News

“แสนสิริ-โตคิว” เปิดตลาดญี่ปุ่น ร่วมทุนบุก “เอกมัย-สุขุมวิท 50-ศรีราชา”

LivingInsider Report 2018-06-06 10:19:46

“แสนสิริ-โตคิว” เปิดตลาดญี่ปุ่น ร่วมทุนบุก “เอกมัย-สุขุมวิท 50-ศรีราชา”

 

หลังปักหมุดโปรเจ็กต์แรก “taka HAUS” (ทากะเฮาส์) ในซอยเอกมัย 12 ด้วยมูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท เมื่อเดือน ส.ค.ปีที่แล้ว จนครองใจลูกค้าไทยและญี่ปุ่นโกยยอดขายแล้ว 95%

 

ล่าสุด “บมจ.แสนสิริ” และ “บจ.โตคิว คอร์ปอเรชั่น” ยักษ์รถไฟฟ้า ก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์จากประเทศญี่ปุ่น จับมือลุยพัฒนาโครงการใหม่ในปี 2561 อีก 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท ประเดิมเปิดพรีเซลเรียกน้ำย่อยลูกค้าคนไทยเป็นลำดับแรกภายในเดือน มิ.ย.นี้

 

“อุทัย อุทัยแสงสุข” ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บมจ.แสนสิริ เปิดเผยว่า ปีที่แล้วแสนสิริและโตคิวจับมือดำเนินธุรกิจร่วมกันพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย big project โครงการแรก “ทากะเฮาส์” ทำเลสุขุมวิท 77 มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท ประสบความสำเร็จมีลูกค้าทั้งคนไทยและต่างชาติรวมถึงคนญี่ปุ่นเข้ามาซื้อจำนวนมาก ส่งผลให้มียอดขายแล้ว 95% คาดว่าจะปิดการขายได้เร็ว ๆ นี้

 

“ปัจจุบันแสนสิริมียอดขาย 4 หมื่นล้านบาท ในนี้มียอดขายลูกค้าต่างชาติในช่วง 4-5 ปีอยู่ที่ 24,000 ล้านบาท จากประเทศจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน และญี่ปุ่น เราเห็นความสำเร็จจากโครงการทากะเฮาส์ จะขยายฐานลูกค้าญี่ปุ่นมากขึ้น จากปัจจุบัน 5% ปีนี้จะเพิ่มเป็น 10% ทำให้ร่วมลงทุนกับโตคิวเป็นโครงการที่ 2 และ 3” นายอุทัยกล่าว

 

ในปีนี้มีโปรเจ็กต์ร่วมทุนกับโตคิว 2 โครงการ ซึ่งจะร่วมกันจัดตั้งบริษัทใหม่ชื่อ บริษัท สิริ ทีเค ทรู จำกัด และบริษัท สิริ ทีเค ทรี จำกัด มีกลุ่มแสนสิริถือหุ้น 70% และกลุ่มโตคิว 30% พัฒนา 2 โครงการใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ ทำเลเอกมัยและสุขุมวิท 50 มูลค่าโครงการรวมกว่า 5,000 ล้านบาท จะเปิดขายให้ลูกค้าไทยก่อนเป็นลำดับแรกภายในเดือน มิ.ย.-ส.ค.นี้

 

“2 โครงการใหม่ เป็นทำเลที่แสนสิริและโตคิวคุ้นเคย ใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอส และเป็นย่านอยู่อาศัยของคนญี่ปุ่นและต่างชาติตะวันตกที่ขยับมาจากทองหล่อมาอยู่ในโซนนี้ค่อนข้างมาก คาดว่าจะได้รับการตอบรับจากลูกค้าต่างชาติไม่ว่าฮ่องกง จีน และญี่ปุ่น”

 

สำหรับโครงการแรกตั้งอยู่ในทำเลเอกมัยซอย 11 เนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ เป็นคอนโดมิเนียมแบบไฮไลต์ สูง 38 ชั้น ขนาดพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 28 ตร.ม. ราคาขายเริ่มต้น 150,000 บาท/ตร.ม. มูลค่าโครงการ 3,500 ล้านบาท จะแวดล้อมไปด้วยคอมมิวนิตี้มอลล์ ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต โรงเรียนนานาชาติ โรงพยาบาล รวมถึงแหล่งกิจกรรมสันทนาการที่คนญี่ปุ่นชื่นชอบ อาทิ ไดรฟ์กอล์ฟ แช่ออนเซน เป็นต้น จะเปิดขายปลายเดือน มิ.ย.นี้

 

ส่วนโครงการที่ 2 ตั้งอยู่ถนนสุขุมวิท 50 ใกล้รถไฟฟ้าทางด่วนและศูนย์การค้า เนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ เป็นคอนโดมิเนียมแบบโลว์ไรส์ สูง 8 ชั้น จำนวน 2 อาคาร มูลค่าโครงการ 1,700 ล้านบาท ขนาดพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 28 ตร.ม. ราคาขายเริ่มต้นอยู่ที่ ตร.ม.ละ 100,000 บาทต้น ๆ จะเปิดขายในเดือน ส.ค.นี้

 

