News

ถอดบทเรียน ปิด-เปิดแคมป์ก่อสร้างระเบิดเวลา คนงานไทยขาดแคลน-ผู้ติดเชื้อซ้ำ

LivingInsider Report 2021-08-30 12:43:53

เปิดแคมป์ก่อสร้างหมาด ๆ ได้เวลาถอดบทเรียนจากบิ๊กธุรกิจ ล่าสุด สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหอการค้าไทย จัดสัมมนาออนไลน์ “กรณีศึกษาการทำ Bubble and Seal และการจัดการ Camp & Site ก่อสร้างในช่วง COVID-19” เมื่อเร็ว ๆ นี้

 

โต้โผใหญ่ “ปิยะดิษฐ์ อัศวศิริสุข” กรรมการหอการค้าไทย กับ “อธิป พีชานนท์” รองประธานกรรมการ สภาหอฯ ร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

 

ประสบการณ์ตรงแคมป์ ITD

วิทยากรรับเชิญคนแรก “ประคิน อรุโณทอง” รองประธานบริหาร สายงานธุรกิจก่อสร้างระบบขนส่งมวลชน บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD กล่าวว่า โควิดแพร่ระบาดโดยไม่มีวันหยุด เราก็คงต้องทำงานหนักเช่นกันเพื่อแก้ปัญหา

 

หลายคนอาจสงสัยว่าการทำงานในพื้นที่เปิดของรถไฟฟ้า เนื่องจากไซต์ก่อสร้างอยู่ตามถนนสาธารณะ จะทำ bubble and seal ได้อย่างไร และจะคอนโทรลแคมป์ได้อย่างไร

 

หนังตัวอย่างจากไซต์ก่อสร้าง “โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตะวันออก) สัญญาที่ 3 ช่วงหัวหมาก-คลองบ้านม้า” สัญญาก่อสร้าง 66 เดือน เริ่มทำปี 2560 กำหนดแล้วเสร็จตุลาคม 2565 ณ 31 กรกฎาคม 2564 ก่อสร้างคืบหน้า 82.29%

 

มีไซต์ก่อสร้างอุโมงค์ใต้ดิน คนงาน 1,300-1,500 คน พักอยู่ในแคมป์ซอยรามคำแหง 127 จุดกึ่งกลางของพื้นที่ก่อสร้าง บนพื้นที่ 11 ไร่ แบ่งแคมป์โซนที่พักคนงานก่อสร้าง วิศวกร โฟร์แมนควบคุมงาน มีการแยกโซนแรงงานต่างด้าวกับแรงงานไทย โดยมีอาคาร 26 หลัง ห้องพัก 831 ห้อง รับได้สูงสุด 1,200 คน

 

ทั้งนี้ เนื่องจากงานก่อสร้างคืบหน้าไปมาก ก่อนมาตรการปิดแคมป์ในเดือนกรกฎาคม 2564 เหลือคนงาน 1,066 คน ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเข็ม 1 สัดส่วน 77% 821 คน อัพเดตล่าสุด ณ 19 สิงหาคม 2564 ฉีดแล้ว 97%

 

นิวนอร์มอลแคมป์คนงาน

ในการบริหารจัดการแคมป์ที่ผ่านมา มีหลายฝ่ายที่มาตรวจแคมป์คนงานแนะนำว่า กรณีพบผู้ป่วยควรหาทางแยกออกจากพื้นที่แคมป์ จึงได้สร้างแคมป์ควอรันทีนสำหรับผู้ป่วยพักคอยเพิ่มเติม (ดูกราฟิกประกอบ)

 

การวางผังมีการจัดการพื้นที่แยก “กรีนโซน-เยลโลว์โซน” เมื่อพบมีผู้ป่วยจะสอบถามว่าใครเป็นกลุ่มเสี่ยง จากนั้นเราให้เข้าพักในเยลโลว์โซน

 

“ในช่วงวิกฤตปัญหาคือมีคนที่ต้องกักตัวเยอะ ก็สร้างโซนกักตัวโดยสร้างสมมุติฐานว่าคนในกลุ่มนี้ต้องไม่ออกไปเดินที่จุดอื่น แต่เราก็ต้องคำนึงว่าเขาไม่ใช่นักโทษ การที่เราขังเขาไว้โดยไม่ให้ออกไปไหนเขาก็มีความอึดอัดเหมือนกัน เราก็ล้อมรั้วเพื่อไม่ให้ดูทึบมากนัก ให้มีอากาศระบายได้ดี”

 

