News

มาราธอน 6 ชม. เคาะTORประมูลท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 เปิดขายซองรอบใหม่ 31 ม.ค.นี้

LivingInsider Report 2019-01-22 10:21:53

มาราธอน 6 ชม. เคาะTORประมูลท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 เปิดขายซองรอบใหม่ 31 ม.ค.นี้

 

ร.ต.ต.มนตรี ฤกษ์จำเนียร ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการ การท่าเรือแห่ประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยว่า หลังจากที่คณะกรรมการคัดเลือกได้ทำการเปิดรับฟังข้อคิดเห็นจากเอกชน (Market Sounding) ที่มีต่อโครงการท่าเรือแหลมฉบัง

 

ระยะที่ 3 ท่าเทียบเรือ F เงินลงทุน 84,361 ล้านบาท ไปเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา คณะกรรมการคัดเลือกสามารถสรุปประเด็นที่เอกชนมีต่อทีโออาร์ได้ทั้งสิ้น 18 ประเด็น จึงนัดประชุมคณะกรรมการคัดเลือกต่อในเวลา 13.00 น. และภายหลังจากประชุมร่วมกว่า 6 ชม. ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่วมกัน ดังนี้

 

1. ระยะเวลาที่จะประกาศขายเอกสารเชิญชวนลงทุน เอกชนเสนอมาหลายช่วงเวลาตั้งแต่ 1-3 เดือน ที่ประชุมมีมติให้คงระยะเวลาที่ 2 เดือนตามเดิม เนื่องจากความเห็นเอกชนยังเห็นว่าระยะเวลาดังกล่าวมีความเหมาะสมอยู่ และเนื่องจากตามข้อกำหนดของอีอีซีจะต้องผ่านคณะกรรมการของหน่วยงานเจ้าของโครงการก่อน

 

ดังนั้นในวันพรุ่งนี้ (22 ม.ค.) จะมีการเสนอเรื่องนี้ให้ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กทท.พิจารณาให้ความเห็นชอบ เมื่อเห็นชอบแล้วจะสามารถดำเนินการขายเอกสารทีโออาร์ได้ทันที โดยคาดว่าจะประกาศขายได้ในวันที่31 ม.ค.นี้

 

2. คุณสมบัติ เช่น ประสบการณ์การจัดตั้งบริษัท เดิมกำหนดว่า นิติบุคคลจะต้องจัดตั้งมาก่อนวันยื่นซองประมูลไม่ต่ำกว่า 3 ปี คณะกรรมการมีมติให้ผ่อนปรนตรงจุดนี้โดยยึดตามโมเดลโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เป็นหลัก

 

ในส่วนของนิติบุคคลที่เกิดจากการควบรวมกิจการ ก็ผ่อนปรนให้สามารถใช้ประสบการณ์ของผู้ควบรวมเดิมได้ แต่หากเป็นนิติบุคคลใหม่ จะไม่ผ่อนปรนตรงนี้ เพราะคณะกรรมการคัดเลือกไม่ต้องการบริษัทที่มาในลักษณะเฉพาะกิจ ส่วนการใช้ประสบการณ์ผู้รับจ้าง ก็มีการผ่อนคลายให้ โดยนิติบุคคลในลักษณะโฮลดิ้ง สามารถใช้ประสบการณ์ของบริษัทลูกมายื่นได้

 

3. ข้อกำหนดด้านประสบการณ์ เช่น การระบุให้ผู้ยื่นต้องมีประสบการณ์บริหารท่าเทียบเรือไม่น้อยกว่า 10 ปี เป็นต้น ที่ประชุมยังถกเถียงกันอยู่ ต้องไปคุยกันต่อในการประชุมครั้งถัดไป

 

4. การพิจารณาเปิดขายซองเอกสารใหม่ ที่ประชุมมีความเห็นว่า ต้องเปิดขายใหม่ โดยเอกชนเดิม 32 รายที่ซื้อซองไปแล้ว ในทางปฏิบัติจำเป็นต้องซื้อใหม่ แต่ที่ประชุมได้ให้คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) กลับไปทบทวนพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 2561 ว้าหากจะผ่อนปรนไม่ต้องซื้อซองอีกครั้งหนึ่ง จะสามารถทำได้หรือไม่

 

5.การยื่นเอกสารและภาษาที่ต้องใช้ ที่ประชุมเห็นว่า เอกสารที่สำคัญของโครงการมีจำนวนน้อย ส่วนนี้จะต้องมีการแปล ส่วนเอกสารที่ไม่สำคัญ เช่น แค็ตตาล็อก หรือแบบต่างๆ ไม่จำเป็นต้องแปลมา ส่วนภาษาหลักที่จะใช้ในโครงการนี้ เบื้องต้น ยังคงไว้ที่ภาษาไทยเป็นหลัก สำหรับนักลงทุนต่างประเทศ คณะกรรมการคัดเลือกจะทำการแปลให้

 

