News

เสวนาแคมป์คนงานก่อสร้าง How To บริหารจัดการอย่างมีส่วนร่วม

LivingInsider Report 2021-06-10 12:05:02

4 มิถุนายน 2564 “TREA-สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย” จัดเสวนาออนไลน์หัวข้อ “มาตรการการจัดการแคมป์แรงงานก่อสร้างในสถานการณ์โควิด-19 อย่างมีส่วนร่วม” ซึ่งเป็นหนึ่งในความพยายามแสวงหาทางออกให้กับปัญหาคลัสเตอร์โควิดจากแคมป์คนงานก่อสร้างที่ยังปะทุไม่หยุดนับตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน

 

ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน

“พรนริศ ชวนไชยสิทธิ์” นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทยตั้งข้อสังเกตว่า แคมป์คนงานก่อสร้างที่ได้มีมาตรการรัฐเป็นไกด์ไลน์ในการควบคุมและป้องกันโควิดแต่ทำไมยังพบผู้ติดเชื้อจำนวนมาก โดยหนึ่งในปัญหาที่พบจากการตรวจแคมป์ก็คือ แรงงานต่างด้าวที่อยู่ในไซต์มีทั้งผู้ที่มีใบอนุญาตทำงานถูกต้องและไม่มีใบอนุญาตทำงาน และปัญหาอื่น ๆ

 

“เวทีเสวนานี้เพื่อเป็นการเข้าใจปัญหาและอยู่ร่วมกัน ไฟกำลังไหม้ไม่ควรโทษว่าเพราะใคร หรือใครเอาเชื้อเพลิงเข้ามา ต้องดักปัญหาให้ได้ก่อนแล้วหลังจากนั้นค่อยมาดูว่าจะจัดการกันอย่างไร”

 

ประเด็นเฉพาะหน้าอยู่ที่กว่าคนงานจะได้ฉีดวัคซีนต้องรอ 1-2 เดือนให้วัคซีนสร้างภูมิคุ้มกัน ทุกไซต์ก่อสร้างจึงต้องดูแลตัวเองให้ดีที่สุด ยื้อเวลาในการติดเชื้อให้นานที่สุด เพื่อไม่ให้เจอปัญหาต้องถูกสั่งปิดไซต์งาน

 

5 จุดตายเสี่ยงติดเชื้อในแคมป์

ถัดมา “พญ.วรรณา หาญเชาว์วรกุล” แพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า การควบคุมโรคโควิด เฟส 3 ไม่ได้มีเป้าหมายแค่หยุดยั้งเชื้อ แต่ชะลอการแพร่เชื้อ ลดการเสียชีวิต ลดผลกระทบจากเศรษฐกิจ ซึ่งทำให้เกิดปัญหาทางสังคมและการฆ่าตัวตายตามมา

 

สำหรับคลัสเตอร์ใหญ่ที่พบการระบาดมากสุดตอนนี้มาจากเรือนจำ ตลาด และสถานประกอบการ โดยผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เป็นส่วนหนึ่งของคลัสเตอร์สถานประกอบการ

 

ทั้งนี้ การติดเชื้อจากแคมป์คนงานผู้ติดเชื้อจะไม่เสียชีวิตทันที แต่จะนำเชื้อไปแพร่ให้กับกลุ่มเสี่ยงนำไปสู่การเสียชีวิตในที่สุด

 

“การติดเชื้อในแคมป์คนงานหากไม่สามารถควบคุมหรือดูแลคนงานได้ไม่ผิดกฎหมาย แต่ผิดต่อมโนธรรม จึงอยากจะฝากให้ได้พิจารณา”

 

ผลการตรวจแคมป์ ไซต์งานก่อสร้างมีการทำงานไม่ค่อยแออัด หลายแคมป์ใช้เครื่องจักรและทำงานในที่โล่งแจ้ง แต่จุดตายพื้นที่เกิดการแพร่เชื้อเป็นจุดรับประทานอาหาร จุดสูบบุหรี่ ห้องน้ำ บ้านพักคนงาน และงานเลี้ยง (ดื่มเหล้าสังสรรค์) ในวันสุดสัปดาห์

