Review

สภาวิศวกร เผยกฎหมายควบคุมอาคารไม่ครอบคลุมปัญหารถตกอาคารซ้ำซาก แนะรัฐออกกฎบังคับขนาดแรงกระแทกแผงกั้นรถยนต์

LivingInsider Report 2018-10-16 14:38:36

“สภาวิศวกร” เผยกฎหมายควบคุมอาคารไม่ครอบคลุมปัญหารถตกอาคารซ้ำซาก แนะรัฐออกกฎบังคับขนาดแรงกระแทกแผงกั้นรถยนต์

 

ตะลึง ! “สภาวิศวกร” เผยกฎหมายควบคุมอาคารไม่ครอบคลุมปัญหารถตกอาคารซ้ำซาก แนะรัฐออกกฎบังคับขนาดแรงกระแทกแผงกั้นรถยนต์

 

จากเหตุการณ์รถกระบะตกลงมาจากอาคารจอดรถชั้น 6 ภายในกระทรวงสาธารณสุขเมื่อวันที่ 10 ตค. ที่ผ่านมา แต่โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิต เหตุการณ์รถยนต์ตกจากอาคารจอดรถเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากหลายครั้งในอดีต เช่น เหตุรถยนต์พุ่งชนแผงกั้นรถยนต์ชั้น 3 อาคารห้างสรรพสินค้าแห่งในหนึ่งในเขตบางกะปิ ปี 2558 มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และรถยนต์ตกอาคารอพาร์ตเมนต์ ชั้น 4 ถนนพระราม 4 เมื่อปี 2560 มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

 

ศ.ดร. อมร พิมานมาศ เลขาธิการสภาวิศวกร กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า ปัจจุบันปัญหารถยนต์ตกอาคารจอดรถยังคงเป็นปัญหาที่กระทบต่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ภายในอาคาร และยังมีอาคารจอดรถอีกเป็นจำนวนมากที่ยังมีแผงกั้นรถยนต์ที่ไม่ปลอดภัย 

 

ซึ่งการเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ตกอาคารมาจาก 3 สาเหตุหลักคือ 1. การประมาทของผู้ขับขี่รถยนต์ 2. สภาพการขับขี่ภายในอาคารจอดรถไม่ปลอดภัย เช่น แสงสว่างไม่เพียงพอ ความชันทางขึ้นลง และรัศมีโค้งของทางวิ่ง 3. ความแข็งแรงของแผงกั้นรถยนต์ 

 

โดยพบว่าบริเวณที่อันตรายของอาคารจอดรถ คือ 1. บริเวณซองที่รถถอยหลังเข้าจอด และ 2. บริเวณปลายทางวิ่ง

 

ในแง่มาตรฐานความปลอดภัยของแผงกั้นรถยนต์ ปัจจุบัน ยังไม่มีกฎหมายควบคุมอาคารที่ระบุขนาดของแรงกระแทกที่แผงกั้นรถยนต์ จึงเป็นสาเหตุให้อาคารจอดรถหลายแห่ง ยังมีแผงกั้นที่ไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัย 

 

ดังนั้น เพื่อให้การแก้ไขเกิดขึ้นเป็นรูปธรรม จึงมีข้อเสนอแนะ ดังนี้ 1. รัฐควรออกกฎหมายกำหนดค่าแรงกระแทกในการออกแบบและก่อสร้างแผงกั้นรถยนต์ 2. รัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรออกมาตรฐานการแบบและก่อสร้างแผงกั้นรถยนต์สำหรับอาคารจอดรถที่จะก่อสร้างขึ้นใหม่

 

