News

อบต. รายได้วูบ! จี้รื้อ "ภาษีที่ดิน"

taoboy 2018-11-26 11:51:00

สนช. ผ่านแล้วกฎหมายภาษีที่ดินใหม่ ที่เกษตร-บ้านพักไม่เกิน 50 ล้านบาทรอด ลดเพดานอัตราจัดเก็บลงกว่า 40% แถมบทเฉพาะกาลเปิดช่องบรรเทาอื้อ นักวิชาการหวั่นท้องถิ่นรายได้ไม่พอ จี้รัฐบาลใหม่ทบทวน

 

ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติให้ร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. .... เป็นกฎหมาย ด้วยคะแนนเสียง 169 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง เมื่อเที่ยงวันศุกร์ที่ 16 พ.ย. 2561 ต่อเนื่องจากวันก่อนหน้าที่พิจารณาไม่แล้วเสร็จ โดยเห็นชอบตามร่างของกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฯ ที่ได้ปรับแก้จากที่ ครม. เสนอหลายมาตรา และคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ใช้เวลาพิจารณาเกือบ 20 เดือน ตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค. 2560 จนมีข่าวจะไม่ทัน สนช.ชุดนี้

 

 

กฎหมายภาษีที่ดินฯ ใหม่ นับเป็นกฎหมายภาษีจากฐานทรัพย์สิน ฉบับที่ 2 ต่อจากภาษีมรดก ที่สามารถผ่านขั้นตอนออกมาเป็นกฎหมายสำเร็จ ทั้งที่มีกระแสเรียกร้องหลายสิบปี และผลักดันมาหลายครั้งแต่ล้มไปก่อน มีสาระสำคัญ คือ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดเก็บเป็นรายได้ แทนกฎหมายภาษีโรงเรือนและที่ดินและภาษีบำรุงท้องที่เดิม โดยแบ่งลักษณะที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็น 4 ประเภท คือ ที่พักอาศัย เพื่อทำเกษตร เพื่อประโยชน์อื่น (พาณิชย์-อุตสาหกรรม) และที่รกร้างไม่ใช้ทำประโยชน์ ที่จะคิดอัตราภาษีทวีคูณ เพื่อให้เกิดการทำประโยชน์เต็มศักยภาพ และช่วยกระจายการถือครองที่ดินสู่รายย่อย

 

การพิจารณาในชั้น สนช. มีการปรับแก้หลายมาตรา อาทิ ปรับลดเพดานอัตราจัดเก็บภาษีลง โดยเฉลี่ยถึง 40% อ้างเพื่อลดผลกระทบและภาระประชาชน เพิ่มการยกเว้นที่พักอาศัยและที่เกษตรมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท ไม่เสียภาษี โดยมีความเห็นแตกต่าง ทั้งที่เห็นว่าควรเก็บทุกแปลง หรือ ยกเว้นที่มูลค่าไม่เกิน 20 ล้านบาท เพราะยิ่งยกเว้นในมูลค่ายิ่งสูงขึ้น ยิ่งมีฐานภาษีลดลง และไม่ตอบโจทย์การลดความเหลื่อมล้ำ

 

รวมทั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ยังจัดทำบทเฉพาะกาลในช่วงเปลี่ยนผ่าน กำหนดอัตราการจัดเก็บทั้ง 4 ประเภท โดยที่ดินเพื่อการเกษตรของบุคคลธรรมดา ส่วนเกินจาก 50 ล้านบาท เสียภาษีอัตรา 1 ล้านบาทต่อภาษี 100 บาท และเพิ่มขึ้นเป็นขั้นบันได โดยยกเว้นภาษี 3 ปีแรก ส่วนที่นิติบุคคลเริ่มเก็บทันที ส่วนที่เพื่อการพักอาศัยส่วนเกิน 50 ล้านบาทขึ้นไป เสียในอัตรา 1 ล้านบาทต่อ 200 บาท ส่วนบ้านหลังที่สองเสียตั้งแต่บาทแรกในอัตรา 1 ล้านบาทต่อ 200 บาท

 

ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อการพาณิชย์-อุตสาหกรรม จัดเก็บในอัตราเริ่มที่ 1 ล้านบาทต่อ 3,000 บาท และปรับเพิ่มอัตราเป็นขั้นบันไดตามมูลค่า สูงสุดอัตราไม่เกิน 0.7% ส่วนกิจการโรงพยาบาล สนามกีฬา สนามกอล์ฟ สถานศึกษาเอกชน ลดหย่อนได้ไม่เกิน 90% ของราคาประเมิน ส่วนที่ดินรกร้างว่างเปล่า เก็บในอัตราตั้งแต่ 0.3% ของราคาประเมิน และทุก 3 ปี ต้องเสียเพิ่ม 0.2-0.3% จนถึงสูงสุดไม่เกิน 3% จากร่างเดิมสูงสุดไม่เกิน 5%

 

 

นอกจากนี้ เพื่อลดผลกระทบ บทเฉพาะกาลยังระบุให้ใน 3 ปีแรก ถ้ามีภาระภาษีตามกฎหมายใหม่สูงกว่าภาระภาษีโรงเรือนและที่ดินและภาษีบำรุงท้องที่เดิม ให้ปีที่ 1 ชำระภาษีเท่ากับภาระภาษีที่เหลือ ปีที่ 2 ปรับเพิ่มส่วนของภาระภาษีที่เหลือเป็น 50% และเพิ่มเป็น 75% ในปีที่ 3

