LivingInsiderxTrue
REVIEWบางซื่อ วงศ์สว่าง เตาปูน

Reference BAIE River Bangpho ชีวิตติดแม่น้ำ ในแบบที่ไม่ต้องทิ้งความเป็นเมือง เมื่อ Riverside Living มาเจอกับ City Life แต่งครบ เริ่ม 2.89 ล้านบาท*

Nessle2026-10-15 11:23:39
Reference BAIE River Bangpho ชีวิตติดแม่น้ำ ในแบบที่ไม่ต้องทิ้งความเป็นเมือง เมื่อ Riverside Living มาเจอกับ City Life แต่งครบ เริ่ม 2.89 ล้านบาท*

 

อยากได้คอนโด เดินทางสะดวกสบายได้หลากหลายเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็น รถ-ราง-เรือ

อยู่ริมแม่น้ำก็อยากได้ความสงบ

อยู่กับสัตว์เลี้ยง ก็อยากให้เขาได้อยู่ในทุก Lifestyle ของเรา

อ่อ!! อยู่ไทป์เริ่มต้นก็ไม่ติด แต่ต้องคุ้มค่ากับสิ่งที่ได้

 

โจทย์แก้สมการเยอะขนาดนี้ แต่ “Reference BAIE River Bangpho” กลับตอบถูก Complete ครบทุกข้อ ง่ายๆ เหมือนกับ 1+1 = 2 ยังไงอย่างงั้น!!

 

นี่คือ ดีไซน์คอนโดริมแม่น้ำแห่งแรกของ “SC” บนทำเลบางโพ ย่าน Old Town ที่เดินทางเชื่อมต่อเมืองได้ง่ายขึ้นเรื่อยๆ พร้อมวางประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ครบเครื่อง แต่งให้ครบ ในราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท*

 

ไม่พูดเยอะละ ขอเข้าเรื่องเลยดีกว่า เพราะดีเทลของ “Reference BAIE River Bangpho” (เรฟเฟอเรนซ์ เบย์ ริเวอร์ บางโพ) คือตาแตกมาก โดยตัวโครงการอยู่บน ถนนใหญ่ประชาราษฎร์ สาย 1 ย่านบางโพ เชื่อมไปยังถนนสายสำคัญอย่าง ถนนประชาราษฎร์ สาย 2 ถนนสามเสน ถนนพระรามที่ 5 และถนนพระรามที่ 6

 

ซึ่งข้อดีคือจากโครงการมีหลายเส้นทางให้เลือกเข้าเมือง โซนจตุจักร อารีย์ ห้าแยกลาดพร้าว และรัชดาภิเษก ที่ไม่ได้ล็อกอยู่แค่เส้นเดียว ส่วนทางด่วนที่ใกล้โครงการที่สุดคือ ทางด่วนศรีรัช แค่ประมาณ 1.5 กิโลเมตร* จุดขึ้น-ลง อยู่ตรงด่านสะพานพระราม 7

 

หรือถ้าอยากเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะก็ยิ่งง่ายเพราะ MRT สายสีน้ำเงิน สถานีบางโพ อยู่ใกล้โครงการ เพียง 450 เมตร* แถมมี Shuttle Service บริการรับ-ส่ง หรือวันไหนอยากเดินก็ยังอยู่ในระยะที่พอเดินไป-กลับได้ 

 

และถ้านับจาก MRT สถานีบางโพ ก็มีจุดเชื่อมต่อสำคัญหลายแห่ง 1 สถานีถึงเตาปูน Interchange กับ MRT สายสีม่วง 2 สถานีถึงบางซื่อ เชื่อมต่อกับ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ และ 4 สถานีถึงหมอชิต Interchange กับ BTS สายสีเขียว นอกจากนี้ยังอยู่ไม่ไกลจาก ท่าเรือบางโพ ประมาณ 750 เมตร* เพิ่มอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับการเดินทาง

 

และเมื่อการเดินทางไม่ใช่เรื่องต้องคิดเยอะ เรื่อง Lifestyle รอบๆ ก็ยิ่งใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น อยากเดินช้อปหาของกินก็ไป Central Ladprao หรือ Union Mall

 

หรือจะขยับไปย่าน อารีย์ ร้านนั่งชิล คาเฟ่ กินจริงจัง ไปจนถึงแฮงค์เอาท์ เปลี่ยนบรรยากาศก็ไปต่อได้ไม่ยาก แต่ถ้าอยากเดินเล่นซื้อของชิคๆ เก๋ๆ ก็ต้อง ตลาดนัดจตุจักร หรือ ตึกแดงวินเทจ จตุจักร