คนงานป่วยโควิดในภาพรวมส่วนใหญ่ไม่ได้ป่วยหนัก สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ทั้งการเข้าห้องน้ำ การทิ้งขยะ การจัดการอาหาร จำกัดการติดต่อกับบุคคลภายนอกให้ได้มากที่สุด

 

มาตรฐานทั่วไปที่หลาย ๆ แคมป์กำลังดำเนินการอยู่คือ มีล็อกเกอร์ไว้ใส่อาหารให้ผู้ป่วยแล้วให้เขาออกมารับเอง จัดที่วัดอุณหภูมิและเจลล้างมือ ผู้ป่วยเทเศษอาหารใส่ถุงนำไปวางไว้และให้คนไปเก็บ

 

เน้นไม่ให้มีการสัมผัสผู้ป่วยโดยตรง จัดจุดล้างมือ ตรวจการเข้า-ออก พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ และประชาสัมพันธ์ข้อมูลโควิด ถือเป็นมาตรฐานทั่วไปที่เป็น new normal ไปแล้ว


“โรงครัว” ตั้งนอกแคมป์

“ประคิน” ฉายภาพว่า พอถูกสั่งล็อกดาวน์แคมป์ก่อสร้าง บริษัทไม่อนุญาตให้พนักงานเดินทางออกต่างจังหวัด มี รปภ.ควบคุมการเข้า-ออก สิ่งแรกที่ทำคือแจกหน้ากากอนามัย เพราะโดยธรรมชาติคนพอมีเวลาว่างจะจับกลุ่มคุยกัน

 

2.ภาระหนักมีคน 1,066 คน ต้องบริหารจัดการอาหาร 3 มื้อทุกวัน ตอนแรกหน่วยงานรัฐสนับสนุนในระดับหนึ่ง หลัก ๆ บริษัทต้องช่วยเหลือตัวเอง พฤติกรรมคนงานจะหุงข้าวเองแล้วออกไปซื้อกับข้าวข้างนอก บริษัทแจกข้าวสาร โจทย์อยู่ที่กับข้าวจะทำยังไง

 

ข้อแนะนำคือ การตั้งโรงครัวข้างในจะยุ่งยากในแง่ของวัตถุดิบที่ต้องมีการนำเข้า-นำออกเยอะ ทำให้มีโอกาสรวมตัวของคนและมีการแพร่เชื้อได้ ควรตั้งโรงครัวไว้ข้างนอก ให้พนักงานเข้าไปช่วยจัดเป็นแกงถุงแล้วแจก โดยคำนึงเรื่อง social distancing

 

ปิดแคมป์-ยอดติดเชื้อพุ่ง

“ก่อนเราจะถูกสั่งปิดแคมป์ก่อสร้างมีผู้ติดเชื้อไม่มากนัก แต่พอปิดแคมป์พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ช่วงนั้นเราก็คิดหนักว่าได้ทำอะไรผิดพลาดไปหรือเปล่า พฤติกรรมคนงานกรณีพบผู้ป่วย 1 คนอาจทำงานกับทีม 7-8 คน กลุ่มเสี่ยงเท่ากับ 1 : 7 พอปิดแคมป์อาจเหลือแค่ 1 : 1 หมายถึงผู้ป่วย 1 คน ผู้พักร่วมกันอีก 1 คน น่าจะแค่ 1 : 2 แต่ไม่ใช่ เพราะผู้ติดเชื้อสูงขึ้น เราก็มาวิเคราะห์ว่าเกิดจากอะไรบ้าง ก็พบว่ามีหลายคนที่ไม่แสดงอาการแล้วป่วย”

 

วิธีการแบบเดิมแก้ปัญหาไม่ได้แล้ว ทำอย่างไรให้พบผู้ป่วยได้เร็วที่สุด ผู้ป่วยกว่าจะแสดงอาการใช้เวลา 7 วัน ก็ดูว่าผู้ป่วยพักอยู่ในโซนไหนบ้าง ซึ่งแรงงานต่างด้าวบริหารจัดการได้ยากพอสมควร

 

เขาไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่ เราต้องประสานงานกับโรงพยาบาลใกล้ชิด เมื่อไหร่ที่เราพบผู้ป่วยจะได้ส่งตัวเข้ารับการรักษาได้ทันท่วงที

 

มีการยกระดับเต็มรูปแบบทีมซัพพอร์ตที่คอยแจกอาหารด้านใน+ทีมทำความสะอาด เพราะมี 10-15 คนติดเชื้อ แต่ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด จึงให้ใส่ชุด PPE แต่เจอปัญหาชุดขาดแคลน มีเงินก็หาซื้อไม่ได้ ต้องซื้อจาก จ.ระยอง รถทุกคันที่ส่งอาหารหรือรับผู้ป่วยทำความสะอาดทุกครั้ง

