News

ฟองสบู่อสังหาฯ

LivingInsider Report 2018-09-27 13:20:28

ฟองสบู่อสังหาฯ

 

และแล้วปัญหาห่วงฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ก็เริ่มดังขึ้นในปีนี้

 

มีตั้งแต่ห้องชุดโอเวอร์ซัพพลาย, สถาบันการเงินปล่อยกู้ 100-120%, กู้ซื้อคอนโดฯแล้วมีเงินทอน, เอกชนแข่งทำแคมเปญให้กู้เกินราคาจนทำให้เกิดดีมานด์เทียม

 

บรรทัดสุดท้ายฟ้องออกมาเป็นตัวเลขหนี้เสีย หรือ NPL ภาคอสังหาฯ จาก 2.5% ขยับเป็น 3.29% หรือมากกว่านั้น

 

โดยไตรมาส 4/61 แนวโน้มมีมาตรการเบาไปหาหนัก “มาตรการเบา-ไมโครพรูเดนเชียล” แบงก์ต้องเข้มประเมินสินเชื่อ ส่วน “มาตรการหนัก-แม็คโครพรูเดนเชียล” ยกระดับในภาพรวม เหมือนที่แบงก์ชาติคุมบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลมาก่อนหน้านี้

 

วันนี้มาดูกันว่าเราจะช่วยเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาร่วมกับแบงก์ชาติได้ยังไงบ้าง

 

สอบถาม 4 ผู้บริหารกับ 4 คำตอบ ดังนี้

คนแรก “ดร.อาภา อรรถบูรณ์วงศ์” นายกสมาคมอาคารชุดไทย ระบุว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่แบงก์ชาติเพิ่งมานั่งหารือข้อมูลลูกค้าจีนที่ทะลักเข้ามาช็อปซื้อห้องชุด
ในเมืองไทย และมีแนวโน้มมากขึ้น ๆ ทุกวัน

 

“ลูกค้าจีนและต่างชาติไม่มีผลต่อหนี้เสียในระบบ เพราะเรียกเงินดาวน์สูง 30% สร้างเสร็จการโอนเขาจ่ายเงินสด กลายเป็นตัวช่วยให้กับตลาดเมืองไทยในภาวะที่กำลังซื้อลูกค้าคนไทยอ่อนแรงลง หากจะมีมาตรการอะไรออกมากำกับการซื้อของต่างชาติ ควรทำให้ถูกที่ ถูกเวลา รอให้เศรษฐกิจประเทศไทยดีขึ้น กำลังซื้อคนไทยฟื้นตัว เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพรวมของวงการ”

 

นายกสมาคมคอนโดฯมีเรื่องเป็นห่วงนิดเดียวเกี่ยวกับมาตรการแม็คโครพรูเดนเชียลที่จะออกมาในอนาคต
ไม่อยากเห็นมาตรการอะไรที่ออกมากำกับแล้วทำให้ตลาดเสรีมันบิดเบือนไปจากกลไกธุรกิจปกติ

 

“อะไรที่ทำสุจริตอยู่แล้ว อย่าไปยุ่งเลย เพราะสิ่งที่รัฐต้องทำ คือ ส่งเสริมการค้าเสรี อย่าบิดเบือน อย่า overrule ก็น่าจะพอค่ะ”

 

ด้าน “พีระพงศ์ จรูญเอก” ซีอีโอออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ วิเคราะห์ว่า แบงก์ชาติอาจได้รับข้อมูลที่แปะตามสื่อเว็บไซต์ชักชวนคนที่ไม่เคยกู้และไม่มีประวัติในเครดิตบูโรมาซื้อคอนโดฯ โดยยื่นกู้พร้อมกันทีละ 4 แบงก์ เช็กแล้วไม่มีประวัติก็ปล่อยกู้ พัฒนาเป็น NPL ในที่สุด

 

