News

ถกไซต์ก่อสร้างบ้านเดี่ยว-ทาวน์เฮาส์ เสียงสะท้อนมาตรการปิดแคมป์ 1 เดือน

LivingInsider Report 2021-07-07 15:02:04

คำสั่งห้ามทำงานก่อสร้าง 30 วันในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล 6 จังหวัด ประกอบด้วยกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม ภายใต้มาตรการ “ปิดแคมป์คนงานก่อสร้าง” มีผลตั้งแต่ 28 มิถุนายน-27 กรกฎาคม 2564 ในฝั่ง “รัฐบาล-ศบค.-หมอ” บอกว่าเป็นยาแรงแต่ทำแล้ว “เจ็บแต่จบ”

 

วันนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “วรยุทธ กิตติอุดม” ซีอีโอกลุ่ม RK-รุ่งกิจ พร็อพเพอร์ตี้ และอุปนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กับ “วสันต์ เคียงศิริ” ซีอีโอกลุ่มธารารมณ์ ในฐานะนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เพราะสำเหนียกว่าได้ยินเสียง “เจ็บจี๊ด ๆ” จากผู้ประกอบการที่มีไซต์ก่อสร้างบ้านแนวราบกระจายอยู่ในทำเลขอบเมืองกรุงเทพฯและ 5 จังหวัดปริมณฑล

วรยุทธ กิตติอุดม อุปนายก ส.อสังหาริมทรัพย์ไทย“บ้านแนวราบกระทบการส่งมอบช้า เสียโอกาสทั้งคนซื้อ-คนขาย”

 

Q : ผลกระทบปิดแคมป์ 1 เดือน

ถ้าเป็นแบบนี้ความเสียหายก็จะขยายวงกว้างไปเยอะ ธนาคารก็อาจระงับการปล่อยสินเชื่อ เพราะหมดอายุของระยะเวลาการให้วงเงิน ปกติธนาคารอนุมัติสินเชื่อจะให้เวลาไม่เกิน 2 เดือนที่จะต้องโอนกรรมสิทธิ์ให้ลูกค้า แต่คำสั่งหยุดก่อสร้าง 1 เดือนทำให้เบิกเงินสินเชื่อไม่ได้เพราะไม่มีการโอน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ธนาคารก็มีสิทธิ์ไม่อนุมัติสินเชื่อให้กับรายนั้นต่อก็ได้

 

มองในมุมนี้จะทำให้สูญเสียโอกาสไปสำหรับคนที่จะซื้อ แน่นอนว่าคำสั่งปิดแคมป์แบงก์ก็มีโอกาสที่จะเข้าใจ แต่ก็เป็นสิทธิ์ของแบงก์ที่จะอนุมัติหรือไม่อนุมัติก็ได้

 

ถ้าต้องคืนวงเงินสินเชื่อ ก็ต้องมาเริ่มขายใหม่ นับหนึ่งใหม่ เสียโอกาสทั้งการขายการโอน ในขณะที่ดอกเบี้ยก็วิ่งตลอด เรื่องสินเชื่อของลูกค้าก็เป็นปัญหาส่วนหนึ่ง ฝั่งบริษัทมีเรื่องดอกเบี้ยซึ่งเป็นต้นทุนทางการเงินของบริษัทก็ถูกกระทบไปด้วย เพราะยิ่งล่าช้าเข้าไปอีก 1 เดือนทำให้เสียดอกเบี้ยเพิ่มอีกเยอะ

 

Q : การส่งมอบล่าช้า มีวิธีแก้ปัญหายังไง

RK มีไซต์ก่อสร้าง 2 โครงการ เรื่องส่งมอบเรื่องโอนมีทุกเดือนเพราะเป็นบ้านแนวราบ ตอนนี้ต่อให้เราไม่ก่อสร้างแต่ก็ยังมีทุก ๆ โครงการที่ยังต้องมีการเก็บงานส่งมอบบ้าน ทุกโครงการต้องมีคนงานมาเก็บงานสี งานฝ้า งานต่าง ๆ ให้เรียบร้อย ถ้าเราสั่งหยุดหมดเลยแบบนี้ก็ทำให้ไม่สามารถส่งมอบได้ทุกโครงการ เป็นผลกระทบวงกว้างเลย ทั้งเรื่องของแรงงานแคลชโฟลว์ ดอกเบี้ย สินเชื่อ