 

รู้ลึก Bubble and Seal

ทั้งนี้ การปิดแคมป์คนงานมองว่าสามารถตรวจเชิงรุกได้ดีกว่า จึงตัดสินใจทำการตรวจ rapid antigen test 7 ครั้งตั้งแต่มีการปิดแคมป์ จากครั้งแรกช่วงต้นเดือนกรกฎาคมตรวจ 72 คน มีผู้ติดเชื้อ 16 คน หรือ 22.22% ครั้งที่ 5-7 ก่อนเปิดแคมป์คนงาน 969 คน มีผลเป็นลบทั้งหมด (ไม่ติดเชื้อ)

 

จากข้อมูลที่เก็บรวบรวมพบว่า ถึงแม้จะฉีดวัคซีนแล้วต้องเรียนตรง ๆ ว่าไม่ได้ช่วยให้ไม่ติดเชื้อ โดย 70% ที่ฉีดวัคซีนแล้วติดเชื้อ แต่ที่ช่วยได้ดีคืออาการไม่รุนแรงและหายป่วยเร็วขึ้นเฉลี่ย 10-11 วัน

 

ไฮไลต์อยู่ที่ Lessons Learned เกี่ยวกับ Bubble and Seal

“ตอนแรกผมเข้าใจผิดเกี่ยวกับการทำ bubble and seal นึกภาพเราเป็นแคมป์ใหญ่ ก็ทำเป็น bubble ใหญ่แล้วก็ seal ไว้ พอเราศึกษาลึก ๆ แล้วการจะทำ bubble and seal ต้องพยายามแตกให้เป็น bubble ให้มากที่สุดในการทำงาน”

 

โดยไซต์ก่อสร้างนั้น 1.สภาพหน้างานแบ่ง bubble ออกเป็นกลุ่มย่อย ๆ ตามลักษณะงาน 65 bubble 2.ในแคมป์ทำยังไงหาทางไม่ให้คนมา cross function ด้วยการจัดคนในแคมป์ให้พักตาม bubble ของการทำงาน ให้อยู่ด้วยกัน

 

3.ที่สำคัญต้องมีการตรวจสอบภูมิคุ้มกันโรคในแต่ละ bubble โดยดูว่าแต่ละกลุ่มมีอัตราส่วนผู้ได้รับวัคซีนหรือติดเชื้อแล้วหายต่อจำนวนพนักงานทั้งหมด ถ้ามีอัตราส่วนสูง 70% ขึ้นไป

 

เท่ากับกลุ่มนี้แข็งแรงแล้ว ให้ไปทำงานสัมพันธ์กับคนอื่นได้บ้าง ส่วนกลุ่มไหนที่ไม่มีคนฉีดวัคซีนเลยเท่ากับเสี่ยงสูงแล้ว ต้องจัดไม่ให้ไปทำงานเกี่ยวพันกับคนอื่นมากนัก

 

ในกลุ่มมีการสื่อสารระหว่างหัวหน้ากลุ่ม bubble กับลูกน้องว่าเรามีมาตรการอะไรเพิ่มเติมบ้าง ใครละเมิดกฎระเบียบมีบทลงโทษอย่างไร

 

รวมถึงประชาสัมพันธ์ข้อมูลโควิดที่มีประโยชน์ และลูกทีมก็ถือโอกาสรายงานหัวหน้าว่าตอนนี้รู้สึกไม่สบาย จะเข้าไปแก้ไขได้ทันท่วงที

 

“คนงานก่อสร้าง” จำเลยสังคม

คำฮิต “seal route” เรื่องการเดินทางมีการจัดระเบียบใหม่เป็น bubble ใคร bubble มัน แถวใครแถวมัน แต่ละ bubble ไม่นั่งรถปะปนกัน อาจยุ่งยากเรื่องการจัดการรถเล็กน้อย อาจต้องวิ่งหลายรอบ ซึ่งของเราทำได้เพราะอยู่ในพื้นที่ไม่ไกลกันมากนัก

 

หรือมีการเพิ่มรถเข้ามา จัดคนไม่ให้แน่น ที่นั่งก็มีฉากกั้นป้องกันไม่ให้คนงานคุยกันระหว่างเดินทาง มีส่วนหนึ่งที่ต้องเดินเท้าเพราะอยู่ไม่ไกลมาก จะมีคนกำกับดูแลไม่ให้ไปแวะตามข้างทาง

 

