Home Living Topic Guru Webboard Contact Us FAQ  รายการ ขาย เช่า ประกาศ ขาย เช่า คอนโด บ้าน ที่ดิน เข้าระบบ/ลงทะเบียนใหม่ ค้นหา

Review (325)   Invest (66) PR (1806)  News (1370)   Idea (59) Design (66) Talk (197)  Guest (44)  Vacation (100) Feng Shui (26)
เรื่องน่าอ่านยังมีอีกที่นี่ ประกาศขายคอนโด ประกาศขายบ้าน ทั่วประเทศไทย
กลับไปหน้าที่ผ่านมา

ฮาบิแทท กรุ๊ป ลุยเปิด 3 โครงการใหม่ มูลค่า 3,000 ลบ.


0 0

‘ฮาบิแทท กรุ๊ป’ ลุยเปิด 3 โครงการใหม่ มูลค่า 3,000 ลบ. รับเทรนด์อสังหาฯเพื่อการลงทุนมาแรง เผยครึ่งปีแรกกวาดยอดขายทะลุ 1,900 ลบ.

 

“ฮาบิแทท กรุ๊ป” รุกเปิด 3 โครงการใหม่ เจาะตลาดกรุงเทพฯ และพัทยา มูลค่ารวม 3,000 ล้านบาท รับเทรนด์อสังหาฯเพื่อการลงทุนมาแรง พบสถิตินักลงทุนเติบโตกว่า 10-20%ต่อปี ขณะที่ต่างชาติมีแนวโน้มซื้ออสังหาฯไทยปล่อยเช่าเพิ่มขึ้น เผยครึ่งปีแรกกวาดยอดขาย1,900 ล้านบาท คิดเป็น 63% ของ เป้ายอดขายทั้งปี 3,000 ล้านบาท

 

นายชนินทร์ วานิชวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป จำกัด ผู้นำด้านการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมี่ยมเพื่อการลงทุนของไทย เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีหลัง 2561 บริษัทฯเตรียมเปิดตัว 3 โครงการใหม่ มูลค่ารวมทั้งสิ้น 3,000 ล้านบาท ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมืองกรุงเทพฯ และพัทยา พัฒนาเป็นคอนโดมิเนียม เพื่อการอยู่อาศัยและการลงทุน

 

โดยในไตรมาส 3 จะเปิดตัว 2 โครงการ ภายใต้ชื่อ ‘วาลเด้น’ (Walden) พัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ลักชัวรี่ เพื่อการอยู่อาศัยและการลงทุน นำร่องด้วยการเปิดตัวโครงการ ‘วาลเด้น’ (Walden) สุขุมวิท 39’ สูง 8 ชั้น จำนวน 116 ยูนิต บนเนื้อที่ 0-3-22 ไร่ ในซอยสุขุมวิท 39

 

มูลค่าโครงการ 950 ล้านบาท ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 5.6 ล้านบาท ส่วนอีกโครงการคือ ‘วาลเด้น สุขุมวิท 31’ ตั้งอยู่ในอยู่ซอยสุขุมวิท 31 บนเนื้อที่ 0-2-65.25 ไร่ มูลค่าโครงการ 800 ล้านบาท เป็นคอนโดมิเนียมโลว์ไรซ์ลักชัวรี่ สูง 8 ชั้น จำนวน 104 ยูนิต ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 5.6 ล้านบาท 

 

“สุขุมวิทนับเป็นศูนย์กลางธุรกิจที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศและมีศักยภาพที่ดีในด้านการเดินทาง จึงยังคงมีดีมานด์อยู่อย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุผลที่สุขุมวิทไม่เพียงแค่เป็นทำเลที่อยู่อาศัย แต่ยังเป็นทำเลที่มีองค์ประกอบครบถ้วน มีสำนักงานชั้นนำ โรงแรม 5 ดาว แหล่งช้อปปิ้ง ท่องเที่ยว โรงพยาบาล และสถานศึกษาชื่อดัง

 

ทำให้เรามั่นใจว่าทั้ง 2 โครงการได้รับการตอบที่ดีจากลูกค้า เพราะด้วยศักยภาพทำเลที่ตั้งของโครงการ วาลเด้น สุขุมวิท 39 และ วาลเด้น สุขุมวิท 31 อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS พร้อมพงษ์ ทำให้การเดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆรอบกรุงเทพฯได้อย่างสะดวกสบาย อีกทั้งยังใกล้กับสถานที่สำคัญมากมาย อาทิ ห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์, สถานศึกษาชื่อดัง

 

