News

แสนสิริ-บีทีเอสแข่งตุนที่แนวรถไฟฟ้า ผุดมิกซ์ยูสเมืองทองแจ้งวัฒนะ-ศูนย์วัฒนธรรม

LivingInsider Report 2018-06-05 10:28:08

แสนสิริ-บีทีเอสแข่งตุนที่แนวรถไฟฟ้า ผุดมิกซ์ยูสเมืองทองแจ้งวัฒนะ-ศูนย์วัฒนธรรม

 

“แสนสิริ-บีทีเอส” กว้านซื้อที่เกาะสถานีรถไฟฟ้าสายใหม่ทุกสายทุกสี ดันแผนโปรเจ็กต์ร่วมทุนแสนล้าน ทุ่มซื้อตลาดมะลิและข้างเคียงกว่า 20 ไร่ ปั้นมิกซ์ยูสรับส่วนต่อขยายสายสีชมพู “ศรีรัช-เมืองทองธานี” ปักหมุดสถานีศูนย์วัฒนธรรมลงทุนบิ๊กโปรเจ็กต์รับจุดตัดสายสีส้ม-สีน้ำเงิน ด้านบีแลนด์ปัดฝุ่น 200 ไร่ติดทะเลสาบ สร้างที่อยู่อาศัย คอมเพล็กซ์ สวนสนุก ปลุกความคึกคักอีกเฮือก

 

นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ได้ร่วมกับ บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) ซื้อที่ดินตลาดนัดมะลิในเมืองทองธานี และที่ดินข้างเคียง เพื่อเป็นแลนด์แบงก์เก็บไว้รอพัฒนาโครงการร่วมกันรับรถไฟฟ้าสายสีชมพูแคราย-มีนบุรี ที่บีทีเอสผู้รับสัมปทานโครงการจะร่วมลงทุนกับ บมจ.บางกอกแลนด์ สร้างส่วนต่อขยายเข้าไปยังเมืองทองธานี มีกำหนดเปิดบริการในปี 2564

 

ทุ่มซื้อที่ดินเมืองทอง

 

“เราดีลซื้อที่ดินดังกล่าวเมื่อปลายปีที่แล้ว หลังมีความชัดเจนว่าจะสร้างรถไฟฟ้าเข้าไปยังเมืองทองธานี ทำเลอยู่ห่างจากสถานีประมาณ 500 เมตร ซื้อเก็บไว้เพราะที่ดินมีศักยภาพ กำลังดูว่าจะพัฒนาเป็นรูปแบบไหน ยังมีเวลา เพราะกว่ารถไฟฟ้าจะสร้างเสร็จอีก 4-5 ปี”

 

นายอุทัยกล่าวว่า ตามแผนภายใน 5 ปีจะร่วมกับบีทีเอสพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมแนวรถไฟฟ้ารัศมี 500 เมตรจากสถานี จำนวน 25 โครงการ มูลค่า 100,000 ล้านบาท ปัจจุบันซื้อที่ดินไว้หมดแล้ว ขณะนี้ร่วมลงทุนโครงการไปแล้ว 12 โครงการ มูลค่าโครงการกว่า 40,000 ล้านบาท

 

ในปี 2561 จะลงทุน 2 โครงการ เปิดขายแล้ว 1 โครงการ คือ เดอะไลน์ วงศ์สว่าง เป็นคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จก่อนขาย จำนวน 1,287 ยูนิต มูลค่าโครงการ 4,600 ล้านบาท ราคาเริ่มต้นยูนิตละ 1.99 ล้านบาท อีก 1 โครงการจะเปิดขายในไตรมาสที่ 3 อยู่ทำเลสะพานใหม่แนวรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต คาดว่าจะเป็นแบรนด์เดอะไลน์

 

ตุนที่สายใหม่ขึ้น 13 โปรเจ็กต์

 

นางสาววรางคณา อัครสถาพร ผู้จัดการทั่วไป บีทีเอส แสนสิริ โฮลดิ้งส์ กรุ๊ป กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ซื้อที่ดินพร้อมจะลงทุนพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมเป็นโปรเจ็กต์ร่วมทุนบีทีเอส-แสนสิริ ล่าสุดเหลือประมาณ 13 โครงการ โดยที่ดินเตรียมพัฒนาเฉลี่ย 3 ไร่ต่อโครงการ ขนาดมูลค่าโครงการขึ้นอยู่กับทำเล หากเป็นโครงการขนาดเล็กจะอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท และขนาดใหญ่อยู่ที่ 7,000 ล้านบาท

 

ซึ่งในปี 2561 มีแผนลงทุนพัฒนา 2 โครงการ ล่าสุดเปิดขายโครงการเดอะเบส วงศ์สว่าง มียอดแล้ว 30% อีกโครงการจะอยู่สะพานใหม่เปิดขายไตรมาส 3 ระดับราคาเจาะลูกค้าระดับซีบวก-บีลบ ทั้งนี้หากประเมินแล้วตลาดยังดีต่อเนื่อง อาจจะมากกว่านั้นก็ได้

