Design

รวม 6 ปัญหาแอร์ภายในบ้านหรือคอนโดที่ทุกคนต้องเคยเจอ

LivingInsider Report 2020-12-04 16:11:25

แอร์ เครื่องปรับอากาศที่ขาดไม่ได้เลยใน บ้าน หรือ คอนโด ของเรา ในประเทศที่มีอากาศร้อนตลอดทั้งปีแบบนี้ ผมเชื่อว่าหลายๆ คนต้องใช้งานแอร์อย่างหนักไม่ว่าจะฤดูไหนก็ตาม ซึ่งปกติแล้วอายุเฉลี่ยในการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 8-12 ปีขึ้นอยู่กับการใช้งานและการดูแลรักษาด้วย ถ้าหากดูแลรักษาอย่างถูกวิธีก็สามารถยืดระยะเวลาการใช้งานไปได้อีก อีกทั้งยังช่วยประหยัดค่าไฟอีกด้วย โดยวันนี้ผมได้รวบรวม 6 ปัญหาแอร์บ้านที่บอกเลยว่าทุกคนต้องเคยเจอกันมาแล้ว พร้อมทั้งวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นที่คุณเองก็ทำได้ มาดูกันเลย

 

1. แอร์ทำงานตลอด แอร์ไม่ตัด

ปัญหานี้มักเกิดจากคอมเพรสเซอร์แอร์ทำงานผิดปกติโดยปัจจัยหลักมีดังนี้

 

- ความเย็นไม่ถึงระดับ อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ความเย็นไม่ถึงระดับนั้นมาจากหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็นเลือกใช้แอร์ BTU ไม่เหมาะสมกับขนาดห้อง ฝุ่นเกาะแอร์มากเกินไปจนส่งผลให้ความเย็นไม่ถึงระดับ 

 

- Sensor มีปัญหา โดยมันทำหน้าที่ตรวจเช็คระดับอุณหภูมิว่าถึงระดับหรือไม่ ซึ่งเจ้าตัวเซนเซอร์นี้จะเป็นตัวกำหนดการทำงานของคอมเพรสเซอร์แอร์ที่ไม่ครมองข้าม หมั่นตรวจเช็คว่ามีการเสียหายชำรุด หรือหลุดตำแหน่งรึเปล่า

 

- แมกเนติกคอนแทคเตอร์ มีหน้าที่ตัดกระแสไฟที่เข้าสู่คอมเพรสเซอร์ โดยเจ้าตัวเซนเซอร์จะทำการจับอุณหภูมิและส่งมายังแมกเนติกคอนแทคเตอร์ 

 

3 สิ่งนี้จะทำงานร่วมกันหมั่นตรวจเช็คในแต่ละส่วนก็สามารถช่วยลดปัญหาในข้อนี้ได้ครับ 

 

2. แอร์ตัดบ่อย

เป็นอาการที่คอมเพรสเซอร์แอร์ตัดระบบทำงานเร็วเกินกว่าที่ควร ตัดก่อนที่ห้องจะเย็นซะอีกซึ่งปัญหาก็เกิดจากหลายๆ ปัจจัยเช่นกันคือในเรื่องการเลือก BTU แอร์ให้เหมาะสมกับขนาดห้อง และปัจจัยอื่นๆ ต่อไปนี้

 

- Sensor เจ้าตัวนี้เป็นตัวกำหนดการทำงานของคอมเพรสเซอร์ดังที่กล่าวไว้ในข้อ 1 ซึ่งหากตัวคอมเพรสเซอร์แอร์ตัดเร็วเกินไป Sensor นี้ควรเป็นอันดับต้นๆ ที่ควรเช็คดูครับ

 

- Run Capitor เพี้ยน เจ้าตัวนี้ทำหน้าที่ให้การทำงานของมอนิเตอร์เป็นไปได้อย่างสม่ำเสมอ หากค่าเพี้ยนจะส่งผลให้การเหวี่ยงของมอเตอร์ลดลงจึงอาจทำให้แอร์หยุดทำงาน

 

- คอมเพรสเซอร์แอร์ร้อนเกินไปจนระบบสั่งหยุดทำงาน เกิดจากหลายสาเหตุเช่น ไม่เคยล้างแอร์ ระบบในแอร์ตัน เป็นต้น 

 

 

3. แอร์ไม่เย็น มีแต่ลม

เชื่อว่าข้อนี้เป็นปัญหาโลกแตกที่ทุกคนอยากรู้ ซึ่งปัญหานี้ไม่ใช่พบแต่ในแอร์เก่าเท่านั้น แอร์ใหม่ก็เกิดปัญหานี้เป็นประจำเนื่องจากติดตั้งไม่ถูกวิธี หรืออาจเกิดจากปัจจัยหลายๆ อย่าง

 

- ไม่ล้างแอร์ มีฝุ่นเกาะ แน่นอนว่านี่เป็นปัญหาหลักที่เมื่อแอร์ไม่เย็นแล้วทุกคนจะคาดเดาว่า"ต้องล้างแอร์ถึงจะเย็นขึ้น" ซึ่งบอกเลยว่าถูกครับเพราะวิธีนี้เป็นวิธีเบื้องต้นที่ทุกคนก็ทำได้ เพียงเปิดหน้ากากแอร์ออกมาแล้วทำการล้างคราบฝุ่นให้สะอาด 

 