 

ประเด็นน่าสนใจอยู่ที่รูปแบบการทำงานที่ไซต์ก่อสร้างมีซับคอนแทร็กต์ (ผู้รับเหมาช่วง) มีการเข้า-ออกแคมป์ขนาดเล็ก ๆ ทำให้มีลูกจ้างรายวัน (แรงงานใหม่) กลุ่มนี้มักเปลี่ยนหน้าบ่อยจึงเป็นปัญหาที่ควบคุมไม่ได้ และเป็นการนำเชื้อเข้ามาสู่คนงานเดิมที่อาศัยอยู่ในแคมป์ที่ผู้ประกอบการอสังหาฯต้องดูแล

 

จุดเน้นเป็นเรื่องความคล่องตัวที่บริษัทมีมาตรการองค์กรที่ใช้จัดการโควิดได้ดีกว่ากฎหมาย การกำกับการทำงานและการดำเนินชีวิตที่เป็นระบบจะรู้ว่าแรงงานอยู่ที่ไหนทั้งช่วงก่อนเข้างาน-ระหว่างทำงาน-หลังเลิกงาน และหลังเลิกงานจะไปที่ไหน หากมีกลไกติดตามได้เมื่อมีการระบาด การแก้ไขปัญหาจะง่ายขึ้น

 

โดยจุดแข็งที่สุด คือ แรงงานอยู่ในวัยทำงานมีสุขภาพแข็งแรง เมื่อติดเชื้อมักจะไม่มีอาการ

 

โมเดลแก้ปัญหา 4 จุดสำคัญ

“พญ.วรรณา” แนะนำการแก้ไขปัญหาจุดตายในจุดสัมผัสที่ทุกไซต์งานก่อสร้างควรให้ความสำคัญ ดังนี้ 1.จุดน้ำดื่ม-ตู้กดน้ำ เพราะมีคนมาใช้ด้วยกันเป็นจำนวนมาก “ตู้กดน้ำ” ให้เปลี่ยนจากใช้มือกดเปลี่ยนเป็นใช้เท้าเหยียบแทน “แก้วน้ำ” เป็นจุดสัมผัสจึงห้ามแจกแก้วน้ำ ต้องมีมาตรการให้คนงานนำแก้วน้ำและกระติกน้ำส่วนตัวมาเอง

 

2.จุดรับประทานอาหาร แรงงานต่างด้าวหรือแรงงานข้ามชาติมักมากันเป็นครอบครัวและล้อมนั่งกินอาหารโดยนำอาหารมาแชร์กัน พื้นที่นั่งทานอาหารบนพื้นให้ขีดตารางมีระยะห่างกัน 1 ตารางเมตร ขีดกากบาทช่องไหนห้ามนั่งช่องไหนนั่งได้ ช่องที่นั่งได้ให้นั่งเฉพาะครอบครัวเท่านั้น เป็นมาตรการกำกับพฤติกรรมคนงานอย่างชัดเจน

 

3.โรงอาหาร สำหรับกลุ่มแรงงานไทยที่มาเดี่ยว ๆ ให้นั่งแยกและมีฉากกั้น ผลัดเวลากินเพื่อลดการแออัด

 

และ 4.ราวบันได เป็นจุดสัมผัสที่มักจะมองข้าม อาจให้คนงานใช้ผ้าผืนเล็กหรือถุงมือผ้าฉีดสเปรย์แอลกอฮอล์บริการประจำจุด หรือจัดคนคอยเช็ดราวบันไดเหมือนห้างสรรพสินค้า

 

อย่าลืมดูแล “แรงงานไทย”

“ดร.อัมพร จันทวิบูลย์” ผู้อำนวยการสำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข นำเสนอข้อมูล ณ ปี 2561 แคมป์คนงานทั้งแคมป์ก่อสร้างและแคมป์อุตสาหกรรมมีไม่กี่ร้อยแห่ง ปัจจุบันเพิ่มจำนวนขึ้นมากในแคมป์คนงานก่อสร้าง 409 แห่ง คนงาน 6 หมื่นกว่าคนมีการพูดถึงแต่แรงงานต่างด้าวแต่ไม่มีการระบุจำนวนตัวเลขแรงงานไทย