หากพิจารณาในแง่ของการลงทุนทั้งจากการปล่อยเช่าและการ ถือครองระยะยาว ทำเลสุขุมวิทนี้ถือว่ามีศักยภาพในแง่การลงทุนสูงจากดีมานด์ใหม่ที่เพิ่มขึ้น ทั้งชาวไทยและต่างชาติที่ย้ายมาอยู่อาศัยตามสถานที่ทำงาน โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น และชาวจีน รวมถึงนักลงทุนในอสังหาฯ ถือเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของฮาบิแทท กรุ๊ป”

 

ทั้งนี้ โครงการ วาลเด้น สุขุมวิท 39 และ วาลเด้น สุขุมวิท 31 จะมีโมเดลธุรกิจที่แตกต่างจากพัทยา 
โดยมีทั้งรูปแบบซื้อเพื่อลงทุนและซื้อเพื่อพักอาศัย แต่จะเน้นที่รูปแบบของการลงทุนเป็นหลัก โดยบริษัทฯจะ มีการบริหารจัดการการเช่าและอำนวยความสะดวกเรื่องการบำรุงรักษาห้องให้ผ่านบริษัท ฮาบิแทท ฮอสพิทอลลิตี้ จำกัด

 

ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่มีทีมงานมืออาชีพ มีประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการการเช่าเป็นผู้ดูแล และอำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุน อีกทั้งยังกำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gain) 3-5% ในทุกๆปี

 

สำหรับอีกหนึ่งโครงการ จะขยายโครงการลงทุนเพิ่มเติมในพัทยาเหนือ มูลค่าโครงการ 1,250 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงไตรมาส 4 โดยยังคงยึดโมเดลการลงทุนแบบการรันตีค่าเช่า โดยมีเชนโรงแรมที่มีชื่อเสียงจากสหรัฐอเมริกา เป็นที่ยอมรับระดับโลกเข้ามาเป็นผู้บริหารและจัดการการเช่า 

 

ผลการดำเนินงานของฮาบิแทท กรุ๊ป ในครึ่งปีแรก สามารถทำยอดขายได้ 1,900 ล้านบาท หรือคิดเป็น 63% ของเป้าหมายยอดขายรวมที่ตั้งไว้ 3,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่มียอดขาย 1,298 ล้านบาท เติบโตสูงถึง 131% จากปีก่อน

 

ซึ่งเป็นผลมาจากการขายโครงการที่มีอยู่เดิมอย่างโครงการครอสทู พัทยา โอเชี่ยนเฟียร์ (X2 Pattaya Oceanphere) มียอดขายแล้ว 70%, โครงการเบสท์ เวสเทิร์น พรีเมียร์ เบย์เฟียร์ พัทยา (Best Western Premier Bayphere Pattaya) คอนโดสไตล์รีสอร์ท ติดชายหาดนาจอมเทียน มียอดขายแล้ว 100% โครงการบลูเฟียร์ พัทยา (BluPhere Pattaya) ที่ได้ใช้ เบสท์ เวสเทิร์น พรีเมียร์ คอลเลคชั่น แบรนด์โรงแรมระดับพรีเมี่ยมบริหารจัดการมียอดขายแล้ว 100%,

 

โครงการวินด์แฮม แอทลาส วงศ์อมาตย์ พัทยา (Wyndham Atlas Wongamat Pattaya) คอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่ บนทำเลทอง วงศ์อมาตย์ ที่มียอดขายแล้ว 90%, โครงการ เลอรอย ร่วมฤดี (LEROY Ruamrudee) ที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี่ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองซอยร่วมฤดี ที่ปิดการขายแล้ว 100% และโครงการใหม่ที่ทำการเปิดขายไปตอนต้นปีอย่างโครงการ วาลเด้น อโศก ซึ่งมียอดขายแล้วถึง 80%

 

นายชนินทร์ กล่าวว่า ภาพรวมการลงทุนอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน มีการเติบโตที่ชัดเจนมากขึ้นทุกปี ทั้งจากนักลงทุนไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พบว่านักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในคอนโดมิเนียมจำนวนมาก เห็นได้จากโควต้าการขายในส่วนต่างชาติสามารถขายได้ค่อนข้างเร็ว  และมั่นใจว่าตลาดอสังหาฯเพื่อการลงทุนมีแนวโน้มการเติบโตดีต่อเนื่องไปอีกหลายปี

 

“เศรษฐกิจในประเทศไทยอยู่ในทิศทางที่ดีขึ้น ดอกเบี้ยมีอัตราต่ำไม่ถึง 1% ด้านภาคอสังหาฯจึงมีทิศทางที่เป็นบวก ส่งผลให้คนหันมาลงทุนในอสังหาฯเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีมูลค่าเพิ่มตลอด เนื่องจากการลงทุนหุ้นมีความเสี่ยงสูงและโอกาสขาดทุนมีอยู่ นักลงทุนจึงกระจายความเสี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า และผลตอบแทนสม่ำเสมอ โดยการเข้ามาลงทุนในอสังหาฯ ซึ่งสถิตินักลงทุนเติบโตขึ้นมาปีละ 10-20% ทุกปี ส่วนคนที่เคยลงทุนอสังหาฯ อยู่แล้วก็ยังลงทุนต่อเนื่อง”

