News

5 ปีภาษีมรดก จิ๊บจ๊อยหลักร้อยล้าน

LivingInsider Report 2021-09-24 14:21:47

นับจากวันที่ 1 ก.พ. 2559 ที่ พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 มีผลบังคับใช้ อีกไม่กี่เดือนการจัดเก็บภาษีมรดกในประเทศไทยจะครบ 5 ปี

 

มาดูกันว่าผลการจัดเก็บภาษีมรดกที่ผลักดันมานาน ผ่านรัฐบาลหลายยุคสมัย เป็นหนึ่งในกฎหมายไม่กี่ฉบับที่แท้งแล้วแท้งอีก สุดท้ายร่างกฎหมายภาษีมรดกที่ผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ประกาศใช้เป็นกฎหมายในยุครัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อปี 2558 ถูกนำมาบังคับใช้จริงแล้วผลในทางปฏิบัติเป็นอย่างไร

 

หลังไส้ในถูกปรับเปลี่ยนแก้ไขใน สนช.ที่ส่วนใหญ่เป็นคนระดับบน ข้าราชการระดับสูง ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร ตัวแทนจากภาคธุรกิจ ฯลฯ มีที่ดิน ทรัพย์สินในมือหลักร้อยล้านพันล้านบาท จนทำให้ร่างกฎหมายที่ดูดีในช่วงตั้งไข่กลายพันธุ์ไปเยอะ

 

ตะแกรงร่อนถูกถ่างให้กว้างขึ้น เศรษฐี นายทุนจำนวนไม่น้อยหลุดรอดไม่อยู่ในข่ายต้องเสียภาษีมรดก ทั้งยังสามารถใช้แท็กติก วิธีการในการบริหารจัดการอีกสารพัดในการหลบเลี่ยง

 

โดยเฉพาะการปรับแก้บทบัญญัติจากเดิมที่กำหนดให้ผู้รับมรดกมีหน้าที่ต้องเสียภาษีในส่วนที่มีมูลค่าเกินจาก 50 ล้านบาท อัตราร้อยละ 10 เป็นให้เสียภาษีมรดกส่วนที่มีมูลค่าเกิน 100 ล้านบาทขึ้นไป

 

ถามว่ากฎหมายที่ออกมาตอบโจทย์ วัตถุประสงค์ เป้าหมาย จากเดิมที่มุ่งเน้น 3 หลักการสำคัญคือ 1.ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางด้านรายได้ของประชาชน 2.เพื่อสร้างความเป็นธรรมในสังคม และ 3.เพื่อสร้างรายได้เข้ารัฐ ได้มากน้อยแค่ไหน

 

ยอดจัดเก็บรายได้จากภาษีมรดกตั้งแต่ปีแรกปี 2560 จนถึงล่าสุดปี 2563 ที่ผ่านมา น่าจะเป็นคำตอบชัดเจน

 

ไม่ต่างจากการผลักดันจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่เจอแรงต้านโดยใช้เกษตรกร คนชั้นกลางซึ่งได้รับผลกระทบจากการถูกจัดเก็บภาษีด้วยบังหน้า ทำให้ร่างกฎหมายภาษีที่ดินฯ ถูกยำใหญ่พอ ๆ กับภาษีมรดก แถมเจอวิบากกรรมวิกฤตเศรษฐกิจ และสถานการณ์โควิด-19 น่าจะยังอีกนานกว่ารัฐจะมีรายได้จากภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

 

มาดูกันว่าในส่วนของภาษีมรดกนั้น หลังกฎหมายมีผลบังคับใช้เกือบ 5 ปี แต่ละปีสร้างรายได้เข้ารัฐมากน้อยแค่ไหน

 

ข้อมูลจากกรมสรรพากรระบุว่า ปี 2560 มียอดจัดเก็บรายได้จากภาษีมรดกเป็นปีแรก 65.075 ล้านบาท จากนั้นปี 2561 จัดเก็บได้ 219.195 ล้านบาท ปี 2562 จัดเก็บได้ 450.606 ล้านบาท และล่าสุด ปี 2563 ที่ผ่านมาจัดเก็บภาษีมรดกได้รวม 158.941 ล้านบาท สร้างรายได้เข้ารัฐเกือบอันดับสุดท้ายเมื่อเทียบกับภาษี หรือรายได้อื่น ๆ

 

จู่ ๆ หยิบยกประเด็นภาษีมรดกขึ้นทบทวนความจำก็เพราะโควิด-19 กับวิกฤตเศรษฐกิจทำให้ประเทศไทย คนไทยเผชิญมรสุมลูกใหญ่ ล่าสุด 20 ก.ย.ที่ประชุมคณะกรรมการวินัยการเงินการคลังของรัฐ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมเป็นประธาน เห็นชอบให้ขยายเพดานหนี้สาธารณะเพิ่ม จากเดิมต้องไม่เกิน 60% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เป็นไม่เกิน 70% ของ GDP ให้รัฐบาลก่อหนี้ กู้เงินเพิ่มแก้วิกฤตประเทศ

 

หลายฝ่ายประสานเสียงรับ แต่เสนอให้รัฐหารายได้เพิ่มด้วยการรื้อโครงสร้างหรือขยายภาษี อย่างภาษีทรัพย์สิน ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ฯลฯ

 

คิดได้แต่ทำได้จริงหรือไม่เป็นอีกเรื่อง อย่างภาษีมรดกกว่าผลักดันออกกฎหมายสำเร็จ เหมือนเป็นผลงานชิ้นโบแดง แต่ใครเห็นรายได้จากภาษีมรดกแต่ละปีแล้วต้องส่ายหน้า เพราะยอดจัดเก็บต่ำกว่ารายได้ขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หลาย ๆ แห่งตั้งเยอะ

 

 

ขอบคุณภาพและข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ

https://www.prachachat.net/columns/news-765862

 

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

LivingStock Application

ค้นหาล่าสุด

ทําเลที่ถูกค้นหามากที่สุด

แสดงทั้งหมด

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA ดินแดง ศูนย์วิจัย คลองตัน

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ เอกมัย พร้อมพงษ์ ประสานมิตร

อ่อนนุช อุดมสุข

อ่อนนุช อุดมสุข พระโขนง บางจาก ปุณณวิถี

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน เสือใหญ่ เสนานิคม วังหิน รัชวิภา บางเขน

นวมินทร์ รามอินทรา

นวมินทร์ รามอินทรา วัชรพล สายไหม หทัยราษฎร์ แฟชั่นไอส์แลนด์ สุขาภิบาล 5

สะพานควาย จตุจักร

สะพานควาย จตุจักร หมอชิต ประดิพัทธ์ อินทามะระ