 

“เรามีที่ดินเตรียมไว้หมดแล้ว เกาะแนวรถไฟฟ้าสายใหม่ทุกสายทุกสี ทั้งสีเขียวต่อขยาย สีส้ม สีชมพู สีเหลือง และสีน้ำเงินต่อขยาย รัศมีใกล้สถานีรถไฟฟ้า จะทยอยพัฒนาไปเรื่อย ๆ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 5-6 ปีกว่าจะครบตามเป้าหมาย 25 โครงการ เพราะต้องรอรถไฟฟ้าสร้างเสร็จเปิดใช้บริการ”

 

ปีหน้าขึ้นเดอะไลน์พหลโยธิน

 

นางสาววรางคณากล่าวอีกว่า สำหรับแผนการลงทุนในปี 2562 คาดว่าจะพัฒนาโครงการเดอะไลน์ พหลโยธิน พาร์ค เป็นคอนโดฯในแนวรถสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ติดกับคอนโดฯแอ็บสแตร็กส์ ที่ซื้ออาคารเก่าของแนเชอรัลพาร์ค (N-PARK) จำนวน 3 ตึก พื้นที่ 21 ไร่มาพัฒนา ซึ่งเปิดขายตึกแรกไปแล้ว อีก 2 ตึกที่เหลือจะทุบและดีไซน์โครงการใหม่ให้ทันสมัย

 

รวมถึงอาจจะเห็นข้อสรุปความร่วมมือระหว่างแสนสิริกับบีทีเอสจะพัฒนาที่อยู่อาศัยบนที่ดิน 48 ไร่ฝั่งตรงแดนเนรมิตเดิม ซึ่งบีทีเอสร่วมกับ บมจ.แกรนด์ คาแนล แลนด์ (จีแลนด์) สัดส่วน 50:50 จัดตั้ง บจ.เบย์วอเตอร์ ประมูลซื้อที่ดินจากกรมบังคับคดี ที่เคยเป็นที่ตั้งโครงการบางกอกโดม

 

“ทางคุณคีรีได้หารือกับแสนสิริด้วย นำผังที่ดินมาให้ดู คงจะพัฒนาเป็นหลายส่วน เพราะที่ดินแปลงใหญ่ ยังไม่สรุปจะร่วมกันรูปแบบไหน ตอนนี้ที่ดินตรงนี้ยังไม่ได้อยู่ในข้อตกลง 5 ปีที่ร่วมกัน แต่หากมีข้อสรุปชัดเจนจะนำเข้ามาอยู่ในแผนด้วย”

 

ผุดมิกซ์ยูสรับสายสีชมพู

 

นางสาววรางคณากล่าวอีกว่า ส่วนที่ดินในเมืองทองธานีที่แสนสิริกับบีทีเอสไปซื้อนั้น เนื่องจากมองเห็นศักยภาพของทำเล เพราะจะมีขยายแนวรถไฟฟ้าสายสีชมพูเข้าอีก 2 สถานี ขณะนี้กำลังศึกษาการลงทุนหลายโปรดักต์ คาดว่าจะเป็นโครงการขนาดใหญ่ในรูปแบบมิกซ์ยูสรับกับรถไฟฟ้า เนื่องจากที่ดินที่ซื้อมามีขนาดใหญ่ ซึ่งรูปแบบโครงการที่เหมาะสมจะชัดเจนน่าจะใกล้กับที่รถไฟฟ้าสร้างเสร็จ

 

“ตอนนี้เราซื้อเก็บเป็นแลนด์แบงก์ไว้ ซึ้อต่อจากเจ้าของที่ดิน ไม่ได้ซื้อกับบีแลนด์ เป็นบุคคลธรรมดา มูลค่าคาดว่าไม่น่าจะถึง 1,000 ล้านบาท อนาคตที่ดินบริเวณนี้จะมีมูลค่าเพิ่มเมื่อรถไฟฟ้าสร้างเสร็จ”

 

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ดินที่แสนสิริและบีทีเอสซื้อในเมืองทองธานีมีประมาณ 20-30 ไร่ เป็นที่ดินของตลาดมะลิประมาณ 5 ไร่ ที่เหลือเป็นที่ดินข้างเคียง ติดกับสนามฟุตบอลของสยามสปอร์ต ราคาที่ดินเฉลี่ยอยู่ที่ 700,000-100,000 บาท/ตร.ว. ล่าสุดแสนสิริยังเข้าไปซื้อที่ดินตรงถนนผังเมือง เยื้องมาทางสถานีศูนย์วัฒนธรรมเพื่อพัฒนาโครงการร่วมกับบีทีเอส รับกับจุดตัดรถไฟฟ้าสายสีส้มและสายสีน้ำเงิน