6. การคำนวณอัตราภาษีโรงเรือน ปัจจุบันเทศบาลนครแหลมฉบังจัดเก็บอยู่ที่ปีละ 12.5% ทางคณะกรรมกาารคัดเลือกจะคัดลอกสำเนาประกาศอัตราภาษีดังกล่าวแจกให้ผู้ลงทุน เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน

 

7. ความรับผิดร่วมในฐานะผู้ร่วมทุนตามสัดส่วนผู้ถือหุ้น คณะกรรมการอีอีซีชี้แจงในที่ประชุมว่า มีกระบวนการพิจารณาแก้ไขประกาศอยู่แล้ว ทางคณะกรรมการคัดเลือกจึงต้องรอการปรับแก้ของคณะกรรมการอีอีซี

 

และเรื่องอื่นๆ เช่น ค่าเงินที่ประกาศในทีโออาร์ เอกชนบางส่วนเสนอให้ใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินหลักของโครงการ คณะกรรมการคัดเลือกได้ชี้แจงที่ประชุมว่า สามารถทำได้ แต่กทท.ต้องได้เงินครบ แต่หากใช้สกุลเงินต่างประเทศ นักลงทุนจะต้องจ่ายค่าอัตราแลกเปลี่ยนและค่าธรรมเนียมการโอนเพิ่มเอง

 

เช่น ในทีโออาร์กำหนดให้โอนเงินจำนวน 400,000 บาท คิดเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐประมาณ 10,000 ดอลลาร์ เมื่อโอนมาให้แล้วจะต้องถูกหักค่าธรรมเนียมและอื่นๆเหลือประมาณ 9,000 ดอลลาร์ จากจุดนี้ก็จะทำให้เอกชนรายนั้นตกคุณสมบัติได้ทันที เป็นต้น 

 

ขณะที่สถานที่รับซอง เอกชนบางส่วนมีข้อเสนอให้กทท.ย้ายจุดรับซองมาอยู่ที่สำนักงานใหญ่ บริเวณท่าเรือคลองเตย คณะกรรมการเห็นว่า เจ้าหน้าที่ในกทม.มีไม่พอ อีกทั้งกำหนดให้เอกชนแต่ละรายต้องยื่นซองที่เป็นสำเนา ซองละ 15 ชุด หากรวมหลายๆซองหลายๆเอกชจะทำให้มีปริมาณเอกสารที่ต้องดูแลเป็นจำนวนมาก

 

และการขนส่งจากท่าเรือคลองเตยไปยังแหลมฉบัง ก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้ซองประมูลชำรุดเสียหายได้ เพราะคณะกรรมการคัดเลือกจะต้องปิดผนึกซองทุกซองอย่างแน่นหนา หากพบว่ามีรอบฉีกหรือรอยแกะ อาจจะทำให้คณะกรรมกาถูกร้องเรียนเรื่องไม่โปร่งใสได้ ดังนั้น จึงมีความเห็นให้ท่าเรือแหลมฉบังเป็นนสถานที่ยื่นซองตามเดิม

 

ส่วนห้องข้อมูลของโครงการ (Data Room) คณะกรรมการคัดเลือกมีมติให้ขยายเวลาเปิดใช้ห้องข้อมูลจาก 4 สัปดาห์ เป็น 6 สัปดาห์ โดยจะเปิดตั้งแต่ช่วงประกาศขายซองจนถึง 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนยื่นซองประมูล และจะเพิ่มห้อง Data Room ที่สำนักงานใหญ่ กทท.ที่ท่าเรือคลองเตยเพิ่มอีก 1 จุด

 

รักษาการผู้ว่า กทท. กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการคัดเลือกจะต้องรอผลการประชุมคณะกรรมการ 2 ชุดคือ คณะกรรมการ กทท.ในวันที่22ม.ค.นี้และการประชุมคณะกรรมการอีอีซีในวันที่23 ม.ค.ก่อน เผื่อว่าที่ประชุมทั้ง 2 ชุดจะมีมติและความเห็นที่มีผลกับโครงการนี้ในเชิงปฏิบัติต่อไป

 

 

ขอบคุณภาพและข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ

 

https://www.prachachat.net/property/news-280683

 

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

LivingStock Application

ค้นหาล่าสุด

ทําเลที่ถูกค้นหามากที่สุด

แสดงทั้งหมด

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA ศูนย์วิจัย คลองตัน

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ เอกมัย พร้อมพงษ์ ประสานมิตร

อ่อนนุช อุดมสุข

อ่อนนุช อุดมสุข พระโขนง บางจาก ปุณณวิถี

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน เสือใหญ่ เสนานิคม วังหิน รัชวิภา บางเขน

นวมินทร์ รามอินทรา

นวมินทร์ รามอินทรา แฟชั่นไอส์แลนด์ วัชรพล สายไหม หทัยราษฎร์ สุขาภิบาล 5

สะพานควาย จตุจักร

สะพานควาย จตุจักร หมอชิต ประดิพัทธ์ อินทามะระ