News

โควิดกระแทกที่ดินอุตสาหกรรม เทรนด์ปี 2564 การซื้อ-ขายมีอยู่อย่างจำกัด

LivingInsider Report 2021-07-22 13:38:45

วันเสาร์ 17 กรกฎาคม 2564 ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อโควิดทะลุ 10,082 คนเป็นวันแรก รักษาหาย 6,327 คน

 

วันอาทิตย์ 18 กรกฎาคม 2564 ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 11,397 คน รักษาหาย 5,726 คน

 

ก่อนหน้านี้ “เศรษฐา ทวีสิน” บิ๊กบอสแสนสิริสอนวิธีดูสถิติโควิดไว้ว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่หักกลบลบด้วยตัวเลขผู้รักษาหาย ถ้าใกล้เคียงกันถือว่าไม่น่าห่วง แต่ข้อเท็จจริงผู้ติดเชื้อกับอัตรารักษาหายยังห่างกัน 1 เท่าตัว ส่งสัญญาณว่าสถานการณ์โควิดน่าเป็นห่วง

 

ขณะที่เกณฑ์การชี้วัดประเทศเสี่ยง-ไม่เสี่ยงโรคระบาดโควิด วัดกันที่สัดส่วนประชากรติดเชื้อไม่เกิน 75 คนต่อประชากร 1 แสนคน ถือว่าประเทศสอบผ่าน

 

แต่ข้อเท็จจริงประเทศไทยตอนนี้อัตราผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นเป็น 95 คนต่อประชากร 1 แสนคน เป็นสาเหตุที่ทำให้ไทยถูกสอยอันดับจากประเทศไม่เสี่ยงกลายเป็นประเทศเสี่ยงโควิดเมื่อเร็ว ๆ นี้

 

แน่นอนว่าส่งผลกระทบอย่างจังต่อนโยบาย 120 วันเปิดประเทศเพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม

 

และดูเหมือนจะกลายเป็นธรรมเนียมไปแล้วว่า เรื่องสำคัญ ๆ ให้ติดตามได้ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ล่าสุด “พลเอกประยุทธ์” ลงนามคำสั่งฉบับที่ 28 ออกโดยอาศัยอำนาจมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 โดยลงนามวันเสาร์ 17 กรกฎาคม แต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเช้าตรู่ เวลา 07.00 น.ของวันอาทิตย์ 18 กรกฎาคม 2564

 

สาระสำคัญเพิ่มมาตรการล็อกดาวน์ 3 จังหวัดที่เป็นฐานจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมของประเทศประกอบด้วย “ชลบุรี ฉะเชิงเทรา พระนครศรีอยุธยา” จากเดิมที่ประกาศล็อกดาวน์ 10 จังหวัด (กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส)

 

สอดคล้องกับรีพอร์ตสถานการณ์ตลาดที่ดินอุตสาหกรรมในประเทศไทยของไนท์แฟรงก์ฯ ซึ่งสรุปรวบยอดให้เห็นภาพรวมตลาดว่ามีภาวะ “คงที่”

 

“ซัพพลายเชน” โจทย์ลงทุน

โดยผลสำรวจของ “นายมาร์คัส เบอร์เทนชอว์” กรรมการบริหารและหัวหน้าฝ่ายตัวแทนนายหน้า บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด ระบุว่า ซัพพลายเชนการผลิตทั่วโลกเผชิญกับปัญหาครั้งใหญ่ในปี 2563 จากการล็อกดาวน์และการปิดโรงงาน

 

ขณะที่ทั่วโลกพยายามควบคุมโรคระบาด เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าหลายประเทศต้องพึ่งพาฐานการผลิตในประเทศอื่น ๆ อย่างเช่น อินเดีย และจีน สำหรับการผลิตสินค้าที่สำคัญ ส่งผลให้รัฐบาลหลายแห่งประกาศแผนสนับสนุนที่หวังว่าจะช่วยกระตุ้นให้ธุรกิจหันมาผลิตสินค้าใกล้ประเทศของตนมากขึ้น”

 

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้ทำให้การลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้ามาในประเทศไทย เพราะข้อจำกัดด้านการเดินทาง (นโยบายปิดน่านฟ้า) ที่ไม่ใช่แค่ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อการยกเลิกและเลื่อนโครงการการลงทุนจากต่างประเทศที่สำคัญ

 

ทั้งนี้ การย้ายฐานโรงงานจากประเทศหนึ่งไปอีกประเทศหนึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ มี (นักลงทุน) เพียงไม่กี่รายที่กล้าซื้ออสังหาริมทรัพย์โดยไม่สำรวจสถานที่ก่อน โดยทั่วไปแล้วผู้ผลิตมักมีจำนวนซัพพลายเออร์ในระดับที่ซับซ้อน เมื่อย้ายฐานการผลิตจำเป็นต้องสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ใหม่กับซัพพลายเออร์ ซึ่งจำเป็นต้องมีการตรวจสอบด้วยบุคคลหรือการพบปะจัดประชุมแบบเห็นหน้าเห็นตา

