News

ขยายปมประมูลไฮสปีด ซี.พี. วัดใจ บิ๊กตู่ ชี้ขาด 8 ข้อเสนอ

LivingInsider Report 2019-01-25 11:16:24

ขยายปมประมูลไฮสปีด ซี.พี. วัดใจ “บิ๊กตู่” ชี้ขาด 8 ข้อเสนอ

 

โปรเจ็กต์แห่งปี “รถไฟความเร็วสูง” เชื่อม 3 สนามบินดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา 220 กม.วงเงินลงทุน 224,544 ล้านบาท กำลังเข้าสู่โหมดเจรจาโค้งสุดท้ายระหว่างรัฐโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กับกลุ่ม ซี.พี.และพันธมิตรหลังยื่นข้อเสนอให้รัฐสนับสนุนต่ำสุดอยู่ที่ 117,227 ล้านบาท ทิ้งห่างกลุ่มบีเอสอาร์ในเครือ BTS 52,707 ล้านบาท ที่ขอสนับสนุน 169,934 ล้านบาท

 

นอกจาก ซี.พี.จะใจถึงเสนอราคาต่ำสุด แถมยังใจดีเพิ่มส่วนรายได้จากการพัฒนาเชิงพาณิชย์ 2 สถานี “มักกะสัน-ศรีราชา” อีก 10 ปี คิดเป็นเงินเฉียด 10,000 ล้านบาท

 

แม้จะมีออปชั่นพิเศษให้รัฐ แต่เงื่อนไขที่ซ่อนไว้ในซองที่ 4 เป็นข้อเสนอพิเศษ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโครงการที่ ซี.พี.เสนอมาร่วม ๆ 200 หน้า จำนวน 108 ข้อ ซึ่งเป็นประเด็นน่าสนใจและถูกจับตามองในขณะนี้

 

เจรจานัดแรก 28 ม.ค.

เมื่อผลประชุมคณะกรรมการคัดเลือกโครงการมี “วรวุฒิ มาลา” รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.เป็นประธาน ได้พิจารณาให้กลุ่ม ซี.พี.ผ่านข้อเสนอ 4 ซอง ทั้งคุณสมบัติ เทคนิค ราคา

 

และข้อเสนอพิเศษพร้อมเตรียมเปิดโต๊ะเจรจานัดแรกวันที่ 28 มกราคม 2562 ผลเจรจาจะจบเร็วหรือลากยาวคงต้องรอดู เพราะวงเจรจาเปิดทางให้กลุ่ม ซี.พี.ยื่นข้อเสนอเพิ่มเติมได้อีก หากประเมินแล้วเป็นประโยชน์ต่อโครงการ

 

แม้คณะกรรมการคัดเลือกจะมีมติเป็นเอกฉันท์ไปแล้วเมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา จากทั้งหมด 11 ข้อเสนอ สามารถรับข้อเสนอของกลุ่ม ซี.พี.เพียง 3 ข้อ คือ การพัฒนาโครงการร่วมกับชุมชน สร้างศูนย์ความเป็นเลิศด้านระบบราง และสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงและโรงงานประกอบรถไฟ โดยปัดตก 8 ข้อเสนอด้านการเงินและเทคนิคที่ไม่อยู่ในเงื่อนไขทีโออาร์ นอกเหนืออำนาจคณะกรรมการคัดเลือกที่จะตัดสินใจ

 

วัดใจบอร์ดอีอีซี

แต่ฟังจาก “วรวุฒิ” ดูเหมือนกลุ่ม ซี.พี.ยังสามารถหอบข้อเสนอที่ถูกปัดตกไปเสนอคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หรือบอร์ดอีอีซี ที่มี “บิ๊กตู่” พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานก็ได้ในเมื่อโครงการนี้ถูกผลักดันด้วยกฎหมายพิเศษอยู่แล้ว

 

“ข้อเสนอบางข้อคณะกรรมการคัดเลือกไม่มีอำนาจพิจารณา กลุ่ม ซี.พี.จะนำข้อเสนอที่คณะกรรมการไม่รับไว้ไปปรับเปลี่ยนเพื่อเสนอใหม่ในขั้นตอนเจรจาครั้งต่อไปก็ได้ ซึ่งคณะกรรมการจะเก็บข้อเสนอทุกข้อไว้และเสนอให้บอร์ดอีอีซีพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งอาจจะมีข้อคิดเห็นที่ต่างจากคณะกรรมการคัดเลือกก็เป็นไปได้ ทุกข้อเสนอเอกชนมีสิทธิเสนอได้หมด อยู่ที่เราจะพิจารณาหรือไม่” นายวรวุฒิกล่าวและว่า

 

สาเหตุที่กลุ่ม ซี.พี.มีข้อเสนอต่าง ๆ มากมาย หวังลดความเสี่ยงของโครงการ ซึ่งกลุ่ม ซี.พี.ยืนยันว่า ราคาที่เสนอนั้นสามารถดำเนินการโครงการแต่โครงการมีความเสี่ยงมาก โดยเฉพาะถ้าปริมาณผู้โดยสารไม่เป็นไปตามเป้า เงินชดเชยที่รัฐบาลให้ การหาแหล่งเงินกู้เองเนื่องจากโครงการมีความเสี่ยงสูง ทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงตามไปด้วย รวมถึงปัจจัยแทรกซ้อนอื่น ๆ

 

รัฐไม่การันตีผลตอบแทน

“การการันตีผลตอบแทน 6.75% ไม่มีพูดถึง เพราะรัฐไม่สามารถการันตีผลตอบแทนให้เอกชนได้ เอกชนต้องรับรู้ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นอยู่แล้ว ขณะเดียวกัน กลุ่ม ซี.พี.ได้ชี้แจงว่า ราคาต่ำสุดที่เสนอมา 117,227 ล้านบาท เป็นข้อเสนอที่ ซี.พี.สามารถทำได้ แต่ต้องรับความเสี่ยงสูงมาก”

