Invest

ปัญหาจากการ “กู้ร่วม” คิดให้ดีก่อนเป็นหนี้ร่วมกัน

_Mbug99 2022-05-09 18:01:22

การกู้ร่วม ถือเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ที่ต้องผ่านการไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน เรียกว่าเป็นสัญญาใจและความรับผิดชอบที่ผู้กู้จะต้องมีร่วมกัน

 

การกู้ร่วมจะมีผู้กู้ไม่เกิน 3 คน และต้องเป็นคนในครอบครัวนามสกุลเดียวกัน พ่อแม่เดียวกัน หรือคู่สามีภรรยาที่มีหลักฐานคู่ครองชัดเจน ข้อดีของการกู้ร่วมคือช่วยให้การขออนุมัติสินเชื่อในวงเงินสูงสุดผ่านได้ง่าย และเป็นหลักประกันว่าผู้กู้จะสามารถผ่อนชำระได้จนหมดสัญญา ซึ่งเราสามารถเลือกได้ว่าจะใส่ชื่อผู้กู้คนเดียวเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือใส่ชื่อของผู้กู้ร่วมทุกคนให้มีสิทธิ์เท่าๆ กันได้

 

เมื่อมีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย เพราะหลายคนเจอปัญหาผู้กู้ร่วมไม่จ่ายชำระหนี้และปล่อยทิ้งกลางคัน จนภาระมาตกอยู่กับผู้กู้คนอื่นๆ ซึ่งมันก็สร้างปัญหาใหญ่ให้ใครหลายคนจนถึงขั้นบ้านแตกกันมาแล้ว ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจกู้ร่วมเราควรศึกษาข้อดีข้อเสียให้ดีก่อน หากใครยังนึกภาพปัญหาที่จะตามมาไม่ออกลองไปดูตัวอย่างพร้อมสรุปข้อควรระวังเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนยื่นเรื่องกู้ร่วม

 

ตัวอย่าง นาย A และนาง B เป็นพี่น้องที่ตกลงกู้เงินซื้อบ้านร่วมกัน แต่ระหว่างผ่อนชำระ นาย A สร้างหนี้บัตรเครดิตและไม่สามารถจ่ายได้ ทางเจ้าหนี้ได้ส่งหมายบังคับยึดทรัพย์มาให้และตรวจสอบพบว่าทรัพย์สินเดียวที่มีคือบ้านหลังที่กู้ร่วมกับนาง B กรณีนี้ ถ้านาย A ไม่สามารถจ่ายหนี้ และนาง B ไม่สามารถบังคับให้นาย A ชำระหนี้ได้ บ้านหลังที่กู้ร่วมกันก็จะถูกยึดทันทีโดยที่นาง B ไม่สามารถคัดค้านได้ นอกจากจะมีการเจรจาต่อรองกับเจ้าหนี้และธนาคาร

 

1. ความยินยอมที่จะมีภาระร่วมกัน

อย่างที่บอกไปแล้วว่าการกู้ร่วมทำได้เฉพาะกับคนในครอบครัวหรือสามีภรรยาเท่านั้น และถึงแม้จะเป็นคนที่มีความใกล้ชิดสนิทสนม ก็ควรคำนึงถึงความมั่นคงระยะยาวของผู้ร่วมกู้ว่าจะสามารถผ่อนจ่ายไปด้วยกันได้ตลอดหรือไม่และจำนวนเงินที่ต้องจ่ายจะไม่กระทบกับการใช้ชีวิตของผู้ร่วมกู้ เรียกว่าต้องได้รับความยินยอมพร้อมใจจากทั้งสองฝ่าย

 

2. หนี้ที่มีไม่ได้หารเท่ากัน

การกู้ร่วมไม่ได้แปลว่าทุกคนจะหารหนี้เท่าๆ กัน เช่น สามีลงชื่อกู้ร่วมกับภรรยา แต่เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถชำระหนี้ส่วนของตัวเองได้ ผู้กู้ร่วมอีกฝ่ายต้องเป็นผู้รับผิดชอบ หากทรัพย์สินถูกยึดและขายทอดตลาดภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะต้องตกไปเป็นของผู้กู้อีกคน

 

3. ผู้ร่วมกู้มีปัญหาหนี้สินและได้รับหมายบังคับยึดทรัพย์

กรณีผู้กู้ร่วมโดนหมายบังคับยึดทรัพย์ และทรัพย์สินเดียวที่มีคือบ้านที่กู้ร่วมกับเรา รับรองว่าเกิดปัญหาแน่นอนเพราะแม้จะมีชื่อเราเป็นเจ้าของบ้าน แต่ชื่อผู้กู้เป็นของทั้ง 2 ฝ่าย หากอีกฝ่ายโดนยึดทรัพย์นั่นแปลว่าบ้านที่ทำการกู้ร่วมจะโดนยึดไปทันที นี่เป็นหนึ่งตัวอย่างของความไม่พร้อม ถ้าหากไม่มั่นใจในตัวผู้กู้ร่วมอย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจยื่นขออนุมัติเป็นอันขาด

 

4. ขายทอดตลาดได้แล้วก็ยังต้องจ่ายชำระส่วนที่เหลือ

ถ้ามีการขายทอดตลาดบ้านที่โดนยึด จำนวนเงินที่ขายได้ทั้งหมดจะตกเป็นของธนาคารที่เป็นผู้ให้กู้และเมื่อหักลบกับหนี้สินและจำนวนเงินกู้ทั้งหมดแล้ว ยอดที่เหลือเราก็ยังต้องจ่ายชำระให้กับธนาคารจนหมด

 

5. การขายบ้านทิ้งต้องได้รับความยินยอมจากทั้ง 2 ฝ่าย

หากจะขายบ้านจำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากทั้ง 2 ฝ่าย ผู้กู้คนใดคนหนึ่งไม่สามารถขายบ้านได้หากอีกฝ่ายไม่ยอมรับ และเมื่อตกลงว่าจะขายบ้านแล้ว อย่าลืมว่ามีค่าใช้จ่ายที่ตามมาอีกภายหลัง ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียมการโอน ค่าอากรสแตมป์ ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และอื่นๆ

 

ใครที่กำลังตัดสินใจจะกู้ร่วมควรพิจารณาให้ดีก่อน เพราะแม้จะเป็นคนที่ไว้ใจและเชื่อถือได้ แต่ก็อาจเกิดปัญหาการเงินที่ไม่คาดฝันและไม่ตั้งใจ ไม่ว่าจะด้วยอุบัติเหตุ โรคร้าย หรือภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นจนกระทบกับเงินที่ต้องใช้ผ่อนชำระ อย่าลืมว่าผู้กู้ร่วมทุกคนต้องมีความรับผิดชอบร่วมกันนะ

 

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

ค้นหาล่าสุด

ทําเลที่ถูกค้นหามากที่สุด

แสดงทั้งหมด

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ เอกมัย พร้อมพงษ์ ประสานมิตร

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA ดินแดง ศูนย์วิจัย คลองตัน

อ่อนนุช อุดมสุข

อ่อนนุช อุดมสุข พระโขนง บางจาก ปุณณวิถี

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน เสือใหญ่ เสนานิคม วังหิน รัชวิภา บางเขน

พัฒนาการ ศรีนครินทร์

พัฒนาการ ศรีนครินทร์ กรุงเทพกรีฑา สวนหลวง

รัชดา ห้วยขวาง

รัชดาภิเษก ห้วยขวาง สุทธิสาร ศูนย์วัฒนธรรม เหม่งจ๋าย