สำหรับมาตรฐานการออกแบบแผงกั้นรถยนต์ในต่างประเทศ มีการกำหนดค่าแรงกระแทกที่ใช้ในการออกแบบ เช่น มาตรฐาน IBC 2006 ของสหรัฐอเมริกา และมาตรฐาน AS/NZS1170.1 ของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ สาระสำคัญคือ 1.กำหนดค่าแรงกระแทก 3 ตันสำหรับบริเวณที่มีการจราจรไม่มาก และ 4 ตันสำหรับบริเวณที่มีการจราจรปานกลาง 2.กำหนดค่าแรงกระแทก 24 ตัน  สำหรับแผงกั้นที่บริเวณปลายทางวิ่งที่มีระยะทางเกิน 20 เมตร

 

เลขาธิการสภาวิศวกรกล่าวอีกว่าประเทศไทยควรเร่งออกกฎหมายควบคุมอาคารและมาตรฐานการออกแบบแผงกั้นรถยนต์โดยเร็วและการออกแบบและก่อสร้างแผงกั้นรถยนต์ควรดำเนินการโดยวิศวกรโยธาที่ได้รับใบอนุญาตจากสภาวิศวกร 

 

ส่วนแผงกั้นรถยนต์ในอาคารจอดรถที่ก่อสร้างแล้วนั้น พบว่า มีหลายรูปแบบที่เข้าข่ายเสี่ยงอันตราย โดยมีข้อสังเกตแผงกั้นรถยนต์ที่อาจไม่ปลอดภัยดังนี้

 

1. แผงกั้นที่ทำขึ้นจากอิฐมอญ หรือ คอนกรีตบล๊อกที่ไม่มีการเสริมเหล็ก 2. แผงกั้นรถยนต์ที่ทำจากผนังสำเร็จรูป ซึ่งมีจุดยึดระหว่างผนังกับพื้นไม่แข็งแรง เช่นใช้กับการเชื่อมแท็คเวลดิ้งเพียง 2-3 ตำแหน่ง 3. แผงกั้นรถยนต์ที่ทำจากผนังคอนกรีตเสริมเหล็กที่บางและมีเหล็กเสริมไม่ได้มาตรฐาน

 

แนวทางแก้ไขปัญหาในทางวิศวกรรมนั้น ควรเร่งดำเนินการ 2 แนวทางสำหรับอาคารจอดรถก่อสร้างใหม่ และอาคารจอดรถเดิม ดังนี้

 

ประเภท “อาคารจอดรถก่อสร้างใหม่” ควรดำเนินการ 5 ข้อ ได้แก่ 1. แผงกั้นควรมีความสูงจากพื้นอย่างน้อย 130 เซนติเมตร 2. ควรก่อสร้างจากผนังคอนกรีตเสริมเหล็กชนิดเทในที่ มีเหล็กเดือยฝังยึดแผงกั้นกับพื้นอย่างแน่นหนา 3. ออกแบบแผงกั้นเป็นผนังยื่นจากพื้น โดยใช้ค่าแรงกระแทกตามที่มาตรฐานกำหนด 

 

4. การเสริมเหล็กในแผงกั้นชนิดคอนกรีตเทในที่ ควรเสริมเหล็ก 2 ชั้นที่ผิวด้านนอกและผิวด้านในของแผ่นพื้น ห้ามเสริมเหล็กชั้นเดียวตรงกลางผนัง และ 5. คอนกรีตที่ใช้ทำผนังแผงกั้นควรมีกำลังรับแรงอัดไม่ต่ำกว่า 280 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร

 

ประเภท “อาคารจอดรถเดิม” ซึ่งแผงกั้นอาจไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัย สามารถเสริมความแข็งแรงแผงกั้นให้ได้มาตรฐานได้ เจ้าของอาคารควรจัดหาวิศวกรโยธาเข้าตรวจสอบและประเมินความแข็งแรงของแผงกั้นรถยนต์ในอาคารเก่า และ เสริมความแข็งแรง เช่น การเสริมผนังคอนกรีตเสริมเหล็กเข้ากับผนังเดิม หรือ วิธีอื่นตามที่วิศวกรเห็นสมควร

 

 

ขอบคุณภาพและข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ

 

https://www.prachachat.net/property/news-234747

 

เขียนความคิดเห็น
บทความล่าสุด