 

ขณะที่การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนผู้ถือหุ้นนายวรวุฒิย้ำว่า เบื้องต้นคณะกรรมการคัดเลือกขอให้ยึดตามสัญญาทีโออาร์ไปก่อน หากจะดำเนินการเปลี่ยนแปลงต้องกลับไปดูทีโออาร์ก่อนว่ามีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง และต้องแจ้งมาที่การรถไฟฯก่อนเพื่อให้ความเห็นชอบในการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น หรือสัดส่วนการถือหุ้นต่อไป

 

“ยังตอบไม่ได้ว่าจะใช้เวลาเจรจากับกลุ่ม ซี.พี.นานแค่ไหน แต่ดูแล้วไม่น่าจะทันเซ็นสัญญาได้ตามเป้าภายในวันที่ 31 ม.ค.นี้ เพราะเป็นโครงการใหญ่ใช้เงินลงทุนสูงกว่า 2 แสนล้าน ความเสี่ยงก็มากอาจต้องเจรจากันหลายครั้ง ถึงที่สุดแล้วหากการเจรจาไม่เป็นผล จะเชิญรายที่ 2 คือ กลุ่มบีทีเอสมาเจรจาต่อไป เพื่อให้โครงการได้เดินหน้า ไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่” นายวรวุฒิกล่าวย้ำ

 

ปัดตก 8 ข้อเสนอ

สำหรับ 8 ข้อเสนอของกลุ่ม ซี.พี.ที่คณะกรรมการคัดเลือกไม่รับพิจารณา รายงานข่าวแจ้งว่า เป็นเรื่องข้อเสนอการเงินและเทคนิคก่อสร้าง เพื่อลดความเสี่ยงและต้นทุนของโครงการเช่น ขอรัฐการันตีผลตอบแทนโครงการ 6.75% ต่อปี ขอรัฐจ่ายเงินอุดหนุน 10 ปีตั้งแต่ปีแรก จากเดิมในทีโออาร์กำหนดไว้ปีที่ 6-15 ขอรัฐสนับสนุนแหล่งเงินกู้ที่เหมาะสม ขอปรับการก่อสร้างบางช่วงจากรูปแบบทางยกระดับเป็นทางระดับดิน เพื่อให้สามารถสร้างได้เร็วและลดต้นทุนโครงการ

 

“กลุ่ม ซี.พี.ยื่นข้อเสนอมาเยอะเผื่อรัฐรับไว้เจรจา ซึ่งเอกชนรู้อยู่แล้วว่าโครงการนี้ยังไงก็มีความเสี่ยงสูง ไม่มีความคุ้มทุนแม้ว่าระยะเวลาสัมปทานจะ 50 ปีก็ตาม ต้องมีการพัฒนาเชิงพาณิชย์รอบสถานีมาหล่อเลี้ยงด้วยถึงจะทำให้โครงการอยู่ได้ รัฐจึงให้สิทธิเอกชนพัฒนาเชิงพาณิชย์พื้นที่สถานีมักกะสัน 150 ไร่ และศรีราชา 25 ไร่ หากเอกชนมีที่ดินแปลงอื่นก็นำมาพัฒนาต่อยอดโครงการได้ในอนาคต ขึ้นอยู่กับการบริหารความเสี่ยงของเอกชน”

 

ไฟเขียวขยายเส้นทาง-ขยับสถานี

รายงานข่าวกล่าวอีกว่า สำหรับข้อเสนออื่น ๆ เช่น การขยายเส้นทางจากสนามบินอู่ตะเภา-ระยอง ระยะทาง 30-40 กม. การสร้างเส้นทางย่อย (สเปอร์ไลน์) เชื่อมสถานีเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน และการปรับตำแหน่งสถานี เป็นข้อเสนอที่คณะกรรมการคัดเลือกรับไว้พิจารณา

 

เนื่องจากประเมินว่าเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับโครงการในภาพรวม เหมือนส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีชมพู-สายสีเหลือง แต่ว่าเป็นการพัฒนาในระยะยาว ยังไม่ใช่การลงทุนในเร็ว ๆ นี้ จะใส่เป็นข้อเสนอแนบท้ายในสัญญาและเจรจารายละเอียดกันต่อไป

 

เนื่องจากกลุ่ม ซี.พี.ยังไม่มีรายละเอียดของโครงการเป็นที่น่าสนใจว่า ปมประเด็นอะไรจะเป็นหมัดเด็ดในมือของกลุ่ม ซี.พี.ที่จะมาเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงการหลายแสนล้าน

 

ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่า โครงการนี้มีความเสี่ยงสูง แต่ทำไมยังจะปักหลักลงทุนต่อ

 

 

ขอบคุณภาพและข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ

https://www.prachachat.net/property/news-282185

 

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

LivingStock Application

ค้นหาล่าสุด

ทําเลที่ถูกค้นหามากที่สุด

แสดงทั้งหมด

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA ศูนย์วิจัย คลองตัน

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ เอกมัย พร้อมพงษ์ ประสานมิตร

อ่อนนุช อุดมสุข

อ่อนนุช อุดมสุข พระโขนง บางจาก ปุณณวิถี

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน เสือใหญ่ เสนานิคม วังหิน รัชวิภา บางเขน

นวมินทร์ รามอินทรา

นวมินทร์ รามอินทรา แฟชั่นไอส์แลนด์ วัชรพล สายไหม หทัยราษฎร์ สุขาภิบาล 5

สะพานควาย จตุจักร

สะพานควาย จตุจักร หมอชิต ประดิพัทธ์ อินทามะระ