 

นายกวิน กาญจนพาสน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ กล่าวว่า การซื้อที่ดินทางแสนสิริจะเป็นผู้ดำเนินการ โดยจะลงทุนคนละ 50:50 ใน 25 โครงการ คิดเป็นมูลค่าที่ดินประมาณ 20,000 ล้านบาท ที่จะซื้อมาพัฒนาโครงการ ขณะนี้ซื้อเก็บไว้หมดแล้วใกล้สถานีรถไฟฟ้า ล่าสุดเป็นที่ดินในเมืองทองธานีจะพัฒนาโครงการรับรถไฟฟ้าสายสีชมพู

 

“ธุรกิจอสังหาฯหลังจากโอนไปอยู่ในยูซิตี้ที่เราถือหุ้นอยู่ 36% นอกจากโปรเจ็กต์ร่วมทุนกับแสนสิริ ยังไม่มีการลงทุนใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน 10 ไร่ติดถนนพหลโยธิน ใกล้กับสถานีบีทีเอสหมอชิต กำลังศึกษารูปแบบโครงการพัฒนาอยู่ แนวโน้มจะพัฒนาเป็นออฟฟิศบิลดิ้ง เพราะยูซิตี้จะเน้นลงทุนอสังหาฯเพื่อให้เช่า บริการ และโรงแรม เป็นหลัก ส่วนอสังหาฯขายขาดจะร่วมกับแสนสิริ”

 

เปิดแนวต่อขยายชมพู-เหลือง

 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับข้อเสนอของบีทีเอสสร้างส่วนต่อขยายสายสีชมพูอีก 2.8 กม. จากสถานีศรีรัช-เมืองทองธานี วงเงิน 3,750 ล้านบาท โดยบีแลนด์ลงทุน 1,250 ล้านบาท และบีทีเอสลงทุน 2,500 ล้านบาท มี 2 สถานี คือ สถานีตั้งอยู่บริเวณอาคารอิมแพ็คชาเลนเจอร์ และสถานีริมทะเลสาบเมืองทองธานี เพื่อรับคนอยู่อาศัย 1.5 แสนคน และผู้เข้า-ออกงานอีเวนต์ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี อีก 15 ล้านคน

 

ขณะที่บีแลนด์มีแผนจะนำที่ดินผืนสุดท้าย 800 ไร่ ในเมืองทองธานีมาพัฒนาต่อยอดธุรกิจ จะปรับผังการพัฒนาที่ดิน 200 ไร่ ติดทะเลสาบใหม่ มีทั้งที่อยู่อาศัย คอมเพล็กซ์และสวนสนุก พร้อมลงทุนสร้างทางเดินเชื่อมสถานีกับพื้นที่ต่าง ๆ ด้วย

 

ขณะที่สายสีเหลืองจะต่อขยายอีก 2.6 กม. จากแยกรัชดาฯ-ลาดพร้าว สร้างบนถนนรัชดาภิเษก ผ่านศาลอาญา เชื่อมสีเขียว (หมอชิต-คูคต) ที่สถานีพหลโยธิน 24 เงินลงทุน 3,000 ล้านบาท มี 2 สถานีที่หน้าจันทรเกษมกับสถานีพหลโยธิน 24 อนาคตที่จะเป็นจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสองสายคือ สีเขียว กับสีเหลือง

 

โดยบริเวณนี้บีทีเอสมีที่ดิน 48 ไร่ ห่างจากสถานี 200 เมตร ตรงข้ามกับแดนเนรมิต จะพัฒนาเป็นคอมเพล็กซ์ 20,000 ล้านบาท รวมถึงจะซื้อที่ดินด้านหลังอาคารจอดรถแล้วสถานีลาดพร้าวสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงโครงการสายสีเหลืองพร้อมกับรับสัทธิบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์และพื้นที่โดยรอบ

 

 

ขอบคุณภาพและข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ

 

https://www.prachachat.net/property/news-169398

 

 

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

LivingStock Application

ค้นหาล่าสุด

ทําเลที่ถูกค้นหามากที่สุด

แสดงทั้งหมด

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA ศูนย์วิจัย คลองตัน

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ เอกมัย พร้อมพงษ์ ประสานมิตร

อ่อนนุช อุดมสุข

อ่อนนุช อุดมสุข พระโขนง บางจาก ปุณณวิถี

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน เสือใหญ่ เสนานิคม วังหิน รัชวิภา บางเขน

นวมินทร์ รามอินทรา

นวมินทร์ รามอินทรา แฟชั่นไอส์แลนด์ วัชรพล สายไหม หทัยราษฎร์ สุขาภิบาล 5

สะพานควาย จตุจักร

สะพานควาย จตุจักร หมอชิต ประดิพัทธ์ อินทามะระ