 

นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังและประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ กล่าวขอบคุณ สนช. ที่ผ่านความเห็นชอบ และย้ำว่า กฎหมายภาษีที่ดินใหม่จะสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจประเทศและโครงสร้างระบบภาษีทรัพย์สินจะสอดคล้องกับสากล อุดช่องโหว่ของภาษีเดิม เกิดการใช้ประโยชน์ที่ดิน ท้องถิ่นมีรายได้ไปพัฒนาพื้นที่ และสร้างธรรมาภิบาลและการมีส่วนร่วมในพื้นที่

 

 

พล.ท.ชาญชัย ภู่ทอง โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ระบุว่า กมธ. เกรงว่า ประชาชนจะได้รับผลกระทบจากภาษีนี้ จึงกำหนดเพดานมูลค่าทรัพย์สินที่ได้รับการยกเว้นให้สูง โดยเฉพาะบ้านและที่ดินเพื่อการเกษตรไม่เกิน 50 ล้านบาท ไม่ต้องเสียภาษี และมีบทเฉพาะกาลบรรเทาความเดือดร้อน สามารถผ่อนชำระได้นาน 4 ปี กรณีมูลค่าทรัพย์สินส่วนที่เกินจาก 50 ล้านบาท เป็นต้น ประเมินว่า ท้องถิ่นจะมีรายได้เพิ่มจากภาษีตัวใหม่ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท

 

ด้านมุมสะท้อนนักวิชาการ ผศ.ดร.ดวงมณี เลาวกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า การผ่านร่างภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ผลักดันออกมา ถือเป็นการตั้งต้นหรือการสร้างมาตรฐานใหม่ โดยใช้ราคาประเมินที่ดินจากกรมธนารักษ์เป็นเกณฑ์ และยกเลิกการใช้ดุลพินิจของเจ้าพนักงาน แต่การกำหนดรายละเอียดของกฎหมายกลับบิดเบี้ยวไปจากข้อเท็จจริง มีการยกเว้นที่สูงเกินไป ทั้งที่ดินเกษตรและบ้านอยู่อาศัยมูลค่า 50 ล้านบาท อีกทั้งการลดหย่อนมากถึง 90% สำหรับรายที่อยู่ในข่ายเรียกเก็บภาษี ทำให้น่าเป็นห่วงว่า หลังมีการเรียกชำระจริงตามกฎหมายตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2563 ท้องถิ่นจะได้รับผลกระทบจากรายได้หรือไม่ เสนอว่า ให้รัฐบาลใหม่ที่เข้ามาหลังเลือกตั้งครั้งนี้ ควรหยิบมาพิจารณาปรับปรุงภาษีที่ดินให้เกิดความสมดุล และปรับราคาประเมินให้ใกล้เคียงกับราคาซื้อขายต่อไป

 

สอดคล้องกับ ศ.ดร.สกนธ์ วรัญญูวัฒนา อดีตคณบดี คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองว่า ตามร่างเดิมถูกออกแบบให้จัดเก็บทุกราย ไม่มียกเว้น โดยให้เจ้าของทรัพย์แต่ละรายมีส่วนร่วมในการเสียภาษี เพื่อให้ท้องถิ่นของตนนำไปพัฒนาพื้นที่ โดยไม่ต้องพึ่งพารัฐบาลกลาง แต่ในที่สุดกลับลดฐานภาษี หากถือครองที่ดินเกษตรและบ้านมูลค่าเกิน 50 ล้านบาท จึงอยู่ในข่ายเสียภาษี อีกทั้งยังลดอัตราเรียกเก็บให้ต่ำลง และการบรรเทาให้ผ่อนชำระได้นานถึง 4 ปี กรณีใครเสียภาษีเกินจากกฎหมายเก่า เมื่อเป็นเช่นนี้เกรงว่า ท้องถิ่นจะจัดเก็บรายได้ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายให้อำนาจ เพราะ 99.9% ของคนทั้งประเทศ รอดจากการจัดเก็บภาษีที่ดิน ทางออกรัฐบาลใหม่จะต้องกล้าปรับปรุงให้เกิดความสมดุลและหมั่นปรับราคาประเมินให้ทันราคาซื้อขาย

 

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก : http://www.bkkcitismart.com

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

LivingStock Application

ค้นหาล่าสุด

ทําเลที่ถูกค้นหามากที่สุด

แสดงทั้งหมด

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA ศูนย์วิจัย คลองตัน

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ เอกมัย พร้อมพงษ์ ประสานมิตร

อ่อนนุช อุดมสุข

อ่อนนุช อุดมสุข พระโขนง บางจาก ปุณณวิถี

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน เสือใหญ่ เสนานิคม วังหิน รัชวิภา บางเขน

นวมินทร์ รามอินทรา

นวมินทร์ รามอินทรา แฟชั่นไอส์แลนด์ วัชรพล สายไหม หทัยราษฎร์ สุขาภิบาล 5

สะพานควาย จตุจักร

สะพานควาย จตุจักร หมอชิต ประดิพัทธ์ อินทามะระ