 

ดังนั้น ไนท์แฟรงก์ฯจึงไม่คาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI-Foreign Direct Investment) เข้าสู่ประเทศไทยจนกว่าข้อจำกัดการเดินทางทั่วโลกจะคลายตัวลง

 

ปี 2563 ตลาดโรงงาน “คงที่”

รายงานของไนท์แฟรงก์ฯระบุว่า ในไตรมาส 4/63 จีดีพีประเทศไทยลดลง -4.2% เมื่อเทียบปีต่อปี โดยปรับตัวดีขึ้นจากการหดตัว -6.4% ที่บันทึกไว้ในไตรมาส 3/63 สำหรับตลอดทั้งปีเศรษฐกิจไทยหดตัว -6.1% หลังจากขยายตัว 2.3% ในปี 2562

 

ภาคการผลิตของไทยร่วงต่ำลงในช่วงครึ่งปีแรก 2563 แต่ยังคงมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีในช่วงครึ่งปีหลัง ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ปรับลดลงต่ำสุดในรอบ 5 ปี อยู่ที่ 79.52 จุดในเดือนพฤษภาคม กลับฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องอยู่ที่ 97.61 จุดในเดือนธันวาคม 2563 อย่างไรก็ตาม ยังคงต่ำกว่าระดับในเดือนธันวาคม 2562 อยู่ที่ 2%

 

การฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง 2563 แสดงให้เห็นว่าภาคอุตสาหกรรมสามารถปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิดที่ดีขึ้น และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

 

ขณะที่สถิติ FDI ที่ได้รับอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ลดลง 4 ปีติดต่อกัน โดยลดลง -19.2% ปีต่อปี มูลค่ารวมอยู่ที่ 361 พันล้านบาท ส่วนใหญ่อยู่ในหมวดผลิตภัณฑ์โลหะและเครื่องจักร 31% ตามด้วยภาคการบริการ 25%

 

จำนวนโรงงานเปิดใหม่ในประเทศไทยยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยลดลง -17% จากปี 2562 นอกจากนี้ จำนวนโรงงานที่ขยายกิจการก็ลดลง -39% อยู่ที่ 690 แห่ง ในทางกลับกันจำนวนโรงงานหยุดกิจการก็ลดลง -58% อยู่ที่ 716 แห่ง

 

แสดงให้เห็นว่าขนาดของตลาดโรงงานยังค่อนข้างคงที่ เนื่องจากกิจกรรมที่มีอย่างจำกัด ทั้งการขยายตัวและการหดตัว

 

ที่ดินอุตฯสะสม 1.69 แสนไร่

สำหรับซัพพลายที่ดินเพื่ออุตสาหกรรม (SILP) ในปี 2563 เป็นที่ดินพร้อมขายหรือให้เช่าในนิคมอุตสาหกรรม สวนอุตสาหกรรมและเขตอุตสาหกรรมเติบโต 3% จำนวน 4,693 ไร่ ทำให้มีพื้นที่สะสม 169,465 ไร่ เพิ่มขึ้นสูงสุดในช่วง 5 ปี (2559-2563)

 

ขณะที่ในด้านดีมานด์สถานการณ์โควิดทำให้เศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก ในปี 2563 มีที่ดินอุตสาหกรรมเพียง 1,645 ไร่ ถูกขาย/เช่าลดลง -29% จากปี 2562 เปรียบเทียบกับช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เฉลี่ย 2,427 ไร่/ปี

 

เขตอีสเทิร์นซีบอร์ดเติบโตที่สุดในตลาด มีการขาย/เช่าที่ดิน 1,227 ไร่ คิดเป็น 75% ของการทำธุรกรรมในปี 2563

 

อย่างไรก็ตาม ปริมาณธุรกรรมลดลง -30% เพียง 418 ไร่ (ไม่รวมเขต EEC) ที่น่าสนใจเขตภาคเหนือมีการขาย/เช่าที่ดินมากถึง 202 ไร่

 

ในด้านอัตราการครอบครองลดลงเหลือ 79% จากเดิม 81% แบ่งเป็นภาคกลางอยู่ที่ 89% ลดลง -4%, เขตอีสเทิร์นซีบอร์ดลดลง -0.5% อยู่ที่ 78% และภาคเหนือเพิ่มขึ้น 6% เนื่องจากมีฐานอุปทานต่ำและมีการซื้อขายที่ดินค่อนข้างมากในปี 2563

 

ราคา/ไร่แพงขึ้นเย้ยโควิด

ในสถานการณ์โควิดพบว่าราคายังคงปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ราคาขายเฉลี่ยของตลาดเพิ่มขึ้น 5% เป็น 5.3 ล้านบาท/ไร่ เทียบกับช่วง 5 ปี เพิ่มเฉลี่ยปีละ 4%, เขตอีสเทิร์นซีบอร์ดราคาขายเฉลี่ยเพิ่มมากที่สุด 6% อยู่ที่ 6 ล้านบาท/ไร่

