News

จับคู่ออฟฟิศบิลดิ้ง-เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ เด้งรับดีมานด์ลูกค้าต่างชาติมั่งคั่ง

LivingInsider Report 2021-09-29 13:48:39

มติคณะรัฐมนตรี 14 กันยายน 2564 ปลุกความเชื่อมั่นภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้ระดับหนึ่ง ด้วยการจัดแพ็กเกจดึงดูดกำลังซื้อลูกค้าต่างชาติมั่งคั่ง 4 กลุ่มหลัก จำนวน 1 ล้านคน แผนดำเนินการปี 2565-2569 นำมาสู่ความคาดหวังว่าจะเป็นตัวช่วยพลิกฟื้นภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้กระชุ่มกระชวยขึ้นมาได้

 

ตัวช่วยระบายสต๊อกบ้าน-คอนโดฯ

“ภัทรชัย ทวีวงศ์” ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส ประเทศไทย จำกัด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า มติ ครม.ดังกล่าวเป็นการเตรียมความพร้อมในการฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลายลง ซึ่งมีความจำเป็นต้องมีมาตรการกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพื่อบรรเทาผลกระทบและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน แรงงาน และภาคธุรกิจ

 

สาระสำคัญของมาตรการแบ่งเป็น 2 เรื่องหลัก คือ การออกวีซ่าผู้พำนักระยะยาว (long-term resident visa) กับการแก้ไขกฎหมาย หรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อดึงดูดชาวต่างชาติ หากมาตรการดังกล่าวเป็นรูปธรรมจะเป็นปัจจัยบวกต่อภาคอสังหาฯในประเทศไทย ทั้งในส่วนของตลาดที่อยู่อาศัยและตลาดอื่น ๆ

 

ในภาพรวม จะเป็นตัวช่วยระบายสต๊อกคงค้างที่มีจำนวนมากในตลาดคอนโดมิเนียม และกระตุ้นนักลงทุนต่างชาติให้มีความสนใจในตลาดแนวราบมากขึ้น ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑลและต่างจังหวัดที่เป็นเมืองท่องเที่ยว


เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ขานรับ

ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย มองว่า ขณะเดียวกันยังมีอสังหาฯประเภทเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์และออฟฟิศบิลดิ้งที่ได้รับอานิสงส์โดยตรงด้วย โดยดีมานด์หลักของตลาดเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ในกรุงเทพฯ มีชาวต่างชาติที่ทำงานในกรุงเทพฯ ณ ไตรมาส 2/64 จำนวน 80,793 คน ที่มีใบอนุญาตทำงาน (work permitted)

 

ภายใต้สถานการณ์โควิด ผู้ประกอบการเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์พยายามหันมาเพิ่มสัดส่วนลูกค้าผู้เข้าพักระยะสั้นเพิ่มขึ้น จากปกติจะโฟกัสกลุ่มลูกค้าหลักเป็นผู้เช่าห้องพักระยะยาว ดังนั้น จึงถือว่าเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์มีการปรับตัวรับมือได้ดีกว่าอสังหาฯอื่น ๆ ในภาคบริการ เทียบกับธุรกิจโรงแรมที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากจำนวนนักท่องเที่ยวหดตัวอย่างรุนแรง

 

ถึงแม้จะพบว่ามีเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์หลายแห่งเลือกปิดกิจการชั่วคราว เพื่อรอให้ตลาดปรับตัวดีขึ้น และรอคอยโอกาสกลับมาเปิดดำเนินกิจการได้อีกครั้ง

 

ปรับโมเดลดึงลูกค้าเช่าสั้น-ยาว

ทั้งนี้ ฐานลูกค้าหลัก นักลงทุนชาวต่างชาติ พบว่ามีดีมานด์จำนวนมากหาโอกาสการลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะนักลงทุนและนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย สัดส่วน 25% ตามมาด้วยประเทศในทวีปเอเชีย ทั้งจีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน มาเลเซีย รวมถึงประเทศในทวีปยุโรป

 

สำหรับอัตราการเช่าเฉลี่ยของเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ในกรุงเทพฯ ณ ไตรมาส 2/64 อยู่ที่ 75.42% ลดลงจากไตรมาส 2/63 มากกว่า -20.08% จากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจซึ่งถูกซ้ำเติมจากสถานการณ์โควิด และส่งผลกระทบในเชิงลบต่อดีมานด์พักอาศัยทั้งระยะยาวและระยะสั้น

 

อย่างไรก็ตาม รูปแบบตลาดให้เช่าระยะยาว บริษัทส่วนใหญ่ทำสัญญาเช่ารายปีให้กับพนักงานชาวต่างชาติ ส่งผลให้อัตราการเช่าเฉลี่ยในทุกพื้นที่ของกรุงเทพฯเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก เมื่อเทียบกับธุรกิจโรงแรม