ในไซต์งานก็สวมหน้ากากอนามัย 100% การตรวจวัดอุณหภูมิสำหรับโควิดสายพันธุ์เดลต้าอาจไม่มีประโยชน์นักกับการป้องกัน แต่เป็นสัญลักษณ์ในการคัดกรอง

 

ที่สำคัญเน้นการตรวจ rapid antigen test ก่อนเริ่มงาน แต่ก็มีข้อถกเถียงว่าจะตรวจซ้ำอีกเมื่อไหร่ ถ้าให้ตรวจทุกสัปดาห์คนงานอาจรับไม่ไหว

 

ส่วนที่เหลือมีการจัดมอร์นิ่งทอล์กสอดแทรกข้อมูลโควิดเข้าไปด้วย การรับประทานอาหารต้องมีฉากกั้น แยกกันทานอาหารไม่รวมกลุ่ม ทำ bubble and seal 1 เดือนยังไม่พบผู้ติดเชื้อ

 

การแพร่กระจายเชื้อตอนนี้ในแคมป์เราควบคุมได้ แต่นอกแคมป์จะทำยังไงไม่ให้แพร่กลับเข้ามา

 

“ฉะนั้นคนงานก่อสร้างที่เป็นจำเลยสังคมมานาน ผมว่าในแง่ของการแก้ปัญหาก็คงต้องร่วมมือกัน การฉีดวัคซีนน่าจะเป็นทางออกที่ดีของทุกฝ่าย หวังว่ารัฐบาลจะเร่งฉีดวัคซีน การตรวจ rapid test ถือเป็นมาตรการเสริม”

 

ไม่ถนัดงานหมอ-ขอคำแนะนำ

“นายช่างนพดล โค้วบุญญะราศี” ผู้จัดการโครงการก่อสร้างอาคารรักษาพยาบาลและฟื้นฟูข้าราชการตำรวจ โรงพยาบาลตำรวจ (ดูกราฟิกประกอบ) กล่าวว่า พื้นที่ก่อสร้างอยู่บนถนนราชดำริใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสราชดำริ แคมป์คนงานห่างออกไป 5 กิโลเมตร อยู่หลังห้าง Show DC พระราม 9

 

ในแคมป์มีอาคาร 9 หลังรองรับ 900 คน ช่วงก่อนล็อกดาวน์มีคนงานพัก 550 คน เป็นคนงานไทยของ ITD 280 คน กับคนงานต่างด้าว 270 คนของผู้รับเหมาช่วง ตรวจรอบแรกมีคนงานติดเชื้อ 185 คน หรือ 33%

 

ในช่วงเดือนเมษายนที่เริ่มโควิดระบาดเข้ามาในแคมป์คนงานก่อสร้าง เรากำหนดมาตรการ 5 ข้อ ได้แก่ 1.ตรวจคัดกรองเชิงรุกเพื่อคัดแยกผู้ติดเชื้อ 100% 2.ลดการสัมผัส 3.การสื่อสารกับพนักงานในมาตรการต่าง ๆ ต้องรวดเร็ว

 

4.การรักษา ขณะนั้นเตียงรักษาพยาบาลเริ่มไม่พอ มีปัญหาแรงงานต่างด้าวที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม ซึ่งจะไม่ได้รับการรักษาตามระบบสาธารณสุข เราก็ต้องรักษาพยาบาล การจัดยา ดูแล

 

5.ขอคำแนะนำ เนื่องจาก ITD เป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ส่วนใหญ่มีวิศวกร สถาปนิก พนักงานบัญชี พนักงานสายช่าง ไม่มีความรู้โรคระบาด ต้องขอคำแนะนำจากสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง การรักษาเราก็ขอคำแนะนำจากแพทย์ที่โรงพยาบาลตำรวจหรือโรงพยาบาลภูมิพลซึ่งเราเคยทำงานร่วมกันมา

 

สารพัดปัญหาขออนุญาตรัฐ

เดือนพฤษภาคมมีการตรวจเชิงรุกครบ 100% แต่การฉีดวัคซีนทำได้ 50% ตามระบบประกันสังคม อีก 50% คนงานต่างด้าวที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม ขณะนั้นรัฐบาลยังไม่มีนโยบายฉีดวัคซีนกับแรงงานต่างด้าว มีการเตรียมพื้นที่กักตัวเป็น 3 หลัง

 

ก่อนปิดแคมป์ 1.อาคารสำหรับกักตัวผู้ติดเชื้อที่รอเตียงเข้ารับการรักษา 2.สีเหลืองเป็นพื้นที่ผู้เสี่ยงสูง ในช่วงแรกยังไม่พบผู้ติดเชื้อ มีแต่ผู้มีความเสี่ยงสูง เราก็ให้พักในโซนสีเหลือง ถ้าตรวจไม่พบเชื้อจะให้เข้าพักในโซนสีเขียวต่อไป