 

ด้านนักลงทุนชาวไทยมีการเติบโตถึง 60% และในส่วนของนักลงทุนชาวต่างชาติ มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีนักลงทุนชาวสิงคโปร์ ฮ่องกง และจีนที่มีสัดส่วนมากสุดถึง 40% ก็เริ่มเห็นนักลงทุนจากประเทศอื่นๆเพิ่มมากขึ้นอย่าง ยุโรป ตะวันออกกลาง และเมียนมาร์

 

โดยพบว่ามีตัวเลขการเติบโตปีละ 20-30% เนื่องจากอสังหาฯในเมืองใหญ่มีราคาสูงขึ้นมาก ซึ่งหากต้องการลงทุนจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนอย่างน้อย 20-30 ล้านบาทเพื่อซื้อคอนโดมิเนียม 1 ห้อง ขณะที่อัตราการปล่อยเช่าจะได้ผลตอบแทน (Yield) เพียง 2-3% เท่านั้น ซึ่งไม่คุ้มกับการลงทุนนัก

 

โดย ฮาบิแทท กรุ๊ป การันตีอัตราผลตอบแทนของค่าเช่าในโครงการอสังหาฯเพื่อการลงทุนต่างๆสูงถึง 6% นาน 5 ปี ประกอบกับโครงการมีการคำนึงถึงทำเลที่ตอบโจทย์ การออกแบบและดีไซน์ที่ดี รวมการตกแต่งบิลต์อิน เครื่องใช้ไฟฟ้า อีกทั้งยังได้กำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gain) จากทิศทางของราคาที่ดินที่ปรับตัวสูงขึ้น 3-5% ในทุกๆปีอีกด้วย

 

“นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้อสังหาฯเพื่อการลงทุนมีความคึกคักมากขึ้น และนักลงทุนคนไทยก็หันมาลงทุนในตลาดอสังหาฯเช่นกัน ซึ่งในกรุงเทพฯทำเลใจกลางหรือ CBD ยังเติบโตไปได้เรื่อยๆ เนื่องจากซัพพลายยังมีค่อนข้างจำกัด เทรนด์การลงทุนส่วนมากอยู่ในเมืองจะซื้อเพื่อเป็นบ้านหลังที่สอง หรือซื้อเพื่อปล่อยเช่า ก็จะมีผู้เช่าต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทยทั้งคนยุโรป และญี่ปุ่น

 

ซึ่งรูปแบบการพัฒนาอสังหาฯเพื่อการลงทุนของฮาบิแทท กรุ๊ป ถือว่าตอบโจทย์นักลงทุนเป็นอย่างมาก เพราะฮาบิแทท กรุ๊ปเข้ามาดูแลให้ทั้งหมดตั้งแต่ผลตอบแทนที่ชัดเจน ดูแลการเช่าระยะยาวเป็นสัญญาทั้ง การซ่อมแซมและบำรุงรักษา โดยในส่วนของโครงการในพัทยานักลงทุนยังสามารถเข้ามาใช้ห้องได้ปีละ 14 คืนและมีการบริหารจัดการการเช่าโดยเครือโรงแรมระดับ 5 ดาวที่ได้มาตรฐานระดับโลก”

 

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการต่างๆ ของฮาบิแทท กรุ๊ป ได้ที่เว็บไซต์ www.habitatgroup.co.th โทร. 02-168-8266 หรือ 081-451-0002.
 


ระดับ : Legend สมัครเมื่อ : 2016-06-16 15:02:23 จำนวนโพส : 0
อัพเดทล่าสุด : 2018-07-05 14:09:56
แจ้งปัญหา     

บทความล่าสุด

บทความที่น่าสนใจ


ติดตามข่าวสารข้อมูลก่อนใคร ถูกใจเพจได้เลยครับ



ต้องการรับข่าวแบบนี้ส่งตรงถึงไลน์คุณ add ไลน์@ ได้เลยครับ เพียงคลิ๊กลิ้งค์ข้างล่าง



LINE ID @livinginsider


แสดงความคิดเห็น

CAPTCHA code
หรือ ยกเลิก

© 2015 livinginsider.com All right reserved. | นโยบายความเป็นส่วนตัว

 

lvmng@livinginsider.com

02-693-5561 ถึง 2
  @livinginsider