Idea

รวม 6 ปัญหาแอร์ภายในบ้านที่ทุกคนต้องเจอ

taoboy 2018-12-20 16:31:03

แอร์บ้าน เครื่องปรับอากาศที่ขาดไม่ได้เลยในบ้านเราที่มีอากาศร้อนตลอดทั้งปี ผมเชื่อว่าหลายๆ คนต้องใช้งานแอร์อย่างหนักไม่ว่าจะฤดูไหนก็ตาม ซึ่งปกติแล้วอายุเฉลี่ยในการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 8-12 ปีขึ้นอยู่กับการใช้งานและการดูแลรักษาด้วย ถ้าหากดูแลรักษาอย่างถูกวิธีก็สามารถยืดระยะเวลาการใช้งานไปได้อีก อีกทั้งยังช่วยประหยัดค่าไฟอีกด้วย โดยวันนี้ผมได้รวบรวม 6 ปัญหาแอร์บ้านที่บอกเลยว่าทุกคนต้องเคยเจอกันมาแล้ว พร้อมทั้งวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นที่คุณเองก็ทำได้ มาดูกันเลย

 

1. แอร์ทำงานตลอด แอร์ไม่ตัด

ปัญหานี้มักเกิดจากคอมเพรสเซอร์แอร์ทำงานผิดปกติโดยปัจจัยหลักมีดังนี้

- ความเย็นไม่ถึงระดับ อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ความเย็นไม่ถึงระดับนั้นมาจากหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็นเลือกใช้แอร์ BTU ไม่เหมาะสมกับขนาดห้อง ฝุ่นเกาะแอร์มากเกินไปจนส่งผลให้ความเย็นไม่ถึงระดับ 

-Sensor มีปัญหา โดยมันทำหน้าที่ตรวจเช็คระดับอุณหภูมิว่าถึงระดับหรือไม่ ซึ่งเจ้าตัวเซนเซอร์นี้จะเป็นตัวกำหนดการทำงานของคอมเพรสเซอร์แอร์ที่ไม่ครมองข้าม หมั่นตรวจเช็คว่ามีการเสียหายชำรุด หรือหลุดตำแหน่งรึเปล่า

-แมกเนติกคอนแทคเตอร์ มีหน้าที่ตัดกระแสไฟที่เข้าสู่คอมเพรสเซอร์ โดยเจ้าตัวเซนเซอร์จะทำการจับอุณหภูมิและส่งมายังแมกเนติกคอนแทคเตอร์ 

3 สิ่งนี้จะทำงานร่วมกันหมั่นตรวจเช็คในแต่ละส่วนก็สามารถช่วยลดปัญหาในข้อนี้ได้ครับ 

 

2. แอร์ตัดบ่อย

เป็นอาการที่คอมเพรสเซอร์แอร์ตัดระบบทำงานเร็วเกินกว่าที่ควร ตัดก่อนที่ห้องจะเย็นซะอีกซึ่งปัญหาก็เกิดจากหลายๆ ปัจจัยเช่นกันคือในเรื่องการเลือก BTU แอร์ให้เหมาะสมกับขนาดห้อง และปัจจัยอื่นๆ ต่อไปนี้

- Sensor เจ้าตัวนี้เป็นตัวกำหนดการทำงานของคอมเพรสเซอร์ดังที่กล่าวไว้ในข้อ 1 ซึ่งหากตัวคอมเพรสเซอร์แอร์ตัดเร็วเกินไป Sensor นี้ควรเป็นอันดับต้นๆ ที่ควรเช็คดูครับ

- Run Capitor เพี้ยน เจ้าตัวนี้ทำหน้าที่ให้การทำงานของมอนิเตอร์เป็นไปได้อย่างสม่ำเสมอ หากค่าเพี้ยนจะส่งผลให้การเหวี่ยงของมอเตอร์ลดลงจึงอาจทำให้แอร์หยุดทำงาน

-คอมเพรสเซอร์แอร์ร้อนเกินไปจนระบบสั่งหยุดทำงาน เกิดจากหลายสาเหตุเช่น ไม่เคยล้างแอร์ ระบบในแอร์ตัน เป็นต้น 

 

3. แอร์ไม่เย็น มีแต่ลม

เชื่อว่าข้อนี้เป็นปัญหาโลกแตกที่ทุกคนอยากรู้ ซึ่งปัญหานี้ไม่ใช่พบแต่ในแอร์เก่าเท่านั้น แอร์ใหม่ก็เกิดปัญหานี้เป็นประจำเนื่องจากติดตั้งไม่ถูกวิธี หรืออาจเกิดจากปัจจัยหลายๆ อย่าง