 

“เมื่อเช้าขับรถผ่านแคมป์คนงานก่อสร้างก็มองเห็นอยู่ว่าแคมป์ชั่วคราวห้องพักคนงานใช้สังกะสีไม่มีหน้าต่างแน่นอน ต้องยกระดับคุณภาพการกินการอยู่เขาแล้วก็วางระบบกลไกการทำงานและการสื่อสารให้คนงานรับรู้และเข้าใจจริง ๆ ควรมีอ่างล้างมือ จัดสถานที่ไม่อาบน้ำรวมกัน เปลี่ยนอาบน้ำจากถังเป็นฝักบัวได้ไหม”

 

โดยคลัสเตอร์โควิดพบว่าอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบหนักมาก ทั้งอาหาร ชิ้นส่วนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ปัจจัยที่พบการแพร่ระบาดในโรงงานกับแคมป์คนงานก่อสร้างมีความใกล้เคียงกัน คือ แพร่ระบาดจากการพักอาศัย การใช้ชีวิตส่วนตัว และโลจิสติกส์ต่าง ๆ แม้โรงงานดูแลดีแค่ไหนแต่ยังมีช่องทางแพร่เชื้อได้หากยังมีการติดต่อภายนอกโรงงาน

 

“โฟกัสแรงงานไทยปัจจุบันเขามาจากที่ไหน อยู่แบบไหน อยู่ในที่ชุมชนแออัดหรือไปกลับอย่างไร โรงงานอุตสาหกรรมจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลเพื่อจะได้ดูแลชีวิตของคนเหล่านี้”

 

สำหรับแนวทางการควบคุมโรคทำได้ 2 ส่วน คือ 1.โรงงาน-สถานประกอบการกับตัวคน จะต้องบริหารจัดการความเสี่ยงเพื่อให้เศรษฐกิจเดินต่อไปได้ ในด้านผู้ประกอบการจำเป็นที่จะต้องเป็นระบบ big cleaning, วิเคราะห์หาความเสี่ยง, ประเดิมความเสี่ยงแล้วปิด gap ความเสี่ยงให้หมดไป

 

“จะเห็นว่าหลายเคส หลายตลาด หลายโรงงานต่อให้ผ่านความเจ็บปวดครั้งหนึ่งแต่ก็เกิดขึ้นซ้ำในวงรอบเดิม เช่น ตลาดพรพัฒน์เปิดปิดอยู่หลายครั้ง บางโรงงานอาจไม่ใช่แค่ปรับปรุงแต่ต้องปรับเปลี่ยนเพื่อทำให้เชื่อว่าความเสี่ยงของสถานที่อาจจะเคลียร์จบ หากยอมลงทุนและยอมเคลียร์กันจริง ๆ”

 

ของต้องมี-พัฒนาฝีมือแรงงาน

ตัวแทนกระทรวงแรงงาน “กาญจนา พูลแก้ว” อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกล่าวว่า ในฐานะที่เป็นแรงงานในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สิ่งที่ต้องมีคือการพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อนำไปสู่จุดเป้าหมายทั้งในเรื่องของดีมานด์กับซัพพลายตลาดแรงงานของประเทศไทย

 

โดยกรมเริ่มมีการสุ่มตรวจ 76 จังหวัด กับ 11 พื้นที่ (ในกรุงเทพฯ) จำนวนลูกจ้าง 7 แสนกว่าคน ข้อมูลวันที่ 28 พฤษภาคม 2564 พบว่า 1.กลุ่มที่มีลูกจ้างหนาแน่นมากกว่า 500 คน 2.สถานที่ก่อสร้างและที่พักคนงาน 3.ประเด็นสำคัญที่เจอกรณีสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างต่างด้าวเป็นจำนวนมาก มีการปฏิบัติไม่ถูกต้องตามมาตรการของกรมควบคุมโรคติดต่อ ซึ่งจะมีการเชื่อมโยงระหว่างสาธารณสุขจังหวัดและ “กทม.-กรุงเทพมหานคร”

