News

เบรกสิทธิซื้อบ้าน-ถือครองที่ดิน ดับฝันดึงดีมานด์ต่างชาติกระตุ้นอสังหาฯ

LivingInsider Report 2022-01-24 10:46:39

หลังจาก ศบศ. เบรกมาตรการหนุนต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์คอนโด-เช่าบ้าน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ ประเมินกระทบนโยบายดึงต่างชาติพำนักระยะยาวชะงัก! เหตุขาดแรงจูงใจในการซื้อ/เช่าอสังหาฯ ในเมืองไทย

 

วานนี้ (21 ม.ค.) ผลจากการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากโควิด-19 (ศบศ.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธาน มีมติตีกลับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน โดยการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงเข้าประเทศไทย

 

ในส่วนของสิทธิประโยชน์ด้านอสังหาริมทรัพย์ 3 ข้อได้แก่  

1. การถือครองกรรมสิทธิ์ห้องชุดในอัตราส่วนมากกว่าร้อยละ 49 ของเนื้อที่ห้องชุด โดยกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย เสนอให้คงสัดส่วนการถือครองที่ร้อยละ 4 ทั้งนี้เนื่องจากปัจจุบันยังมีห้องชุด "คงเหลือ" ที่ต่างชาติสามารถถือครองได้

 

2. การขยายระยะเวลาในการให้สิทธิชาวต่างชาติเช่าบ้านจัดสรรจากเดิม 30 ปี เป็น 50 ปีนั้น ไม่สามารถดำเนินการผ่าน พ.ร.บ. การเช่าที่ดินเพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2552 ได้ เนื่องจาก "ไม่มี" บทบัญญัติในเรื่องการเช่าที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

 

3. การให้สิทธิชาวต่างชาติในการถือครองที่ดินเพื่ออยู่อาศัยไม่เกิน 1 ไร่

 

โดยทั้ง 3 ข้อดังกล่าว นายอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โต้แย้งว่าเงื่อนไขเดิมเหมาะสมอยู่แล้ว และหากเสนอเรื่องนี้จะกลายเป็นประเด็นโจมตีทางการเมืองได้

 

"วิชัย วิรัตกพันธ์ " ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) กล่าวว่า ตามนโยบาย รองนายกรัฐมนตรี (นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์) ได้ให้นโยบายไว้ในปี 2564 ที่ผ่านมา ว่าต้องการดึงชาวต่างชาติมาพำนักระยะยาว (Long Stay)

 

ฉะนั้นการที่ยังคงให้การถือครองกรรมสิทธิ์ห้องชุดในอัตราส่วน 49% ของห้องชุดทั้งหมดเหมือนเดิม ไม่เพิ่มขึ้น ในข้อแรก จึง "ไม่มี" ผลกระทบมากในกรุงเทพฯ แต่ในบางพื้นที่ เช่น ภูเก็ต ที่มีดีมานด์ของชาวต่างชาติมากกว่า 49% ทำให้ทุกอย่างติดขัดเหมือนเดิม ทำให้กลับไปใช้วิธีเดิมก็คือ เป็น "ลิสโฮลด์" เช่าระยะยาว 30 ปี ต่อ 30 ปี  

 

ส่วนข้อสอง คือการไม่ขยายระยะเวลาในการให้สิทธิชาวต่างชาติเช่าบ้านจัดสรรจากเดิม 30 ปี เป็น 50 ปี ตรงนี้จะมีผลให้ต่างชาติ "ขาด" ความเชื่อมั่นในการที่ต่างชาติจะมาลงทุนระยะยาวในประเทศไทยเพราะเป็นข้อจำกัด เนื่องจากต่างชาติต้องการเช่าระยะยาวแต่ทำไม่ได้  

 

ส่วนข้อสาม การให้สิทธิชาวต่างชาติในการถือครองที่ดินเพื่ออยู่อาศัยไม่เกิน 1 ไร่ ต้องยอมรับว่า เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่โดนโจมตีเยอะ แต่ตามที่เสนอไปคือให้ถือครองในพื้นที่ของโครงการจัดสรร เพราะฉะนั้นเป็นจุดหนึ่งที่สามารถควบคุมการถือครองกรรมสิทธิ์ได้ดี 

 

แต่หากไม่ได้รับการอนุมัติ ชาวต่างชาติก็คงจะใช้วิธีเดิมก็คือ ไปเช่าระยะยาว 30 ปี ก็กลับไปที่ข้อ 2 หรือกลับไปที่ข้อ 1 ก็คือไปหาซื้อคอนโด 49% ที่ยังมีอยู่ กลับไปทำทุกอย่างเหมือนเดิม ซึ่งหากเป็นเช่นนี้จะไม่สนับสนุนต่อนโยบายที่ต้องการดึงชาวต่างชาติมาพำนักระยะยาว (Long Stay) เพราะ "ขาด" แรงจูงใจในเรื่องของการถือครองอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

 

ขอบคุณภาพและข่าวจาก กรุงเทพธุรกิจ

https://www.bangkokbiznews.com/business/983978

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

ค้นหาล่าสุด

ทําเลที่ถูกค้นหามากที่สุด

แสดงทั้งหมด

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ เอกมัย พร้อมพงษ์ ประสานมิตร

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA ดินแดง ศูนย์วิจัย คลองตัน

อ่อนนุช อุดมสุข

อ่อนนุช อุดมสุข พระโขนง บางจาก ปุณณวิถี

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน เสือใหญ่ เสนานิคม วังหิน รัชวิภา บางเขน

พัฒนาการ ศรีนครินทร์

พัฒนาการ ศรีนครินทร์ กรุงเทพกรีฑา สวนหลวง

รัชดา ห้วยขวาง

รัชดาภิเษก ห้วยขวาง สุทธิสาร ศูนย์วัฒนธรรม เหม่งจ๋าย