 

แล้วถ้าวันไหนไม่เข้าเมืองล่ะ ใกล้ๆ ห้องก็ยังมีอะไรให้แวะ Gateway at Bangsue หรือถ้าเน้นซื้อของใช้ของสดเข้าห้องก็ต้อง Lotus’s ประชาชื่น ให้แวะได้สะดวก

 

เรื่องกินนี่ไม่ต้องพูดเยอะเพราะสองข้างทางตลอดแนวถนน รวมถึงตลาดเตาปูน มีของกินเพียบ จะมื้อเล็กมื้อใหญ่ ก็มีตัวเลือกให้แวะเวียน ที่เห็นดังอยู่ช่วงนี้ก็ Gojiro Ramen แต่ที่อยู่คู่ย่านเมืองเก่ามานานเป็นสิบๆ ปีต้องให้ ชวาลินโฮมเมด ไอศกรีม & เค้ก และ อ.ประทิน ไอศกรีม ตลาดเตาปูน เรียกว่าเรื่องกินของย่านนี้ มีทั้งร้านใหม่ๆ และร้านเก่าแก่ที่ยังอยู่คู่ชุมชนมาจนถึงทุกวันนี้

Photo credit by : facebook Gojiro Ramen

Photo credit by : facebook Chawalin homemade icecream&cake

 

ส่วนเรื่อง Workplace ก็มีไม่น้อยเหมือนกันทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น อาคารรัฐสภา, SCG, PTT, BTS Group Holdings, TTB, KBANK, กระทรวงพลังงาน และกระทรวงสาธารณสุข

 

แต่เชื่อไหมว่า มีอีกหนึ่งสถานที่ที่คนเขียนต้องแวะเวียนมาทุกปี นั่นก็คือ รพ.บางโพ เพราะเมื่อตอนเด็กเคยอยู่แถวพระราม 7 ทำให้เวลาเจ็บป่วยหรือมีนัดทำฟันก็จะมารพ.นี้ประจำ จนวันนี้แม้ว่าจะย้ายไปอยู่นนทบุรีแต่ถ้าเกี่ยวกับสุขภาพก็จะกลับมาที่นี่เหมือนเดิม นอกจากนี้ในละแวกใกล้เคียงยังมีโรงพยาบาลอีกหลายแห่งทั้ง รพ.วชิรพยาบาล, รพ.ยันฮี, รพ.วิชัยยุทธ, รพ.รามาธิบดี และ รพ.พญาไท 2

Photo credit by : facebook Bangpo General Hospital

 

ขณะเดียวกันสถาบันชื่อดังก็อยู่รอบๆ เช่น มจพ.พระนครเหนือ, รร.โยธินบูรณะ, Saint Gabriel’s College และ St. Andrews International School Dusit 

 

อีกหนึ่ง Lifestyle ที่ช่วงนี้หลายคนให้ความสำคัญไม่แพ้กันคือ การมีพื้นที่ให้ได้ออกไปขยับร่างกายและพักสมอง ซึ่งย่านนี้จุดที่ใกล้สุดคือ สวนรถไฟ (สวนวชิรเบญจทัศ)

 

และที่น่าสนใจคือภาพของย่านบางโพไม่ได้หยุดอยู่แค่วันนี้ เพราะอนาคตยังมี Mega Projects ที่กำลังเข้ามาเติมความเจริญให้กับพื้นที่อีกหลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็น สถาบันการแพทย์ศิริราชระดับนานาชาติ, สะพานเกียกกาย รวมถึง รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ซึ่งตามแผนจะมี MRT สถานีรัฐสภา อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 750 เมตร*

Photo credit by : facebook Thailand Update

 

จากฉากหลังที่เล่าเรื่อง ไปไหนมาไหนได้บ้าง ทีนี้มาต่อฉากหน้าที่เล่าเรื่อง กลับมาแล้วอยู่ยังไง ณ “เรฟเฟอเรนซ์ เบย์ ริเวอร์ บางโพ” โครงการแรกของ “SC” ดีไซน์คอนโดริมแม่น้ำเจ้าพระยา

 

ที่หยิบเรื่องราวของการเดินทางทางน้ำมาตีความใหม่ ผ่านคอนเซ็ปต์ “Cruise Collection - The Art of Vacation” โดยมี “BAIE” ที่แปลว่า “อ่าว” ในภาษาฝรั่งเศส เป็นหัวใจของแนวคิด เพราะอ่าวคือจุดที่เรือแวะทอดสมอ พักจากการเดินทาง ก่อนออกสู่ทะเลอีกครั้ง จึงกลายเป็นแรงบันดาลใจสู่ Resort-Inspired Design Condo ที่เปรียบโครงการเหมือน “อ่าวส่วนตัว” ให้เราได้กลับมาพัก ชาร์จพลัง และปล่อยชีวิตให้ช้าลง ท่ามกลางบรรยากาศริมแม่น้ำ

