าสุด “ภัทรชัย ทวีวงศ์” รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย สำรวจตลาดที่อยู่อาศัยในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาฝุ่นละออง

 

ประเด็นตั้งอยู่ที่วิกฤตหมอกควัน PM 2.5 ในภาคเหนือและปัญหาหมอกไฟป่าในภาคใต้ ส่งผลกระทบอะไรได้บ้างกับภาคอสังหาริมทรัพย์

 

เรามาเริ่มกันที่วิกฤตหมอกควันภาคเหนือ PM 2.5 ในจังหวัดหลักอย่าง “เชียงใหม่-เชียงราย” รวมถึงอีกหลายจังหวัดของภาคเหนือ พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งของโลกต่อเนื่องหลายวัน

 

โดยบางวันวิกฤตหมอกควันพิษในภาคเหนือกลับมารุนแรงสูงเกินมาตรฐาน คุณภาพอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพในระดับสีแดง 14 พื้นที่ โดยเชียงรายค่าฝุ่น PM 2.5 สูงเกินมาตรฐาน 6-7 เท่า ส่วนพะเยา แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ แตะระดับ 243-353 มคก. ต่อ ลบ.ม.

 

เปรียบเทียบกับค่ามาตรฐานอยู่ที่ 50 มคก. ต่อ ลบ.ม. หมายความว่า PM 2.5 สูงเกินค่ามาตรฐานหลายเท่า ส่งผลอันตรายต่อสุขภาพเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจในผู้สูงอายุและเด็ก

 

ในขณะเดียวกัน ปัญหาตามฤดูกาลที่มากับหน้าแล้งต้องมองไปถึงหมอกควันไฟป่าจากประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย มาเลเซียที่เคยพัดปกคลุมหลายพื้นที่ในภาคใต้ของไทย พื้นที่รับผลกระทบครอบคลุมตั้งแต่จังหวัด “สงขลา-พัทลุง-นครศรีธรรมราช”

 

จุดโฟกัสอยู่ที่ 4 จังหวัดหลัก “เชียงใหม่ เชียงราย สงขลา นครศรีธรรมราช” มีการลงทุนพัฒนาโครงการจำนวนมากทั้งผู้ประกอบการไทยและต่างชาติ มูลค่าโครงการรวมเกิน 2 แสนล้านบาท

 

ผลสำรวจ ณ สิ้นปี 2561 “เชียงใหม่” มีโครงการที่อยู่อาศัย 217 โครงการ รวม 28,519 ยูนิต มูลค่ารวม 119,998 ล้านบาท

 

จำแนกเป็นคอนโดมิเนียม 48 โครงการ 8,208 ยูนิต มูลค่ารวม 29,791 ล้านบาท, บ้านจัดสรร 169 โครงการ 20,311 ยูนิต มูลค่ารวม 90,207 ล้านบาท

 

“เชียงราย” มี 34 โครงการ 3,659 ยูนิต มูลค่ารวม 18,212 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดฯ 2 โครงการ 605 ยูนิต มูลค่า 959 ล้านบาท, บ้านจัดสรร 32 โครงการ 3,054 ยูนิต มูลค่า 17,253 ล้านบาท

 

“สงขลา” มี 137 โครงการ 11,898 ยูนิต มูลค่ารวม 45,236 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดฯ 13 โครงการ 3,379 ยูนิต มูลค่ารวม 9,200 ล้านบาท, บ้านจัดสรร 124 โครงการ 8,519 ยูนิต มูลค่ารวม 36,619 ล้านบาท

 

และ “นครศรีธรรมราช” มี 34 โครงการ 5,644 ยูนิต มูลค่ารวม 22,664 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดฯ 2 โครงการ 590 ยูนิต มูลค่ารวม 925 ล้านบาท, บ้านจัดสรร 32 โครงการ 5,054 ยูนิต มูลค่ารวม 21,739 ล้านบาท

 

หากปัญหาวิกฤตหมอกควันไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อในภาคอสังหาริมทรัพย์ในแต่ละพื้นที่ได้ในระยะสั้น

 

 

ขอบคุณภาพและข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ

 

https://www.prachachat.net/property/news-313030

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่