Review

ก็มนุษย์เงินเดือนมันเสี่ยง

Salaryman Estator 2018-09-26 18:19:02

 

 

ก็มนุษย์เงินเดือนมันเสี่ยง

 

Salaryman Estrator

 

 

พวกเรา เหล่า Salaryman มักจะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันอย่างนึงคือ ไม่ชอบความเสี่ยง และคนส่วนใหญ่ก็ไม่ชอบลงทุน จะลงทุนอะไรก็จะมี แต่คำว่า เดี๋ยวก่อน รอมีเงินก้อน รอศึกษา ดูไปดูมาไม่ทำดีกว่า

 

 

ระมัดระวังเป็นเรื่องดีครับ แต่ผมกำลังจะชี้ให้คุณเห็นมุมมองอีกด้านว่า"มันเสี่ยงที่สุด"  เฮ้ย แอดมินมันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ระมัดระวังเลยเสี่ยงที่สุด? (สำหรับมนุษย์เงินเดือนคนไหนที่ทำธุรกิจอย่างอื่น หรือลงทุนไปด้วย ยินดีด้วยครับ คุณเป็นคนส่วนน้อย) ก่อนที่จะด่าผมไปมากกว่านี้ เรามาลองดูตัวเลขกันดีกว่า สมมุติว่าผมเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ปฏิบัติตามกฎการออม รอสบายตอนเกษียณอย่างเคร่งครัด ผมออมเงินทุกเดือน 3,000 บาทในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บริษัทผู้น่ารักของเราก็สมทบให้อีก 3,000 บาท เจ๋งไปเลย! รวมแล้วทุกเดือนมีเงินเก็บ 6,000 บาท

 

 

ไม่ใช่แค่นั้นเงินเราโตได้ เงินต่อเงิน ดอกเบี้ยทบต้น กูรูบอกมา เงินของผมนั้นอยู่ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ได้กำไรทุกปี 5% ใสๆ สมมุติว่าผมเวลาทำงานอีก 30 ปี เต็มๆ และเป็นคนดีเก็บเงินได้ต่อเนื่องทุกเดือนไม่เคยขาด คุณคิดว่า ณ วันที่เกษียณ ผมจะมีเงินเก็บเท่าไหร่?  คำนวณตามรูปเลยครับ ผมจะมีเงินในมือ 5 ล้านครับ!!! Millionaire บังเกิด คุณคงเห็นละว่า  "นี่ไงแอด! ทำแค่นี้ก็รวยแล้ว ไง ไม่เห็นต้องไปลงทุนอะไรให้เสี่ยงเลย เก็บแบบชัวร์ๆ ดีกว่า"

 

 

เสี่ยงครับ... สมมุติฐาน มันเสี่ยง

 

 

เสี่ยง 1 ---> คุณกำลังวางแผนของชีวิต โดยตั้งสมมุติฐานว่า กองทุนที่คุณไปลงทุนไว้มันต้องกำไร 5% อย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจจะจริงหรือไม่จริงก็ได้ ไม่มีอะไรการันตีเลย

 

เสี่ยง 2 ---> อีกสมมุติฐานในที่นี้ ที่โคตรเสี่ยง คุณจะสามารถทำงานได้ต่อเนื่องถึง 30 ปี ผมคงไม่ต้องบอก คุณก็คงเดาได้ว่าสมมุติฐานข้อนี้ มีสิทธิไม่เป็นจริงสูงมากในโลกยุคใหม่

 

เสี่ยง 3 ---> ยังไม่พอ คุณกำลังคิดว่า บริษัทผู้น่ารักจะสมทบเงินให้คุณเท่าตัวตลอด 30 ปี . แต่มันเป็นกฎหมายนะแอด . อย่าลืมนะครับ 30 ปี เนี่ย นานพอที่กฎหมายจะเปลี่ยนได้ เพราะถ้าวันนึง เทคโนโลยีก้าวไปอีก แรงงานคนอาจไม่มีใครอยากจ้าง รัฐบางต้องหาทางลดค่าใช้จ่ายในการจ้างคนของบริษัท เพื่อจูงใจให้จ้างคนมากขึ้น

 

 

