Pr

‘บมจ. พีซแอนด์ลีฟวิ่ง’ ดีเดย์พร้อมลงสนามเข้าเทรดใน SET

LivingInsider Report 2022-02-08 13:20:49

‘บมจ. พีซแอนด์ลีฟวิ่ง’ หรือ PEACE พร้อมนำหุ้นเข้าเทรดวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้ โดยใช้ชื่อย่อ ‘PEACE’ ในการซื้อหลักทรัพย์ชูพื้นฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง มั่นใจนักลงทุนตอบรับดี หลังยอดจองซื้อหุ้น IPO ล้นหลาม

 

พร้อมปักธงผลการดำเนินงานเติบโต 3 เท่าใน 5 ปีข้างหน้า เดินหน้าระดมทุนต่อยอดธุรกิจ ผุดโครงการอสังหาฯ แนวราบในสองปีนี้กว่า 3 พันล้านบาท รับดีมานด์พฤติกรรมการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง


นายประสพศักดิ์ ศิริโสภณา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีซแอนด์ลีฟวิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ PEACE ผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยแนวราบที่มีประสบการณ์มากว่า 30 ปี เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมพร้อมนำหุ้นเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565

 

โดยใช้ชื่อย่อ ‘PEACE’ และเชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพของบริษัทฯ ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้วิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ที่พร้อมประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เติบโตอย่างต่อเนื่อง และยั่งยืนภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่ดี

 

โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ทั้งลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน คู่ค้า เพื่อให้ทุกๆ ส่วนได้รับประโยชน์ที่ดีอย่างที่ควร ซึ่งสิ่งต่างๆ จะช่วยหลอมรวมให้ PEACE สร้างเสริมการเติบโตในอนาคตอย่างยั่งยืนได้


ทั้งนี้ หลังจากปิดการเสนอขายหุ้น IPO จำนวนทั้งสิ้น 84 หุ้น หรือคิดเป็นไม่เกินร้อยละ 20.00 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังเสนอขายหุ้น IPO ครั้งนี้ ที่ราคาหุ้นละ 3.98 บาท ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนที่ดีเกินกว่าความคาดหมาย

 

ตอกย้ำถึงศักยภาพและความเชื่อมั่นในปัจจัยพื้นฐานของบริษัทฯ รวมถึงสร้างโอกาสการเติบโตในอนาคต เชื่อว่าหุ้น PEACE จะเป็นทั้งหุ้นเติบโต (Growth Stock) และหุ้นปันผล (Dividend Stock) อย่างแน่นอน 

 

โดยหลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ PEACE วางแผนขยายธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวราบชั้นนำของไทย

 

ปัจจุบันบริษัทฯ มีโครงการอยู่ระหว่างพัฒนา 3 โครงการ มูลค่ารวม 3,045 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มเปิดการขายตั้งแต่ไตรมาส 3/65 ประกอบด้วย

1. โครงการ Cherene กรุงเทพกรีฑา – ร่มเกล้า เป็นบ้านเดี่ยว มูลค่าโครงการประมาณ 648 ล้านบาท เป็นโครงการบ้านเดี่ยว Concept “New-gen Modern” ซึ่งมีพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ พร้อม Jogging track และ Bike lane ในสวน ประกอบกับมีทางเข้าติดถนนร่มเกล้า และมีถนน Main runway อันเป็นเอกลักษณ์

 

2. โครงการ CHEREA VICINITY ราชพฤกษ์ – เจษฎาบดินทร์ เป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม 2 ชั้น มูลค่าโครงการประมาณ 1,845 ล้านบาท

 

3. โครงการ Cher ราชพฤกษ์ - พระราม 5 เป็นทาวน์โฮม 2 – 3 ชั้น มูลค่าโครงการประมาณ 552 ล้านบาท ปัจจุบันได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินและวางมัดจำค่าซื้อที่ดินแล้ว อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ไม่ได้จำกัดในการพัฒนาโครงการเฉพาะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเพียงอย่างเดียว และหากมีพื้นที่ในจังหวัดอื่นที่ทำเลมีศักยภาพ และมีความต้องการซื้อเพียงพอ พร้อมที่จะปรับกลยุทธ์การดำเนินงานไปยังทำเลที่มีศักยภาพต่อไปได้


ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PEACE กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทฯ มีเป้าหมายสร้างผลการดำเนินงานให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งภายใน 3 ปีข้างหน้า (2565-2567) คาดมีรายได้ขายเติบโตเป็น 2 เท่าตัว จากฐานรายได้ขายปี 2564 และค่อยๆ เติบโตเพิ่มเป็น 3 เท่าตัว ภายใน 5 ปีข้างหน้า (2565-2569) ถือเป็นการเติบโตตามสภาวะเศรษฐกิจไทยที่ค่อยๆ ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง และเป็นไปตามแนวโน้มเทรนด์อสังหาริมทรัพย์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

 

ภายหลังการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยผู้บริโภคมักการมองหาหรือเลือกที่อยู่อาศัยที่ต้องมาพร้อมความสะดวกสบาย ความปลอดภัยในทุกมิติ ตอบโจทย์การดำเนินชีวิตอย่างครบถ้วน และต้องมีฟังก์ชั่นครอบคลุมการใช้งานในราคาจับต้องได้ (Affordable price) เพื่อให้เหมาะสมกับกำลังซื้อที่มี และป้องกันการเกิดปัญหาขาดสภาพคล่อง 


นายประเสริฐ ตันตยาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย เปิดเผยว่า บมจ.พีซแอนด์ลีฟวิ่ง หรือ PEACE นับเป็นหนึ่งหุ้นอสังหาริมทรัพย์แนวราบขนาดกลางที่พร้อมจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งในอนาคต

 

ด้วยทีมผู้บริหารมืออาชีพที่มีประสบการณ์ในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มายาวนานกว่า 30 ปี และผู้บริหารรุ่นใหม่ที่เข้ามาช่วยพัฒนาแบรนด์ให้แข็งแกร่ง และสร้างการเติบโตแก่ธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว ประกอบกับการทำงานของทีมงานฝ่ายการตลาด และการขายที่มีการสำรวจพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคอย่างสม่ำเสมอ

 

เพื่อให้ฝ่ายบริหารสามารถกำหนดรูปแบบบ้านและรูปแบบโครงการ ตรงกับความต้องการลูกค้าและกำหนดกลยุทธ์ต่างๆ ให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้อยู่ตลอดเวลา สะท้อนความแข็งแกร่งด้านผลการดำเนินงาน โดยตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา PEACE สามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ให้อยู่ที่ระดับ 35-40% และในอนาคตข้างหน้า บริษัทฯ จะสร้างการผลการดำเนินงานทั้งรายได้และกำไรให้เติบโตควบคู่กันไปอีกด้วย 


สำหรับช่วงการจองซื้อหุ้น IPO ที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากนักลงทุนรายย่อยเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นบริษัทฯ ที่มีพื้นฐานทางธุรกิจและการเงินที่แข็งแกร่ง และด้วยศักยภาพในการสร้างความเติบโตในอนาคตอย่างยั่งยืน และมีเป้าหมายก้าวเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวราบชั้นนำของไทย

 

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

ค้นหาล่าสุด

ทําเลที่ถูกค้นหามากที่สุด

แสดงทั้งหมด

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ เอกมัย พร้อมพงษ์ ประสานมิตร

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA ดินแดง ศูนย์วิจัย คลองตัน

อ่อนนุช อุดมสุข

อ่อนนุช อุดมสุข พระโขนง บางจาก ปุณณวิถี

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน เสือใหญ่ เสนานิคม วังหิน รัชวิภา บางเขน

พัฒนาการ ศรีนครินทร์

พัฒนาการ ศรีนครินทร์ กรุงเทพกรีฑา สวนหลวง

รัชดา ห้วยขวาง

รัชดาภิเษก ห้วยขวาง สุทธิสาร ศูนย์วัฒนธรรม เหม่งจ๋าย