- น้ำยารั่วซึม สังเกตได้จากหัวท่อทองแดงที่อยู่ภายนอกบ้านถ้าหากเป็นเกร็ดน้ำแข็งเกาะนั่นก็คือน้ำยารั่วนั่นเอง นอกจากนั้นควรหมั่นตรวจเช็คในจุดอื่นๆ ของตัวแอร์ด้วยว่ามีการรั่วซึมอยู่หรือไม่

 

4. แอร์น้ำหยด

อีกหนึ่งปัญหายอดฮิตที่เกิดได้จากหลายๆ ปัจจัยด้วยกัน ซึ่งหลักๆ แล้วนั่นก็คือแอร์สกปรก หรือท่อน้ำทิ้งตันจนน้ำไม่สามารถระบายออกได้ส่งผลให้น้ำหยดลงมา การแก้ปัญหาพื้นฐานคือสังเกตว่ามีน้ำขังที่รางน้ำหรือไม่ โดยรางน้ำมีจำนวน 3 จุดด้วยกันคือ ใต้คอยล์เย็น ด้านหน้าคอยล์เย็น และด้านหลัง นอกจากนั้นยังเกิดจากสาเหตุดังนี้

 

- องศาการเอียงเครื่องไม่เพียงพอ ควรตั้งการเอียงของแอร์ไปทางฝั่งท่อน้ำทิ้งเล็กน้อย เช่น หากท่อแอร์อยู่ฝั่งขวาควรติดตั้งแอร์ให้เอียงไปทางฝั่งขวาเล็กน้อย

 

- น้ำแข็งจับที่แผงฟินคอยล์ เกิดจากหลายสาเหตุอย่างฝุ่นเกาะหนาจนเบี่ยงทิศน้ำไหลลงไม่ตรงรางน้ำ จึงทำให้ฝุ่นเกาะกันเป็นน้ำแข็ง ควรหมั่นตรวจเช็คว่ามีการอุดตันหรือไม่ 

 

5. แอร์เสียงดัง

เชื่อว่าหลายคนเคยนอนไม่หลับเพราะเสียงแอร์ดังมาก ซึ่งปัญหานี้เกิดได้จากหลายๆ สาเหตุโดยอันดับแรกควรสังเกตุจากเสียงว่าดังมาจากส่วนไหน

 

- แกนใบพัดแตกร้าว อาจเกิดจากการใช้งานหนักหากเกิดเสียงเป็นจุดสังเกตอันดับแรกที่ควรดู

 

- ใบพัดเสียศูนย์ อาจเกิดได้จากการ แผ่นถ่วงหลุดหาย แกนใบพัดบิดงอ หรือมีฝุ่นเกาะเยอะเกินไปจนทำให้การเหวี่ยงของใบพัดเสียศูนย์ ซึ่งอาจทำให้ใบพัดเสียหายในภายหลังได้

 

- ตลับลูกปืนเสื่อม ใช้งานกับมอเตอร์เป็นตัวช่วยลดแรงเสียดทานในการหมุน ซึ่งหากเสื่อมสภาพประสิทธิภาพในการลดแรงเสียดทานของตัวมอเตอร์จะลดลง ส่งผลให้มีเสียงดังตามจังหวะของมอเตอร์นั่นเอง

 

- น้ำยาแอร์มาก-น้อยเกินไป จะมีเสียงคล้ายแก๊สรั่ว

 

 

6. แอร์มีกลิ่นเหม็น

ปัญหานี้ส่วนใหญ่จะเกิดจากเชื้อราสะสม เกิดจากความชื้นประกอบกับอุณหภูมิในประเทศเราค่อนข้างร้อนตลอดทั้งปี โดยเชื้อราจะกินเนื้อผิวพลาสติก และทำให้อากาศเป็นพิษปล่อยไว้นานๆ อาจไม่ดีต่อสุขภาพแน่ครับ โดยวิธีแก้ไขเบื้องต้นมีดังนี้

 

- สังเกตจุดกำเนิดของกลิ่น และทำการล้างด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหลังจากนั้นควรทำให้แห้งที่สุด และงดใช้งานประมาณ 1 สัปดาห์ 

 

- เชื้อราเกิดในแผ่นกรองเล็กที่ไม่สามารถล้างน้ำได้ หรือท่อน้ำทิ้ง แนะนำว่าควรเปลี่ยนใหม่ เพราะนี่เป็นจุดเล็กๆ ที่แก้ปัญหาได้ยากเลยทีเดียว

 

 

บทความน่าสนใจที่คุณต้องอ่าน

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

LivingStock Application

ค้นหาล่าสุด

ทําเลที่ถูกค้นหามากที่สุด

แสดงทั้งหมด

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA ศูนย์วิจัย คลองตัน

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ เอกมัย พร้อมพงษ์ ประสานมิตร

อ่อนนุช อุดมสุข

อ่อนนุช อุดมสุข พระโขนง บางจาก ปุณณวิถี

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน เสือใหญ่ เสนานิคม วังหิน รัชวิภา บางเขน

นวมินทร์ รามอินทรา

นวมินทร์ รามอินทรา แฟชั่นไอส์แลนด์ วัชรพล สายไหม หทัยราษฎร์ สุขาภิบาล 5

สะพานควาย จตุจักร

สะพานควาย จตุจักร หมอชิต ประดิพัทธ์ อินทามะระ