 

ในช่วงปิดแคมป์ การตรวจคัดกรองในสัปดาห์แรกการเข้า-ออกแคมป์ต้องขออนุญาต ติดต่อ กทม.-สำนักงานเขต ได้รับคำตอบว่า กทม.ไม่มีนโยบายเข้ามาตรวจเชิงรุกในแคมป์ก่อสร้าง ถ้าจะตรวจต้องไปที่ 25 จุดตรวจที่รัฐบาลจัดไว้ให้ประชาชน เราต้องพาคนงานเข้าไปตรวจใน 25 จุดนี้ แต่ก็ตรวจได้เพียงคนงานในระบบประกันสังคมเท่านั้น

 

การตรวจมีความล่าช้าเนื่องจากต้องขออนุญาตเคลื่อนย้ายแรงงานทุกครั้ง ต้องไปจองคิวตามจุดต่าง ๆ มีปัญหา เช่น การอนุมัติเคลื่อนย้ายบางครั้งก็ไม่ทัน และไม่ได้รับการตรวจ เพราะการเคลื่อนย้ายไม่ถูกต้อง บางจุดจัดคนเข้าไปตรวจ 30-40 คน ได้ตรวจ 5-10 คน ต้องใช้เวลานานเป็นเดือนซึ่งจะล่าช้าเกินไป

 

ส่วนคนงานในระบบประกันสังคม พบผู้ติดเชื้อ 1 รายตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม ส่งกักตัวในโซนสีแดง ตรวจกลุ่มเสี่ยง 23 คน พบเชื้อ 6 คน ต้องหาวิธีการคัดกรองให้รวดเร็ว

 

ระเบิดเวลาหลังเปิดแคมป์

“นายช่างนพดล” พูดถึงหลังจากเปิดแคมป์ก่อสร้างมีพนักงานใหม่หรือผู้รับเหมาช่วงภายนอก การเข้ามาในแคมป์ทุกครั้งต้องตรวจ rapid test ก่อน ตรวจซ้ำทุก 14 วัน เป็นมาตรการที่วางไว้จนกว่าจะได้รับวัคซีน

 

“จากประสบการณ์ตั้งแต่ช่วงแพร่ระบาดในแคมป์ก่อสร้างจนถึงช่วงเปิดแคมป์ พบว่าการล็อกดาวน์แคมป์ทำให้มีการระบาดของเชื้อได้เร็วขึ้น เนื่องจากพนักงานอยู่หนาแน่นในแคมป์ ในส่วนแรงงานต่างด้าว

 

เนื่องจากเป็นผู้รับเหมาช่วงไม่ยอมเข้าระบบประกันสังคม ต้องตรวจเองด้วยวิธี rapid test และคนงานที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคมก็จะไม่ได้รับการฉีดวัคซีน”

 

โดยผู้ติดเชื้อคนไทยที่ส่งกลับไปรักษาตัวที่ภูมิลำเนาเดิมไม่กลับมาทำงานหรือกลับมาน้อยมาก แรงงานทยอยลาออกเพราะกลัวโควิด ส่วนแรงงานต่างด้าวไม่มีขาดแคลน ยังคงทำงานครบ

 

แต่มีข้อกังวลใจในคนที่ฉีดวัคซีน หรือคนหายป่วย ยังไม่มีข้อมูลจะกลับมาติดเชื้ออีกเมื่อไหร่

 

ถือเป็นระเบิดเวลาที่เป็นปัญหาหลักของไซต์ก่อสร้างในช่วงครึ่งปีหลัง 2564

 

 

ขอบคุณภาพและข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ

https://www.prachachat.net/property/news-747720

 

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

LivingStock Application

ค้นหาล่าสุด

ทําเลที่ถูกค้นหามากที่สุด

แสดงทั้งหมด

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA ดินแดง ศูนย์วิจัย คลองตัน

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ เอกมัย พร้อมพงษ์ ประสานมิตร

อ่อนนุช อุดมสุข

อ่อนนุช อุดมสุข พระโขนง บางจาก ปุณณวิถี

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน เสือใหญ่ เสนานิคม วังหิน รัชวิภา บางเขน

นวมินทร์ รามอินทรา

นวมินทร์ รามอินทรา วัชรพล สายไหม หทัยราษฎร์ แฟชั่นไอส์แลนด์ สุขาภิบาล 5

สะพานควาย จตุจักร

สะพานควาย จตุจักร หมอชิต ประดิพัทธ์ อินทามะระ