 

ตัวโครงการจัดเต็มบนพื้นที่กว่า 13 ไร่ ประกอบด้วย Residential Building 3 อาคาร รวม 1,742 ยูนิต และ Commercial Buildings จำนวน 6 ยูนิต แบ่งออกเป็น

 

Residential Building 3 อาคาร

1. The Riviera 53 ชั้น

2. The Horizon 52 ชั้น (เลี้ยงสัตว์ได้เฉพาะชั้น 6-8)

3. The Panorama 10 ชั้น (เลี้ยงสัตว์ได้ทั้งอาคาร)

 

Commercial Buildings

1. The BAIE Avenue 1 ชั้น

2. The Marina 1 ชั้น

 

สามารถจอดรถได้ถึง 1,117 คัน หรือคิดเป็น 64.12% เรื่องเลี้ยงสัตว์ขึ้นอยู่กับจำนวนห้อง รวมถึงมีค่าแรกเข้า 5,000 บาท และค่าธรรมเนียมรายปีอยู่ที่ 2,000 บาท และค่าส่วนกลาง 65 บาท/ตารางเมตร/เดือน 

 

ซึ่งถ้าดูจากโมเดล จะเห็นว่าโครงการมีการวาง Landscape และ Massing ของอาคาร ค่อนข้างน่าสนใจ โดยจัดวางอาคารสูง 2 อาคาร ไว้ด้านหลัง ในลักษณะขนาบพื้นที่ตรงกลางและเปิดมุมมองออกจากกัน แทนที่จะวางตึกสูงเรียงชิดจนเกิดความรู้สึกทึบ ส่วนด้านหน้าจะเป็นอาคาร The Panorama ที่วางคั่นอยู่ตรงกลาง พร้อมพื้นที่ส่วนกลางที่แทรกอยู่ระหว่างอาคาร ทำให้ภาพรวมของโครงการ มีทั้งมิติของพื้นที่สีเขียว ช่องว่าง และมุมมอง ไม่ได้มีแต่ Mass ของอาคารสูงเต็มพื้นที่

 

การวางผังแบบนี้จึงช่วยให้แต่ละส่วนของโครงการดูมี Space ของตัวเอง และทำให้บรรยากาศโดยรวมมีความเป็น Resort-Inspired มากขึ้น เหมือนค่อยๆ ไล่ระดับจากพื้นที่ด้านหน้า ผ่าน Landscape และ Low-Rise ก่อนเข้าสู่ Residential Towers

 

แต่ถ้าจะให้เห็น Mood & Tone ของโครงการชัดขึ้นกว่านั้น ต้องบอกว่า Sales Gallery เล่นใหญ่จัดเต็มมากกก! เดินเข้ามาปุ๊บคือรู้เลยว่าไม่ได้มาเล่นๆ เพราะเขาไม่ได้ทำแค่พื้นที่ให้เข้ามาชมห้อง แต่เหมือนยกบรรยากาศของ Cruise Collection - The Art of Vacation มาให้สัมผัสกันตั้งแต่ก้าวแรก 

 

 

ทั้งงานดีไซน์ วัสดุ แสง สี และการจัดพื้นที่ ทำให้ฟีลโดยรวมออกมาเหมือนกำลังเดินเข้า Resort ริมน้ำ แถมยังเปิดมุมมองให้เห็น แม่น้ำเจ้าพระยา อยู่ด้านหน้า มากกว่าจะเป็น Sales Gallery ทั่วไป และตรงนี้แหละที่ทำให้เริ่มเห็นภาพว่า ถ้าคอนเซ็ปต์ “อ่าวส่วนตัว” กลายมาเป็นพื้นที่อยู่อาศัยจริงๆ แล้วจะออกมาเป็นประมาณไหน

 

อีกเรื่องที่เห็นแล้วรู้เลยว่าโครงการตั้งใจจัดเต็มคือ ส่วนกลาง เพราะให้ Facilities มาเกือบ 40 รายการ บนพื้นที่ขนาดใหญ่ เยอะจนต้องค่อยๆ ไล่ดูกันทีละโซนเลยทีเดียว

 