แต่ก็เป็นปัญหาที่จำกัดวงแคบ ไม่ใช่ภาพใหญ่ของทั้งวงการ

“คนไม่มีความสามารถซื้อแล้วไปซื้อหลาย ๆ ห้อง ผมก็ไม่เห็นด้วย เป็นภาระ ซื้อแล้วเป็นหนี้เสียย้อนกลับมาเป็นต้นทุนเงินกู้ให้คนอื่น เพราะแบงก์เอา NPL มาตีเป็นค่าใช้จ่าย ตีเป็นภาระดอกเบี้ยเพิ่มให้กับผู้กู้รายอื่น”

 

ถัดมา “อิสระ บุญยัง” นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และเจ้าของกลุ่มกานดา พร็อพเพอร์ตี้ ระบุว่าความพยายามสกัดเก็งกำไรเป็นนโยบายที่ไม่เสียหาย และเป็นผลดีต่อผู้บริโภค

 

อย่างไรก็ตาม แบงก์ชาติได้ออกนโยบายที่ดีที่สุดครอบคลุมไว้อยู่แล้ว กล่าวคือ 1.บ้านต้องวางเงินดาวน์ 5% 2.คอนโดฯต้องวางเงินดาวน์ 10% และ 3.อสังหาฯราคาเกิน 10 ล้านบาท ต้องวางเงินดาวน์ 20% เพราะฉะนั้น ข้อเสนอคือ กฎ LTV-loan to value ให้คงเดิม

 

จุดโฟกัสอยู่ที่ตอนพิจารณาสินเชื่อควรปล่อยกู้คนเดียวกัน 1-2 ยูนิต ไม่ควรให้กู้ทีละ 3-4 ยูนิตพร้อมกัน, ถ้าจะทำงานให้ละเอียดลงไปอีก อาจต้องมีการจับผู้กู้เซ็นข้อตกลง คล้าย ๆ เป็นคำให้การว่ากู้ซื้อเพียง 1-2 ยูนิต ไม่ได้โลภมากกู้ทีละ 3-4 ยูนิต หรือไม่ได้กู้เกินตัว

 

รายสุดท้าย “ธนากร ธนวริทธิ์” ซีอีโอค่ายออลอินสไปร์ แจกแจงว่า บริษัทมีมาตรการสกัดเก็งกำไร โดย 1.สกรีนเบื้องต้นด้วยการเก็บเงินดาวน์ 20-25% 2.ไม่ขายยกลอตเพราะไม่ต้องการเน้นนักลงทุน

 

กับข้อ 3.ปัจจุบันพอร์ตลูกค้าต่างชาติมีสัดส่วน 40% เงินดาวน์สูง 30-40% เวลาโอนใช้เงินสดเต็มจำนวน เป็นลูกค้าคุณภาพสูง

 

เพราะโมเดลเก็บเงินดาวน์สูง 20-25% สกัดเก็งกำไรอยู่หมัดเวลาสร้างเสร็จแล้วลูกค้าไม่กล้าทิ้งดาวน์

 

 

ขอบคุณภาพและข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ

 

https://www.prachachat.net/property/news-225672

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

LivingStock Application

ค้นหาล่าสุด

ทําเลที่ถูกค้นหามากที่สุด

แสดงทั้งหมด

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA ศูนย์วิจัย คลองตัน

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ เอกมัย พร้อมพงษ์ ประสานมิตร

อ่อนนุช อุดมสุข

อ่อนนุช อุดมสุข พระโขนง บางจาก ปุณณวิถี

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน เสือใหญ่ เสนานิคม วังหิน รัชวิภา บางเขน

นวมินทร์ รามอินทรา

นวมินทร์ รามอินทรา แฟชั่นไอส์แลนด์ วัชรพล สายไหม หทัยราษฎร์ สุขาภิบาล 5

สะพานควาย จตุจักร

สะพานควาย จตุจักร หมอชิต ประดิพัทธ์ อินทามะระ