ความเสี่ยงทั้ง 3 ข้อข้างบน "ไม่ใช่สิ่งที่คุณควบคุมได้เลย" เรากำลังเอาแผนชีวิตไปผูกกับสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้รึเปล่า? คำถามถัดมาคือ แล้วถ้าผมโลกสวยหละ สมมุติว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผน เก็บเงินได้ 5 ล้านจริงๆ แล้วจะเป็นยังไงต่อ? ต้องถามว่าค่าใช้จ่ายต่อเดือน 20,000 บาท แต่อีก 30 ปีข้างหน้าคุณคิดว่าของจะแพงขึ้นกี่ % คิดแบบง่ายๆ ปีละ 3% 30 ปี 90% แปลว่า 20,000 บาทวันนี้ มีค่าเท่ากับ 38,000 บาทในอนาคต พอถึงวันนั้นคุณจะมีค่าใช้จ่ายต่อเดือน 38,000 นะครับ! ไม่ใช่ 20,000 ยังไม่ได้คิดว่าถ้าป่วย จะเจอค่าหมอไปอีกมันไม่พอครับ! ถ้าไม่หลอกตัวเองคุณจะรู้ว่ามันไม่พอ นี่หละเสี่ยงมาก! ไม่พอแน่นอน

 

อย่าคิดว่า "ไม่เป็นไร ถึงวันเกษียณ ก็ค่อยเอาเงินไปลงทุนต่อยอดให้งอกเงยสิ" การลงทุนมันคือทักษะ ที่ต้องใช้ประสบการณ์จริง ถ้าคุณไม่เคยลงทุนอะไรมาก่อนเลย แล้วเอาเงินก้อนเกษียณมาลงทุน search google เลยครับ มีเพื่อนร่วมชะตากรรมเพียบ แล้วทำไงดี? เก็บเงินต่อไปนั่นหละ (อ้าว ไหนว่าไม่พอ) ใช่ครับ มันเสี่ยง ไม่ควรเป็นแผนการหลักของชีวิต แต่มันเป็นแผนการเสริมได้นี่นา และถ้ารู้ว่ามันไม่พอ คุณยิ่งต้องเก็บให้ได้มากขึ้น นอกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คุณควรจะเก็บให้ได้เงินก้อนสำรองไว้กับตัวด้วย

 

 

ลงทุนอะไรดี?

 

คำถามโลกแตก แต่ถ้าคุณยังมีถามคำถามนี้ แสดงว่าคุณต้องศึกษาด้วยตัวเองเพิ่มอีก แล้วคุณจะเข้าใจว่าการลงทุนคือกระบวนการ ไม่ใช่หาคำตอบ ศึกษาแนวคิดและกระบวนการจากคนอื่นได้ แต่คุณควรบอกตัวคุณเองให้ได้ว่าลงทุนอะไรดี คนที่ลงทุนอะไรแล้วประสบความสำเร็จ ไม่เคยคิดตั้งคำถามว่าจะลงทุนอะไรดี แต่เค้าจะลงทุนต่อยอดจากสิ่งที่ตัวเองเชี่ยวชาญและเก่งที่สุด ความเชี่ยวชาญก็ไม่ได้กันมาง่ายๆ ต้องใช้เวลาและความอดทนทำงานหนักมากกว่าคนอื่น ประเภทที่ว่าคุณต้องยอมเสียสละความสุขส่วนตัวไปหลายอย่าง เพื่อแลกมันมา

 

 

ดังนั้นวันนี้ถ้าคุณยังตั้งคำถามว่า จะลงทุนอะไรดี แสดงว่าคุณยังไม่เก่งอะไรเลยซักอย่าง ลงทุนไปก็เจ๊งครับ

 

ผมแค่อยากจะชี้ให้คุณเห็นถึงความเสี่ยง และมันเป็นความเสี่ยงที่คุณควบคุมไม่ได้ผมเข้าใจครับว่าเรื่องนี้มันยังดูเหมือนไกลตัวเลยเอาไว้ก่อน ยังไม่อยากจะไปสนใจมัน แต่ผมมองว่ามันเป็นเรื่องใกล้ตัว และเป็นปัญหาที่กำลังจะมาถึงแน่ๆ

เขียนความคิดเห็น
บทความล่าสุด