 

“อธิบดีกาญจนา” เน้นย้ำด้วยว่า ผู้ประกอบการต้องมีข้อมูล outsource, supply chain เป็นระบบ แรงงานไปทำงานที่อื่นหรือไม่ มีที่พักแบบไหน เป็นหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องทำทะเบียนลูกจ้าง เพียงแต่ที่ผ่านมาบริษัททำเฉพาะทะเบียนลูกจ้างของบริษัท ส่วนที่นอกเหนือจากนี้ไม่ได้เก็บข้อมูลทำให้ยากลำบากสำหรับคนที่เข้าไปตรวจ

 

ในขณะที่การสื่อสารกับแรงงานต่างด้าว ทางกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานมีเจ้าหน้าที่ผู้ประสานงานด้านภาษารองรับ จึงไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้

 

ปั้น “จิตอาสาสาธารณสุข”

“มนูศักดิ์ มีอุดมศักดิ์” รองผู้อำนวยการสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร เล่าให้ฟังว่า เมื่อวันอังคาร 25 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา กทม.ได้จัดประชุมออนไลน์ร่วมกับเอกชนหัวข้อ “แนวทางการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดในแคมป์คนงานก่อสร้าง” มีผู้แทนภาคเอกชนเข้าร่วม 250 คน ซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการ กทม. โดยพื้นที่ กทม.มี 409 แคมป์ คนงานรวม 62,000 คน เป็นแรงงานไทย 26,000 คน แรงงานต่างชาติ 36,000 คน

 

ตบท้ายด้วย “รศ.ดร.ชะนวนทอง ธนสุกาญจน์” คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ชี้ให้เห็นปรากฏการณ์ว่า ยุคโควิดทำให้ผู้คนใส่ใจเรื่องของความสะอาดมากขึ้น สิ่งที่นักศึกษา คณาจารย์ใช้ในการลงพื้นที่สำรวจโดยมองถึงทุนสังคมในแต่ละแคมป์ ตัวอย่างบางแคมป์คุณภาพการพักอาศัยของแรงงานไม่เหมาะสม

 

“ผู้ประกอบการต้องเห็นถึงความสำคัญที่แรงงานเผชิญอยู่ เพราะตัวหนังสือ (ความรู้โรคโควิด ป้ายแจ้งเตือนต่าง ๆ) ไม่เพียงพอ ตอนนี้เราได้พัฒนาให้เกิดจิตอาสาสาธารณสุขที่ดำรงชีวิตอยู่ในแคมป์นั้น แยกสำรวจชาย-หญิงมีจำนวนเท่าไหร่ ได้ข้อมูลจากชายไทย หญิงเขมร หญิงคลอดลูก ซึ่งแรงจูงใจไม่เท่ากัน เราวาดแผนที่ในแต่ละไซต์งานด้วยเพราะมีความเปลี่ยนแปลงไม่เท่ากัน”

 

โดยคนที่ฝึกให้วาดแผนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เขา (คนงาน) คุ้นชินว่าการป้องกันโควิดไม่ใช่แค่เขา แต่เป็นเรื่องสภาพแวดล้อมด้วย

 

 

ขอบคุณถาพและข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ

https://www.prachachat.net/property/news-686281

 

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

LivingStock Application

ค้นหาล่าสุด

ทําเลที่ถูกค้นหามากที่สุด

แสดงทั้งหมด

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA ศูนย์วิจัย คลองตัน

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ เอกมัย พร้อมพงษ์ ประสานมิตร

อ่อนนุช อุดมสุข

อ่อนนุช อุดมสุข พระโขนง บางจาก ปุณณวิถี

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน เสือใหญ่ เสนานิคม วังหิน รัชวิภา บางเขน

นวมินทร์ รามอินทรา

นวมินทร์ รามอินทรา แฟชั่นไอส์แลนด์ วัชรพล สายไหม หทัยราษฎร์ สุขาภิบาล 5

สะพานควาย จตุจักร

สะพานควาย จตุจักร หมอชิต ประดิพัทธ์ อินทามะระ