 

ผมว่าตอนนี้คำสั่งปิดแคมป์อยู่ในช่วงก้ำกึ่ง อยู่ในช่วงเริ่มต้น อยากดูสถานการณ์สัก 3-5 วัน ถ้าภาครัฐผ่อนปรนในบางพื้นที่ ตรวจบางพื้นที่แล้วปรากฏว่าการแพร่ระบาดไม่ขยายวงกว้าง ก็น่าจะรีบผ่อนปรนไปไม่จำเป็นว่าจะต้องใช้ถึง 1 เดือนก็ได้

 

สำหรับผู้รับเหมาคู่สัญญาของ RK มีบางส่วนเริ่มมีแนวโน้มว่าจะขอขยายเวลา คนงานในไซต์ไม่เกิน 30 คน ส่วนใหญ่เป็นของผู้รับเหมาซึ่งทำงานระบบก่อสร้างสำเร็จรูปหรือพรีคาสต์ก็เลยใช้คนไม่เยอะ ก็เลยไม่ได้รับผลกระทบเท่าไหร่เรื่องของการติดเชื้อ แต่ตอนนี้สถานการณ์ถ้าไม่ให้ทำงานเลยจะมีผลกระทบหนักมาก

 

Q : จะหาใครมารันงานแทนคนงานก่อสร้าง

คนงานก็พักอยู่ในแคมป์แต่ทำงานไม่ได้ ถ้าจะหาใครมาทำแทนก็เป็น outsource มาช่วยครับ แต่ต้นทุนจะเพิ่มมาก เพราะแรงงานที่เป็นชุดซ่อมกับชุดสร้างค่าตัวคนละเรตกันอยู่แล้ว เช่น บริษัทที่เป็นชุดซ่อมค่าแรงแพงกว่าเพราะเป็นงานหลังการขาย งานซ่อมงานแก้ปกติค่าแรงสูงกว่าอยู่แล้วเพราะเป็นช่างชำนาญการโดยเฉพาะ เป็นการแก้งานที่ยังอยู่ในช่วงของการรับประกันการก่อสร้างอยู่

 

ค่าแรงเอาต์ซอร์สเฉลี่ยวันละ 800-1,500 บาทต่อคน เทียบกับค่าแรงคนงานก่อสร้างวันละ 300-600 บาท ถ้าเป็นแรงงานต่างด้าว 300 บาทคือคนที่พูดไม่รู้เรื่องเลย พูดและฟังภาษาไทยไม่ได้เลย ไม่มีประสบการณ์อะไรเลย ก็ต้องสอนงานกันเยอะ ในขณะที่แรงงานก่อสร้างที่เป็นคนไทยแทบจะไม่มีเลย

 

ประเด็นแคมป์คนงานก่อสร้างคิดว่าถ้าควบคุมไม่ให้คนงานออกไปไหน ทำบับเบิลแอนด์ซีลซึ่งมาตรการบับเบิลโปรโตคอลก็ดีอยู่แล้ว มีการตรวจสอบต่าง ๆ มีมาตรการต่าง ๆ ชัดเจน มีรายงานอยู่ตลอด ค่อนข้างดีสำหรับไซต์งานที่เป็นแนวราบ หรือมีแคมป์พักอาศัยอยู่ที่เดียวกับไซต์ก่อสร้าง แต่ไม่จำเป็นว่าจะต้องล็อกไม่ให้ทำงาน 30 วัน ผมมองว่ามาตรการเคร่งครัดไปนิดหนึ่ง

 