“การจับมือกับโตคิวครั้งนี้ จะนำโนว์ฮาวหลาย ๆ อย่างมาพัฒนาที่อยู่อาศัยให้ตรงกับเทรนด์การใช้ชีวิตใหม่ หรือ beautiful community เติมเต็มการอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบ และไลฟ์สไตล์ของคนญี่ปุ่นที่เราตั้งเป้าจะเพิ่มยอดขายลูกค้ากลุ่มนี้ให้มากขึ้น ซึ่ง 2 โครงการใหม่จะเป็นแบรนด์ใหม่ อยู่ระหว่างตั้งชื่อร่วมกัน” นายอุทัยกล่าวและว่า

 

การที่แสนสิริผนึกกับโตคิว เป็นการมองโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แบรนด์แสนสิริเป็นที่รู้จักในกลุ่มลูกค้าชาวญี่ปุ่น ซึ่งโตคิวมีฐานลูกค้าอยู่ในมือจำนวนมากทั้งในไทยและต่างประเทศ รวมถึงความร่วมมือจากการนำโครงการที่อยู่อาศัยของแสนสิริไปโรดโชว์ที่ประเทศญี่ปุ่น จะรวมถึง 2 โครงการนี้ด้วย จะเปิดขายให้กับคนญี่ปุ่นทั้งรูปแบบการเช่าและขายขาด หลังจากเปิดตลาดในไทยแล้ว

 

ไม่ใช่แค่โครงการคอนโดมิเนียมในในเมืองกรุงเทพฯ ล่าสุด “แสนสิริ-โตคิว” กำลังร่วมกันขยายตลาดไปยังหัวเมืองหลัก โดย “อุทัย” กล่าวว่า บริษัทมีที่ดินเปล่าประมาณ 10 ไร่ ใกล้เมืองศรีราชา ติดถนนสุขุมวิท อยู่ระหว่างร่วมกับโตคิวศึกษารูปแบบการพัฒนาโครงการจะเป็นโปรเจ็กต์ทาวน์เฮาส์ หรือคอนโดมิเนียมขาย ถึงจะเหมาะสมกับตลาดและราคา

 

ด้าน “โตชิยูคิ โฮชิโนะ” กรรมการและเจ้าหน้าที่ผู้จัดการบริหารอาวุโสและผู้จัดการบริหารทั่วไป สำนักงานใหญ่ธุรกิจต่างประเทศ บจ.โตคิว คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า โครงการร่วมทุนกับแสนสิริพัฒนาโครงการทากะเฮาส์ นับเป็นครั้งแรกที่โตคิวเข้ามาลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย และได้ผลตอบรับที่ดี จึงได้ร่วมลงทุนอีก 2 โครงการ และใน 3 ปีนี้จะร่วมมือกันต่อไปอีกในรูปแบบสร้างสังคมเมือง ซึ่งการลงทุนแต่ละโครงการมองกำไรขั้นต้น 33-38% และมีกำไรสุทธิ 11-15%

 

“เชื่อมั่นแสนสิริ และศักยภาพของประเทศไทยที่มีการเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกรุงเทพฯกำลังขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าสายใหม่ ๆ ที่เป็นจุดดึงดูดคนมาสู่จุดศูนย์กลางเมือง ทำให้มีความต้องการที่อยู่อาศัยแนวรถไฟฟ้ามาก” นายโฮชิโนะกล่าว

 

สำหรับคอนโดมิเนียม 2 โครงการใหม่จะตอบโจทย์ ซึ่งแสนสิริและโตคิวมองเห็นโอกาสและความเป็นไปได้ สำหรับแผนความร่วมมือในอนาคตพัฒนาที่อยู่อาศัยในรูปแบบใหม่ ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง ตอบรับไลฟ์สไตล์ที่อยู่อาศัยของกลุ่มลูกค้าทั้งคนไทยและต่างชาติ ซึ่งโตคิวตั้งเป้าลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย และเวียดนาม 100 ล้านเหรียญต่อปี

 

ขณะที่ “อุทัย” บิ๊กแสนสิริ มั่นใจว่าโปรเจ็กต์ร่วมทุนนี้จะทำให้ยอดขายของบริษัทเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ 45,000 ล้านบาท และเป้ารายได้ 30,000 ล้านบาท จากทั้งปี 2561 มีแผนจะเปิดตัวโครงการใหม่ 31 โครงการ มูลค่ารวม 63,200 ล้านบาท ซึ่งเปิดไปแล้ว 14 โครงการ มูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่า 20,000 ล้านบาท

 

 

ขอบคุณภาพและข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ

 

https://www.prachachat.net/property/news-169672

 

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

LivingStock Application

ค้นหาล่าสุด

ทําเลที่ถูกค้นหามากที่สุด

แสดงทั้งหมด

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA ศูนย์วิจัย คลองตัน

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ เอกมัย พร้อมพงษ์ ประสานมิตร

อ่อนนุช อุดมสุข

อ่อนนุช อุดมสุข พระโขนง บางจาก ปุณณวิถี

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน เสือใหญ่ เสนานิคม วังหิน รัชวิภา บางเขน

นวมินทร์ รามอินทรา

นวมินทร์ รามอินทรา แฟชั่นไอส์แลนด์ วัชรพล สายไหม หทัยราษฎร์ สุขาภิบาล 5

สะพานควาย จตุจักร

สะพานควาย จตุจักร หมอชิต ประดิพัทธ์ อินทามะระ