โดยหลักๆ จะอยู่ที่อาคาร The Panorama และกระจายไปยังอีก 2 อาคาร ซึ่งไฮไลท์เด่นสะดุดตาต้องยกให้ สระว่ายน้ำ จัดมาให้ถึง 2 ชั้น ทั้ง Wellness Pool ที่ชั้น G รวมถึง Swimming Pool & Jacuzzi, Pool Lounge และ Kids Pool ที่ชั้น 6 บนอาคาร The Panorama

 

นอกจากนี้ยังมีโซน Active รวมกิจกรรมสำหรับสายออกกำลังกายทั้ง Gym, Pilates และ Multi-Sport Court ส่วนใครชอบ Relax เน้นให้ร่างกายได้ผ่อนคลายสบายๆ ได้แก่ Spa & Salon, Onsen, Steam & Cold Room และ Contrast Therapy Room

 

ขยับมาโซน Passive ครบทุกไลฟ์สไตล์ สายนั่งเล่นชิลๆ หรือนั่งทำงานจริงจัง ก็มีให้เลือกทั้ง Lobby (ครบทั้ง 3 อาคาร), Co-Working Space (ครบทั้ง 3 อาคาร), Lounge (The Riviera และ The Horizon), Business Lounge, Sky Lounge และ Tea Lounge 

 

สาย Nature ชอบสวนสีเขียว รับลมธรรมชาติ ชมวิวแม่น้ำ ก็มีกระจายอยู่หลายจุด River Terrace, River Lounge, Wellness Garden, Outdoor Garden และ Roof Garden

 

และแน่นอนว่าเรื่องความสนุกก็ไม่ได้หายไปไหน เพราะยังมีโซน Entertainment เพิ่มสีสันในวันพักผ่อน ไม่ว่าจะเป็น Karaoke, Theatre, Private Dining, Multifunction Studio, Kids Club และ Playground

 

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ที่มองว่าเป็นอีกหนึ่ง Facilities สำคัญอย่าง Nurse Room พร้อมผู้ช่วยพยาบาลคอยดูแลเบื้องต้น

 

และอีกโซนที่น่าจะถูกใจคนมีลูกเป็นน้อนๆ สี่ขา ก็คือ Pet Park จัดสรรพื้นที่มาให้ค่อนข้างใหญ่ ไม่น้อยหน้าโซนอื่นๆ ให้พวกเค้าวิ่งเล่นและปล่อยพลังกันเต็มที่

 

ไม่เพียงแค่ส่วนกลางที่โครงการจัดมาให้ครบครัน ในส่วนของ The BAIE Avenue ได้เพิ่ม Retail ซึ่งจะเข้ามาช่วยเติมเรื่องความสะดวกในชีวิตประจำวันมากขึ้น ที่แน่นอนแล้วคือมี 7-Eleven บริเวณหน้าทางเข้าโครงการ

 

ส่วนพื้นที่ The Marina หรือ Sales Gallery ในปัจจุบัน เมื่อโครงการพัฒนาเสร็จจะเปลี่ยนเป็น Retail เช่นกัน เพียงแต่ต้องรอดูกันอีกทีว่าจะออกมาเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ หรือร้านในรูปแบบไหน แต่ถ้าใครมีโอกาสแวะไปช่วงนี้ ขอแอบกระซิบว่ามี RW Coffee and Wine อยู่ด้วย เครื่องดื่มคือดี ขนมก็อร่อย (แต่ลืมถ่ายรูป กินหมดแล้วเพิ่งนึกได้ แหะๆ) เป็นอีกมุมที่แวะนั่งพักก่อนกลับได้แบบเพลินๆ เลย

 

หลังจากดูภาพรวมของพื้นที่ส่วนกลาง รวมถึง Retail ที่จะเข้ามาเติมสีสันให้กับการใช้ชีวิตกันไปแล้ว ลองกลับเข้ามาดูพื้นที่ของเรากันบ้าง นั่นก็คือ ห้องพักอาศัย ซึ่ง “Reference เบย์ ริเวอร์ บางโพ” ทำออกมาให้มีความหลากหลายทั้งเรื่อง Layout และขนาดพื้นที่ เพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ห้องสำหรับอยู่คนเดียว ไปจนถึงรองรับการอยู่อาศัยแบบครอบครัว

 

จุดเด่นแรกต้องยกให้ Fully Furnished จัดเฟอร์นิเจอร์มาให้ครบ พร้อมเข้าอยู่ได้เลย โดยเลือกใช้เฟอร์ฯและวัสดุ ที่ช่วยเติมบรรยากาศให้ห้องดูอบอุ่นและเป็นสัดส่วนมากขึ้น รวมถึงได้เครื่องปรับอากาศ สวิตช์ไฟอัจฉริยะ และ Digital Door Lock อีกดีเทลที่เห็นได้ชัดคือ Floor to Ceiling ให้มาสูงกว่ามาตรฐานคอนโดทั่วไปอยู่ที่ 2.7 เมตร และถ้าเป็นอาคาร The Panorama ให้ความสูงมาถึง 3 เมตรเลยทีเดียว