-ไม่ล้างแอร์ มีฝุ่นเกาะ แน่นอนว่านี่เป็นปัญหาหลักที่เมื่อแอร์ไม่เย็นแล้วทุกคนจะคาดเดาว่า"ต้องล้างแอร์ถึงจะเย็นขึ้น" ซึ่งบอกเลยว่าถูกครับเพราะวิธีนี้เป็นวิธีเบื้องต้นที่ทุกคนก็ทำได้ เพียงเปิดหน้ากากแอร์ออกมาแล้วทำการล้างคราบฝุ่นให้สะอาด 

-น้ำยารั่วซึม สังเกตได้จากหัวท่อทองแดงที่อยู่ภายนอกบ้านถ้าหากเป็นเกร็ดน้ำแข็งเกาะนั่นก็คือน้ำยารั่วนั่นเอง นอกจากนั้นควรหมั่นตรวจเช็คในจุดอื่นๆ ของตัวแอร์ด้วยว่ามีการรั่วซึมอยู่หรือไม่

 

4. แอร์น้ำหยด

อีกหนึ่งปัญหายอดฮิตที่เกิดได้จากหลายๆ ปัจจัยด้วยกัน ซึ่งหลักๆ แล้วนั่นก็คือแอร์สกปรก หรือท่อน้ำทิ้งตันจนน้ำไม่สามารถระบายออกได้ส่งผลให้น้ำหยดลงมา การแก้ปัญหาพื้นฐานคือสังเกตว่ามีน้ำขังที่รางน้ำหรือไม่ โดยรางน้ำมีจำนวน 3 จุดด้วยกันคือ ใต้คอยล์เย็น ด้านหน้าคอยล์เย็น และด้านหลัง นอกจากนั้นยังเกิดจากสาเหตุดังนี้

- องศาการเอียงเครื่องไม่เพียงพอ ควรตั้งการเอียงของแอร์ไปทางฝั่งท่อน้ำทิ้งเล็กน้อย เช่น หากท่อแอร์อยู่ฝั่งขวาควรติดตั้งแอร์ให้เอียงไปทางฝั่งขวาเล็กน้อย

-น้ำแข็งจับที่แผงฟินคอยล์ เกิดจากหลายสาเหตุอย่างฝุ่นเกาะหนาจนเบี่ยงทิศน้ำไหลลงไม่ตรงรางน้ำ จึงทำให้ฝุ่นเกาะกันเป็นน้ำแข็ง ควรหมั่นตรวจเช็คว่ามีการอุดตันหรือไม่ 

 

5. แอร์เสียงดัง

เชื่อว่าหลายคนเคยนอนไม่หลับเพราะเสียงแอร์ดังมาก ซึ่งปัญหานี้เกิดได้จากหลายๆ สาเหตุโดยอันดับแรกควรสังเกตุจากเสียงว่าดังมาจากส่วนไหน

- แกนใบพัดแตกร้าว อาจเกิดจากการใช้งานหนักหากเกิดเสียงเป็นจุดสังเกตอันดับแรกที่ควรดู

- ใบพัดเสียศูนย์ อาจเกิดได้จากการ แผ่นถ่วงหลุดหาย แกนใบพัดบิดงอ หรือมีฝุ่นเกาะเยอะเกินไปจนทำให้การเหวี่ยงของใบพัดเสียศูนย์ ซึ่งอาจทำให้ใบพัดเสียหายในภายหลังได้

- ตลับลูกปืนเสื่อม ใช้งานกับมอเตอร์เป็นตัวช่วยลดแรงเสียดทานในการหมุน ซึ่งหากเสื่อมสภาพประสิทธิภาพในการลดแรงเสียดทานของตัวมอเตอร์จะลดลง ส่งผลให้มีเสียงดังตามจังหวะของมอเตอร์นั่นเอง

- น้ำยาแอร์มาก-น้อยเกินไป จะมีเสียงคล้ายแก๊สรั่ว 

 

6. แอร์มีกลิ่นเหม็น

ปัญหานี้ส่วนใหญ่จะเกิดจากเชื้อราสะสม เกิดจากความชื้นประกอบกับอุณหภูมิในประเทศเราค่อนข้างร้อนตลอดทั้งปี โดยเชื้อราจะกินเนื้อผิวพลาสติก และทำให้อากาศเป็นพิษปล่อยไว้นานๆ อาจไม่ดีต่อสุขภาพแน่ครับ โดยวิธีแก้ไขเบื้องต้นมีดังนี้

- สังเกตจุดกำเนิดของกลิ่น และทำการล้างด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหลังจากนั้นควรทำให้แห้งที่สุด และงดใช้งานประมาณ 1 สัปดาห์ 

- เชื้อราเกิดในแผ่นกรองเล็กที่ไม่สามารถล้างน้ำได้ หรือท่อน้ำทิ้ง แนะนำว่าควรเปลี่ยนใหม่ เพราะนี่เป็นจุดเล็กๆ ที่แก้ปัญหาได้ยากเลยทีเดียว

 

บทความน่าสนใจที่คุณต้องอ่าน

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