เพราะฉะนั้น ข้อแนะนำรัฐบาลคือขอให้ดูพื้นที่ที่ไม่มีความเสี่ยง ส่วนใหญ่เป็นไซต์งานเล็ก ๆ มีคนงานไม่เยอะ ขอให้พิจารณาผ่อนคลายคำสั่งหยุดงานก่อสร้าง 1 เดือน มาตรการนี้ไม่จำเป็นว่าจะต้องใช้กับทุกที่ทุกไซต์เพราะไซต์ก่อสร้างบ้านจัดสรรเป็นไซต์ก่อสร้างเล็ก ๆ ไม่มีการพบคลัสเตอร์โควิดจากไซต์เล็กจึงไม่จำเป็นที่จะต้องปิดแคมป์-หยุดก่อสร้าง 1 เดือนไปทั้งหมด

วสันต์ เคียงศิรินายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร“มาตรการปูพรมไปหมด ถ้าต้องทำ OT รัฐจะเยียวยาหรือไม่”

 

Q : ผลกระทบคำสั่งหยุดก่อสร้าง 1 เดือน

กระทบค่อนข้างเยอะทั้งทางตรงและทางอ้อม ถ้าทางตรงคือมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างเยอะ แม้ว่ารัฐบาลจะชดเชยในบางส่วน ซึ่งซัพพอร์ตในตอนนี้เรื่องประกันสังคมชดเชยค่าแรง 50% ไม่เกิน 7,500 บาท แต่การก่อสร้างไม่ได้มีเฉพาะคนงาน บริษัทมีพนักงานอีกหลายระดับ ทั้งซูเปอร์ไวเซอร์ คอนซัลต์ก็ต้องหยุดงาน ซึ่ง 7,500 บาทมันไม่พออยู่แล้ว

 

สำหรับบริษัทค่าใช้จ่ายมีอีกเยอะ ค่าดำเนินการที่มีโอเวอร์เฮด สมมุติมีเครน 1 ตัวค่าเช่าก็วันละเป็นแสนอยู่แล้ว 30 วันตก 3 ล้านบาทก็ไม่ได้มีใครพูดถึงเรื่องนี้ หรือดอกเบี้ยที่ไปกู้แบงก์มันวิ่งตลอด บอกให้หยุดงาน 1 เดือน แต่ดอกเบี้ยไม่ได้หยุดด้วย มีอีกหลายเรื่องที่มีผลกระทบค่อนข้างมากทีเดียว การออกมาตรการแบบนี้อาจจะปูพรมไปนิดหนึ่ง

 

เพราะฉะนั้นตอนนี้กำลังหารือร่วมกันใน 3 สมาคม (สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอาคารชุดไทย สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย) ว่าจะทำข้อเสนอแนะรัฐบาล อย่างน้อยไซต์ที่คนงานพักอยู่ในพื้นที่ก่อสร้างซึ่งเราซีลอยู่แล้ว แต่ถ้าเราซีลแล้วให้คนงานนั่งอยู่เฉย ๆ รัฐบาลต้องมานั่งชดเชย มันดูแปลก ๆ หน่อย

 

สมมุติว่าไซต์นั้นเราดูแล้วไม่มีผู้ติดเชื้อ เราซีลแล้ว เราก็ควรจะให้เขาทำงานต่อไปได้ ถ้าพบผู้ติดเชื้อเมื่อไหร่ค่อยปิดเป็นจุด ๆ ดีกว่า ตอนนี้กลายเป็นว่าไซต์ก่อสร้างรายเล็กรายกลางโดนหมดเลย ในเรื่องของการหยุดยั้งการแพร่ระบาดทุกคนเห็นความสำคัญ เรายินดีให้ความร่วมมืออยู่แล้ว แต่บางอย่างมันอาจไม่ได้ช่วยหยุดยั้ง แต่จะก่อให้เกิดความเสียหายเพิ่มขึ้นโดยที่ไม่จำเป็น

 