 

โดยมีห้องพักอาศัยให้เลือกถึง 7 Type ดังนี้

1. The BAIE Studio ขนาด 23.80 - 27.80 ตารางเมตร

2. The BAIE 1 Bed Retreat ขนาด 34.60 - 35.30 ตารางเมตร

3. The BAIE 1 Bed Exclusive ขนาด 34.00 - 53.20 ตารางเมตร

4. The BAIE 2 Bed Signature ขนาด 47.50 - 53.60 ตารางเมตร

5. The BAIE 2 Bed Suite ขนาด 67.50 - 91.30 ตารางเมตร

6. The BAIE 3 Bed Residence ขนาด 125.10 - 176.00 ตารางเมตร

7. The Riviera Penthouse ขนาด 274.40 ตารางเมตร

 

แต่เพื่อให้เห็นภาพแบบไม่ต้องจินตนาการกันเอง ทางโครงการทำ ห้องตัวอย่างมาให้ถึง 4 ห้อง เดี๋ยวจะค่อยๆ ไล่ดูกันให้ครบเลย

 

The BAIE Studio ขนาด 23.80 ตารางเมตร

ไซส์เริ่มต้น สำหรับคนที่อยากขยับมาอยู่คอนโดดีๆ โดยไม่ต้องใช้งบหนัก เปิดประตูเข้ามาจะเห็นว่าโครงการแต่งมาให้ครบทั้งบิวท์อินชุดครัว ตู้เสื้อผ้า และชั้นวางรองเท้า

 

ตู้ซ้ายมือด้านล่างจะเป็นตู้เก็บรองเท้าเก็บของ ด้านบนเก็บเสื้อผ้า ขณะที่ตู้ฝั่งตรงข้ามเป็นตู้เสื้อผ้าใช้งานต่อเนื่องกันได้พอดี ส่วนตู้ขวามือก็บิวท์ปิดตู้ไฟมาให้เรียบร้อย ทำให้บริเวณทางเดินดูเป็นระเบียบมากขึ้น

 

ติดกันเป็นโซนครัวบิวท์เคาน์เตอร์พร้อมตู้เก็บของด้านบนมาให้พร้อมใช้งาน ด้านหลังเคาน์เตอร์ Backsplash ก็กรุกระจก เพื่อง่ายต่อการเช็ดทำความสะอาด นอกจากนี้ยังได้เครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งเตาไฟฟ้าและ Hob & Hood จากแบรนด์ Teka

 

ห้องน้ำโครงการเลือกวัสดุได้น่ารักมาก อ่างล้างหน้า Custom ฝังกับเคาน์เตอร์เก็บของได้พร้อมกระจกกรอบไม้และชั้นวางของเข้าเซต

 

ส่วนโซนเปียกแยกออกมาเป็นสัดส่วนด้วย ประตูกระจกกั้น ภายในติดตั้งให้ทั้ง Hand Shower & Rain Shower ใช้งานได้ครบเลย

 

ถัดมาเป็นโซนพักผ่อนโครงการก็จัดมาให้ทั้งเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินและลอยตัว ได้ฐานเตียง 5 ฟุต และ Daybed เข้ามุมกระจก ช่วยเพิ่มพื้นที่นั่งเล่นสไตล์มินิมอลให้กับห้อง

 

ฝั่งชั้นวางทีวีก็ได้ดีไซน์น่ารักแบบเดียวกับที่เห็นในห้องตัวอย่างเลย รวมถึงโต๊ะเครื่องแป้ง ที่บิวท์มาให้แบบจัดเต็ม มีพื้นที่ใช้งานและเก็บของได้เป็นสัดส่วน

 

ระเบียงได้ไซส์มาตรฐาน วางเครื่องซักผ้าก็ยังเหลือสเปซใช้งานประมาณหนึ่ง

 

The BAIE 1 Bed Retreat ขนาด 34.60 ตารางเมตร

อัพไซส์ขึ้นมาอีกหนึ่งสเต็ป สำหรับใครที่อยู่คนเดียว อยู่กันเป็นคู่ได้สบายๆ ไซส์นี้ก็ถือว่ากำลังพอเหมาะ จัดสรรฟังก์ชันและสเปซมาให้อย่างลงตัว ได้พื้นที่เพิ่มขึ้นมาประมาณหนึ่งเพื่อให้ใช้ชีวิตได้สบายขึ้น