 

ขณะที่เขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และเขตภาคกลางเพิ่มขึ้น 5% และ 4% อยู่ที่ 9.4 ล้านบาท และ 4.8 ล้านบาทตามลำดับ

 

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมชะลอตัวในปี 2563 เนื่องจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ที่ยังคงส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกและการชะลอตัวของภาคเศรษฐกิจในประเทศ

 

ความหวังในการฟื้นตัวในช่วงเริ่มแรกหมดไปเมื่อเกิดการระบาดระลอก 3 และเป็นระลอกที่มีความรุนแรงมากที่สุด โดยส่งผลกระทบเชิงลบต่อการใช้จ่ายภายในประเทศและการฟื้นตัวของการเดินทางระหว่างประเทศ

 

ผลกระทบของโควิดต่อภาคผลิตไม่ได้จำกัดอยู่ภายในประเทศ แต่มีผลกระทบต่อคู่ค้าของไทยด้วย ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ขนส่งสินค้าทั่วโลก ซึ่งกิจกรรมทางการค้าถูกจำกัดแม้ว่าการผลิตสินค้าจะเติบโตขึ้นก็ตาม นักลงทุนต่างชาติยังมองว่าการเดินทางเข้ามาในประเทศไทยยังเป็นเรื่องยาก ดังนั้น โครงการลงทุนจำนวนมากจึงถูกระงับไว้

 

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ไนท์แฟรงก์ฯคาดการณ์ว่ากิจกรรมการซื้อขายที่ดินอุตสาหกรรมจะยังคงมีอย่างจำกัดตลอดปี 2564

 

Q1 ต่างชาติแห่ลงทุนการแพทย์

แนวโน้มในระยะกลางและระยะยาว บริษัทจำนวนมากกำลังย้ายหรือขยายฐานการผลิตออกจากประเทศจีนเพื่อลดความเสี่ยงและกระจายซัพพลายเชน การมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี ทำเลที่มีความเป็นศูนย์กลางในภูมิภาค และมาตรการส่งเสริมการลงทุนของ BOI จะทำให้ประเทศไทยมีความน่าดึงดูดยิ่งขึ้นในสายตานักลงทุนต่างชาติ

 

นอกจากนี้ ความต้องการสินค้าด้าน “สุขภาพ-เวชภัณฑ์-บรรจุภัณฑ์อาหาร” จะมีมากขึ้นจนกลายเป็นปัจจัยหลัก เนื่องจากกลุ่มธุรกิจและผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

 

การส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางระหว่างประเทศสำหรับสินค้าและบริการทางการแพทย์ควรได้รับการพิจารณาต่อไป เนื่องจากไทยมีความน่าเชื่อถือด้านสาธารณสุขที่แข็งแกร่งและมีโครงสร้างพื้นฐานอยู่แล้ว ซึ่งปี 2563 สำนักงาน BOI ได้โปรโมตการลงทุนกลุ่มบริษัททางการแพทย์และธุรกิจผลิตเครื่องมือทางการแพทย์

 

นอกจากนี้ ยังเสนอมาตรการจูงใจด้านภาษีแก่บริษัทที่วิจัยเกี่ยวกับอุปกรณ์ทางการแพทย์ในท้องถิ่น สัญญาณต่าง ๆ มีแนวโน้มที่ดีเช่นเดียวกับในไตรมาส 1/64 ที่มีมูลค่าโครงการลงทุนจากต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจทางการแพทย์ที่ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนเพิ่มขึ้น 11,419% ปีต่อปี มูลค่ารวมกว่า 18.4 พันล้านบาท

 

โดยเศรษฐกิจไทยภาคการผลิตและตลาดอสังหาฯเพื่ออุตสาหกรรมยังส่งสัญญาณการเติบโตที่ดี ตัวบ่งชี้ต่าง ๆ อย่างดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) และการส่งออกสินค้าปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการขยายตัวของเศรษฐกิจคู่ค้า

 

 

ขอบคุณภาพและข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ

https://www.prachachat.net/property/news-718357

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

LivingStock Application

ค้นหาล่าสุด

ทําเลที่ถูกค้นหามากที่สุด

แสดงทั้งหมด

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA ศูนย์วิจัย คลองตัน

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ เอกมัย พร้อมพงษ์ ประสานมิตร

อ่อนนุช อุดมสุข

อ่อนนุช อุดมสุข พระโขนง บางจาก ปุณณวิถี

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน เสือใหญ่ เสนานิคม วังหิน รัชวิภา บางเขน

นวมินทร์ รามอินทรา

นวมินทร์ รามอินทรา แฟชั่นไอส์แลนด์ วัชรพล สายไหม หทัยราษฎร์ นิมิตรใหม่ สุขาภิบาล 5

สะพานควาย จตุจักร

สะพานควาย จตุจักร หมอชิต ประดิพัทธ์ อินทามะระ