Q : มีทหาร-ตำรวจเฝ้าหน้าแคมป์อยู่แล้ว

ใช่ ถ้าในชีวิตประจำวันเขา (คนงาน) ตื่นเช้าไปทำงาน พอตกเย็นก็กลับมาพักซึ่งอยู่ในที่เดียวกัน เราก็เพียงแต่คุมเรื่องการเข้าออก แต่ถ้าให้เขาอยู่เฉย ๆ แล้วไปจ่ายค่าชดเชยให้ บางทีมันอาจจะไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ ผมคิดว่าถ้าเราไม่พบผู้ป่วยก็ปล่อยให้เขาทำงานไป ดีกว่าให้อยู่เฉย ๆ

 

ส่วนแคมป์บ้านพักคนงานที่อยู่ห่างกับไซต์ก่อสร้างเราก็ควบคุมในเรื่องของการเดินทาง ควบคุมไม่ให้คนออกจากสถานที่ก่อสร้าง แล้วก็ไม่ออกจากบ้านพักคนงาน ส่วนการเดินทางประจำวันตอนเช้ากับตอนเย็น เราก็หามาตรการได้ในการควบคุมให้รัดกุม เช่น การใช้รถคันเดียวกันตลอด รถคันนี้จะต้องออกกี่โมงกลับกี่โมง อาจมีเจ้าหน้าที่นำ เพราะไหน ๆ ก็มีเจ้าหน้าที่มาเฝ้าอยู่แล้ว ไม่ให้ลงจากรถ ไม่ให้มีการออกนอกเส้นทาง มีการติด GPS

 

นั่นคือต้องการชี้ให้เห็นว่าเราสามารถที่จะมีมาตรการควบคุมโรคระบาดได้ ถ้าโอเปอเรชั่นนี้ทั้งบ้านพักคนงาน ทั้งสถานที่ เรามีหน่วยคัดกรองที่เข้าไปแล้วไม่พบผู้ติดเชื้อก็น่าจะปล่อยให้เขาทำงานต่อไปได้ เรื่องนี้ผมก็คิดว่าจะลดงบประมาณในการชดเชยด้วย ไม่อย่างนั้นเราจ่ายให้คนมานั่งเฉย ๆ มันไม่ค่อยปกติเท่าไหร่

 

แต่ก็เข้าใจว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อค่อนข้างสูงวันละ 4-5 พันคน เพราะฉะนั้นทุกคนก็คงกลัวเหมือนกัน มาตรการปิดแคมป์เราก็เห็นด้วย แต่จะต้องปรับรายละเอียดในบางส่วนที่ทำอยู่ เพื่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด ที่สำคัญก็คืองบประมาณของภาครัฐด้วย ซึ่งผมคิดว่าเราควรใช้อย่างจำกัด

 

Q : รัฐชดเชยคนงาน 2,000 บาท

ข้อปฏิบัติการปิดแคมป์ทั้งหมดมันเป็นความลำบากยากเย็นทั้งนั้น ในภาพรวมถ้าไซต์ไหนดูแล้วมันปลอดจากผู้ติดเชื้อ และมีมาตรการที่ควบคุมได้น่าจะลองพิจารณาให้ดำเนินกิจกรรมทางด้านก่อสร้างได้ แต่หยุดก่อสร้างเลยสะเทือนเยอะ คนงาน เจ้าของงาน ผู้รับเหมา supply chain ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ

 

ผู้บริโภคก็ได้รับบ้านช้าลง เพราะการปิดไป 1 เดือนไม่ได้หมายความว่าวันที่ 1 ของเดือนถัดไปแล้วเริ่มก่อสร้างได้ บางทีไม่ใช่อย่างนั้น เพราะถ้าคนงานกลับไปหมดแล้วกว่าจะตามกลับมามันไม่เร็วทันที ผมคิดว่ารายละเอียดของมาตรการบางทีทางผู้ที่ดูแลก็เป็นห่วงเรื่องสุขภาพ เราเข้าใจ ทีนี้อาจจะลองพูดคุยกันว่าเราขยับปรับเปลี่ยนตรงไหนได้ไหม ให้ผลกระทบมันน้อยที่สุด โดยที่ priority เป็นเรื่องของการควบคุมการแพร่ระบาดอันดับ 1 อยู่แล้ว