 

โซนแรกที่เจอเป็นห้องครัวแบบปิด กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ช่วยแยกกลิ่นและพื้นที่ครัวออกจากส่วนอื่นของห้อง แถมยังได้ตู้เก็บรองเท้าและเก็บของสูงตั้งแต่พื้นจรดเพดาน

 

ส่วนเคาน์เตอร์ครัวเป็นทรง I-Shape เพิ่มพื้นที่เตรียมอาหาร และ Layout นี้ย้ายเครื่องซักผ้ามาไว้โซนครัว ทำให้ระเบียงมีพื้นที่เหลือสำหรับใช้งานมากขึ้น

 

ฝั่งห้องน้ำเป็นแบบ Double Access เข้า-ออกได้ทั้งทางห้องครัวและห้องนอน ทำให้ใช้งานได้สะดวก ขณะที่สุขภัณฑ์ต่างๆ ก็จัดมาให้ครบตามที่เห็นในห้องตัวอย่าง

 

ก้าวเข้าสู่ห้องนั่งเล่น ซึ่งเห็นแล้วยอมรับเลยว่าโครงการคิดมาให้เป็นอย่างดี ตั้งแต่ให้โต๊ะกินข้าวขนาด 2 ที่นั่ง จัดวางมาให้พอดีกับพื้นที่

 

ยิ่งมุม Living ได้ทั้งโซฟาโค้งทรง L-Shape พร้อมโต๊ะกลาง และชั้นวางทีวี เรียกว่า Full Option แบบที่ไม่ต้องหาเฟอร์ฯ มาเติม ซึ่งไม่ใช่แค่ใช้งานได้จริงเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยให้บรรยากาศในห้องดูโคซี่และน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะ ขณะเดียวกันโครงการเพิ่มความโปร่งให้กับห้องด้วยช่องแสงขนาดใหญ่ ทั้งหน้าต่างบานกระทุ้งและบานฟิกซ์แบบเข้ามุม ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาได้เต็มที่ 

 

ถัดไปเป็นห้องนอนที่ได้ความไพรเวทและเป็นสัดเป็นส่วนชัดเจนด้วยประตูบานทึบ โดยระเบียงจะอยู่ห้องนี้ซึ่งมีข้อดีคือเวลามีเพื่อนหรือแขกมาหาที่ห้อง จะได้ไม่ต้องเห็นเสื้อผ้าที่ตากอยู่ หรือมุมที่อาจไม่เรียบร้อยของเรา

 

โดยมาพร้อมฐานเตียง 5 ฟุต ซึ่งจากภาพจะเห็นเลยว่ายังมีพื้นที่ให้เดินผ่านไปมาได้อย่างสะดวก

 

อีกโซนที่ส่วนตัวชอบมากคือ Walk-in Closet โครงการบิวท์ตู้เสื้อผ้าไซส์ใหญ่ พร้อมกระจกเงา 2 บาน แถมยังได้โต๊ะเครื่องแป้งและเก้าอี้สตูล ถือเป็นมุมแต่งตัวแบบครบจบในโซนเดียว


 

The BAIE 1 Bed Exclusive ขนาด 45.60 ตารางเมตร

ห้องนี้ก็น่าสนใจ เพราะนอกจากได้พื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้นแล้วยังได้อีกหนึ่งห้องด้วย เหมาะกับคนมีบัดเจ็ทขยับขึ้นมาประมาณหนึ่ง สามารถจัดฟังก์ชันได้ครบ มีทั้งห้องเราและห้องลูก

 

Layout ภาพรวมจะคล้ายกับห้อง 1 Bed ก่อนหน้า แต่ขยับพื้นที่และขนาดบิวท์อินขึ้นมาอีกระดับ ไม่ว่าจะเป็น ตู้เก็บรองเท้า รวมถึงเคาน์เตอร์ครัวและตู้เก็บของด้านบนที่บิวท์ยาวเต็มแนวผนัง

 

ด้าน ห้องน้ำ วางแปลนเป็นแนวยาวต่อเนื่อง แบ่งโซนเปียกและโซนแห้งออกจากกันชัดเจน และยังเข้า-ออก ได้ทั้งสองทางเหมือนเดิม

 

ส่วน ห้องนั่งเล่น จัดฟังก์ชันได้บาลานซ์กับขนาดห้อง โต๊ะกินข้าวขนาด 2 ที่นั่งชิดผนัง แต่ยังเหลือระยะให้เลื่อนเก้าอี้เข้า-ออกได้สะดวก

 