 

“เทรนด์เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์จะมีการผสมผสานระหว่างแขกที่เข้าพักระยะยาวกับระยะสั้น ซึ่งโรคระบาดโควิดทำให้เห็นถึงความสำคัญของการปรับตัวด้วยการเจาะตลาดที่หลากหลายมากขึ้น และจะเห็นว่าเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์บางแห่งเท่านั้นที่มีความยืดหยุ่นมากพอที่จะเข้าถึงตลาดทั้ง 2 กลุ่มได้

 

ออฟฟิศบิลดิ้งประคองลูกค้า

นอกจากธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์แล้ว มติ ครม. 14 กันยายน 2564 อาจส่งผลดีต่อตลาดอาคารสำนักงานให้เช่าหรือออฟฟิศบิลดิ้ง โดยสถิติ ณ สิ้นไตรมาส 2/64 พื้นที่สำนักงานทั้งหมดในกรุงเทพฯถูกใช้ไปแล้ว 8.538 ล้านตารางเมตร ส่งผลให้อัตราการเช่าโดยรวมอยู่ที่ 93.8% เหมือนกับภาพรวมตลาดในช่วงไตรมาส 1/64

 

อย่างไรก็ตาม อัตราการเช่าในหลายพื้นที่ปรับตัวลดลง ส่งผลให้ผู้พัฒนาหลายรายมีการแข่งขันปรับลดค่าเช่าลง ซึ่งไม่สามารถปรับราคาได้เหมือนในสถานการณ์ปกติเพื่อรักษาลูกค้าไว้ และต้องการดึงความสนใจของผู้เช่ามาเติมเต็มในพื้นที่ที่ว่างลง โดยผู้เช่าที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดโควิดยังคงมีแนวโน้มในการขอปรับลดขนาดพื้นที่เช่า หรือขอลดค่าเช่าชั่วคราว

 

ธุรกิจโลกใหม่อุ้มพื้นที่สำนักงาน

ในขณะเดียวกัน มีบางธุรกิจ เช่น อีคอมเมิร์ซ โลจิสติกส์ และโคเวิร์กกิ้งสเปซ ยังคงทำรายได้มากขึ้นจนขยายกิจการและขอเช่าพื้นที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูล ณ ไตรมาส 2/64 ดีมานด์การเช่าออฟฟิศบิลดิ้งที่เป็นลูกค้าใหม่ ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มธุรกิจอีคอมเมิร์ซ สถาบันการเงิน บริษัทผู้ให้บริการสำรองห้องพักออนไลน์ ธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกผลิตภัณฑ์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

 

และพบว่า หลายบริษัทมีความต้องการย้ายพื้นที่และปรับปรุงพื้นที่เช่าให้ทันสมัย เน้นการลดขนาดลง หรือบางรายมีความประสงค์ที่จะย้ายอาคารสำนักงานใหม่ในราคาที่ถูกลงในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายในปัจจุบันและอนาคตระยะใกล้ เนื่องจากมองว่าภาพรวมเศรษฐกิจยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัว

 

“ภัทรชัย” สรุปตอนท้ายว่า มติคณะรัฐมนตรีดึงดูดลูกค้าต่างชาติมั่งคั่งจะเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่จะดึงกลุ่มที่ต้องการทำงานจากประเทศไทย (work-from-Thailand professional) กลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ (high-skilled professional) เข้ามาในประเทศ ซึ่งจะเกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้น

 

“ตลาดออฟฟิศกำลังเผชิญกับความท้าทายจากการมีซัพพลายที่จะทยอยก่อสร้างแล้วเสร็จในช่วง 2-3 ปีหน้าอีก 1 ล้านตารางเมตร ซึ่งมาตรการดึงต่างชาติมั่งคั่งจะเป็นการส่งเสริมให้มีความต้องการใช้พื้นที่สำนักงานในกรุงเทพฯเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมากในอนาคต”

 

 

ขอบคุณภาพและข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ

https://www.prachachat.net/property/news-767641

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

LivingStock Application

ค้นหาล่าสุด

ทําเลที่ถูกค้นหามากที่สุด

แสดงทั้งหมด

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA ดินแดง ศูนย์วิจัย คลองตัน

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ เอกมัย พร้อมพงษ์ ประสานมิตร

อ่อนนุช อุดมสุข

อ่อนนุช อุดมสุข พระโขนง บางจาก ปุณณวิถี

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน เสือใหญ่ เสนานิคม วังหิน รัชวิภา บางเขน

นวมินทร์ รามอินทรา

นวมินทร์ รามอินทรา วัชรพล สายไหม หทัยราษฎร์ แฟชั่นไอส์แลนด์ สุขาภิบาล 5

สะพานควาย จตุจักร

สะพานควาย จตุจักร หมอชิต ประดิพัทธ์ อินทามะระ