 

Q : ถ้าส่งมอบช้าไป 1 เดือนกระทบตลาดรวมยังไง

บางส่วนอาจจะหายไป บางส่วนอาจจะไม่หายไปเลย แต่มันกลายเป็นการดีเลย์ เพราะฉะนั้นในการดีเลย์จะมีไฟเเนนเชียลคอสต์เข้ามาเกี่ยวข้อง ที่อยู่อาศัยก็ต้องมีสัญญากับลูกค้าว่าต้องเสร็จภายในเดือนนี้ ถ้าไม่เสร็จลูกค้ามีสิทธิ์ปรับหรือคิดดอกเบี้ยได้ ตรงนี้ก็จะมีต้นทุนทางด้านการเงินเพิ่มขึ้นมา หรืออยากจะเร่งงานเพราะเสียเวลาไป 1 เดือน ก็จะมีค่าโอทีเพื่อให้ผู้รับเหมาเร่งงานเพิ่มขึ้น

 

ซึ่งการทำโอเวอร์ไทม์มีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น จะมีผลกระทบไปเรื่อย ๆ มีต้นทุนค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น หรือถ้าไม่เร่งแล้วส่งงานช้าก็จะเกิดความเสียหายอีก ยังไม่รู้ว่าใครจะช่วยเยียวยาได้เพราะไม่มีใครพูดถึงเรื่องพวกนี้

 

เพราะฉะนั้นถึงบอกว่าในเรื่องของการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ (มาตรการปิดแคมป์) มีค่าใช้จ่ายจุกจิกเต็มไปหมดเลย ถ้าปรับที่ต้นเหตุได้ก็จะดีที่สุด เป็นภาระกับรัฐน้อยที่สุด ถ้าเราคิดว่าตรงไหนที่สามารถผ่อนปรนแล้วไม่ก่อให้เกิดการแพร่กระจายของโควิคได้ ผ่อนปรนได้ไหม จะได้ลดภาระเยียวยาของภาครัฐ แล้วก็ลดผลกระทบทางเศรษฐกิจด้วย

 

Q : ธารารมณ์มีกี่ไซต์ก่อสร้าง

มี 8-9 ไซต์ ตอนนี้ก็ต้องหยุดหมดทุกอย่าง การขายบ้านก็มียูนิตที่ต้องทยอยส่งมอบลูกค้าทุกเดือน คำสั่งนี้กระทบทันที ลูกค้าแจ้งซ่อมช่างก็เข้าไปซ่อมแซมไม่ได้ อย่างที่เรียนว่างานก่อสร้างเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ตอนนี้มาตรการปูพรมไปหมด บ้านที่ลูกค้าเข้ามาตรวจมีแค่ 10-15 รายการ เราจะเอาช่าง 1-2 คน 2 คนเข้าไปซ่อมให้เรียบร้อยจะได้ส่งมอบจะได้โอน อย่างนี้ก็ทำไม่ได้ ต้องหยุดหมดเลยตอนนี้เพราะประกาศคำสั่งค่อนข้างกว้างและครอบคลุมหมดทุกเรื่อง

 

ขอบคุณภาพและข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ

https://www.prachachat.net/property/news-704421

 

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

LivingStock Application

ค้นหาล่าสุด

ทําเลที่ถูกค้นหามากที่สุด

แสดงทั้งหมด

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA ศูนย์วิจัย คลองตัน

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ เอกมัย พร้อมพงษ์ ประสานมิตร

อ่อนนุช อุดมสุข

อ่อนนุช อุดมสุข พระโขนง บางจาก ปุณณวิถี

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน เสือใหญ่ เสนานิคม วังหิน รัชวิภา บางเขน

นวมินทร์ รามอินทรา

นวมินทร์ รามอินทรา แฟชั่นไอส์แลนด์ วัชรพล สายไหม หทัยราษฎร์ นิมิตรใหม่ สุขาภิบาล 5

สะพานควาย จตุจักร

สะพานควาย จตุจักร หมอชิต ประดิพัทธ์ อินทามะระ