ถัดมาเป็นมุมพักผ่อน ให้โซฟาทรง I-Shape ดีไซน์เก๋ พร้อมโต๊ะกลาง และชั้นวางทีวีฝั่งตรงข้าม โดยยังเหลือสเปซตรงกลางให้เดินผ่านได้แบบสบาย  ไม่รู้สึกว่าทุกอย่างถูกยัดแน่นจนเกินไป

 

ด้านในสุดของห้องเป็นมุม Multi-Purpose ได้กระจกเข้ามุมบานใหญ่ ทำให้แสงธรรมชาติเข้ามาอย่างทั่วถึง ช่วยให้ห้องดูโปร่งโล่ง และกว้างขึ้น จะปรับเป็นห้องทำงาน ห้องไลฟ์ หรือสตูดิโอส่วนตัว ก็จัดฟังก์ชันได้ตามไลฟ์สไตล์

 

ห้องนอนก็ให้ฟีลคล้ายกับห้องก่อนหน้า วางเตียง 5 ฟุต ไว้ด้านในฝั่งระเบียง ซึ่งก็ยังเหลือพื้นที่โล่งโดยรอบ

 

ส่วนมุมแต่งตัวได้โต๊ะเครื่องแป้งและช่องเก็บของ พร้อมตู้เสื้อผ้าบิวท์อินมาให้เต็มผนังสุดเพดานถึงสองฝั่ง เก็บเสื้อผ้าได้เยอะ อยู่กันสองคนยังไงก็พอ

 

 The BAIE 2 Bed Suite ขนาด 84.50 ตารางเมตร

Type นี้สารภาพเลยว่าเห็นแล้วรู้สึกว่าดูแพงมาก เฟอร์นิเจอร์ที่โครงการให้คือจัดเต็มแบบไม่มีกั๊ก และด้วยขนาดห้อง บวกกับขนาดที่กว้างขวางขึ้นอีกหลายระดับ ทำให้รองรับครอบครัวได้สบายๆ แบ่งพื้นที่ให้มีทั้งมุมส่วนตัวและพื้นที่ส่วนรวมได้แบบพอเหมาะ 

 

เปิดประตูปุ๊บเจอ Common Area ขนาดใหญ่ปั๊บ คอนเน็ก 3 โซนเข้าไว้ด้วยกันตั้งแต่ Kitchen ขวามือเป็นตู้เก็บรองเท้า เก็บของชิ้นเล็กชิ้นใหญ่ได้หมด แต่ที่ชอบคือให้กระจกเต็มตัวมาด้วย ไว้เช็กความเรียบร้อยก่อนออกจากห้อง

 

ฝั่งเคาน์เตอร์ครัวเป็น U-Shape คือเป็นได้ทั้งพื้นที่เตรียมอาหาร และไว้นั่งกินมื้อเช้าเล็กๆ ได้ในตัว ส่วนตู้เก็บของด้านบนเองก็บิวท์มาเต็มพื้นที่ 

 

เชื่อมต่อไปยังโซน Living & Dining Area ฝั่งหนึ่งเป็นมุมนั่งเล่นดูทีวี วางโซฟา L-Shape เข้าคู่กับโต๊ะกลางทรงสี่เหลี่ยม และชั้นวางทีวี ใช้งานได้จริงแบบไม่ต้องหาเฟอร์ฯ มาเติม

 

ด้านหลังเป็นมุมนั่งกินข้าว โครงการจัดโต๊ะขนาด 4 ที่นั่งมาให้เรียบร้อย แต่ถึงจะวางเต็มชุดแล้ว ก็ยังเหลือพื้นที่รอบๆ อีกพอสมควร ไม่ได้รู้สึกว่าแน่นหรืออึดอัด

 

ส่วนระเบียงได้เป็นแนวยาว จะวางของใช้จำเป็น หรือจัดเป็นมุมตกแต่งเล็กๆ หรือจะแบ่งพื้นที่ทำทั้งสองอย่างก็ได้เหมือนกัน

 

เดินไปตามโถงทางเดิน ขวามือเป็นห้องน้ำ จัดสุขภัณฑ์มาให้ครบพร้อมใช้งาน ติดกันทางโครงการบิวท์ตู้สำหรับวางเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้า ทำให้ห้องดูไม่รกและเป็นระเบียบ

 

ตรงข้ามคือห้องนอนที่ 2 ให้สเปซมากว้างขวางประมาณหนึ่ง แต่บอกเลยว่าใช้สอยคุ้มทุกตารางเมตร ได้ตู้เสื้อผ้าแถมยังมีชั้นวางของเพิ่มให้อีกด้วย

 

ส่วนที่นอนจัดเป็นฐานเตียง 5 ฟุต เหมาะกับการนอนคนเดียวได้สะดวกสบาย และปลายเตียงยังบิวท์ในส่วนของโต๊ะแต่งหน้ามาให้พร้อมสตู 1 set ทำให้ห้องนี้มีฟังก์ชันครบลงตัว

 

ปิดจบห้องตัวอย่างด้วย Master Bedroom ฝั่งพักผ่อนจะอยู่ริมหน้าต่าง ซึ่งนอกจากจะได้ฐานเตียงขนาด 6 ฟุตแล้ว ยังเติมความพิเศษด้วย Daybed มาให้ด้วย กลายเป็นอีกมุมสำหรับนั่งเล่น อ่านหนังสือ หรือเอนตัวพักผ่อนแบบชิลๆ ได้เลย

 

หันกลับไปคือห้องน้ำและ Walk-in Closet เล่นใหญ่ด้วยตู้เสื้อผ้ายาวเต็มทั้ง 2 ฝั่ง มาพร้อมโต๊ะเครื่องแป้ง แถมยังมีชั้นวางของตรงประตูเพิ่มมาให้อีก เรียกว่ามุมนี้จัดฟังก์ชันมาให้ครบ จบสวยแบบไม่เสียเงินเพิ่ม

 

ห้องน้ำจะได้แบบ Sexy Bathroom นอกจากสุขภัณฑ์มาตรฐาน ก็ยังได้อ่างอาบน้ำ และที่นั่งบริเวณโซนเปียก เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน และทำให้ห้องน้ำดูมีฟังก์ชันมากกว่าเดิม

 

ยกให้ “เรฟเฟอเรนซ์ เบย์ ริเวอร์ บางโพ” เป็นโครงการ Green Flag พลังบวกเชิงบวกสุดๆ และนับเป็นหนึ่งในคอนโดริมแม่น้ำที่น่าอยู่ที่สุดประจำปีไปเลย!! ด้วยราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท* เฉลี่ยทั้งโครงการประมาณ 135,000 บาท จะวิเคราะห์มุมไหนยังไงคอนโดนี้ก็มี Value ให้หยิบมาคุยได้ทุกจุด

 

ตั้งแต่เป็นโครงการใหม่บนทำเลกรุงเทพฯ ชั้นในอย่างบางโพ ใกล้ MRT ใกล้แหล่งไลฟ์สไตล์ ใกล้แหล่งงาน ใกล้โรงพยาบาล และใกล้โรงเรียน คือมีแต่คำว่าใกล้เต็มไปหมด แต่พ้อยท์หลักอยู่ตรงที่ติดแม่น้ำ และเลี้ยงสัตว์ได้ รวมถึง Facilities ซึ่งให้มาเกือบ 40 รายการ บนพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่
บวกกับอีกประเด็นที่ส่วนตัวชอบมากอย่างการขายแบบ Fully Furnished เฟอร์นิเจอร์ที่ให้มาแต่ละชิ้น ดูรู้เลยว่าเลือกมาแบบตั้งใจ ทั้งวัสดุคุณภาพ และดีไซน์ที่ดูดีแบบมีรสนิยม พอเอามารวมกันแล้ว ห้องก็ดูมีคาแรกเตอร์ชัดขึ้นมา ทั้งหมดที่เล่ามาในราคาเริ่มต้นไม่ถึง 3 ล้านบาท* ต้องบอกว่าราคานี้แทบจะหาไม่ได้แล้ว

 

นี่แหละจึงเป็นการเปิดโอกาสให้กลุ่มคนที่มีรายได้ในแต่ละช่วงวัย สามารถเข้าถึงโครงการที่เปี่ยมไปด้วยศักยภาพ และได้สัมผัสกับการอยู่อาศัยที่ให้มากกว่าราคาที่จ่ายไป แต่ใครเล็ง Type 1 Bed กับ Studio น่าจะต้องรีบหน่อยนะ มีแววว่าอาจจะ Sold Out ไวแน่นอน!!

 

คลิกลงทะเบียนเพื่อเข้าเยี่ยมชมห้องตัวอย่าง และรับสิทธิพิเศษ ที่นี่ >> https://m.scasset.com/10Jaa

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

โทร : 1749

แผนที่โครงการ : https://maps.app.goo.gl/c3BBD19rzRH7Up668

Line : @referencecondo หรือ https://lin.ee/9A8Dt6k

 

Nessle
Nessleอัปเดตล่าสุด 2026-10-15

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<

เพิ่มเพื่อน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

ประกาศที่เกี่ยวข้อง