News

ลูกค้าต่างชาติหดตัวแรงไนท์แฟรงค์ หันขายบ้านแนวราบแทนคอนโด

LivingInsider Report 2021-03-10 14:57:15

โครงการที่พักอาศัย ยอดขายจากลูกค้าปี 2563 ลดลง บจก.ไนท์แฟรงค์ หันเจาะงานขายบ้านแนวราบทดแทนคอนโดฯ

 

วันที่ 10 มีนาคม 2564 มร.แฟรงค์ ข่าน กรรมการบริหารและหัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาโครงการที่พักอาศัย บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพในปี 2563 ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เลื่อนการเปิดโครงการเป็นจำนวนมาก จากเดิมในปี 2563 เลื่อนไปเปิดตัวในปีนี้ หรือปี 2565 แทน

 

ส่งผลให้ยอดขายโครงการเปิดใหม่ในปี 2563 ลดลง 60% เปรียบเทียบกับปี 2562 ในขณะที่ผู้พัฒนาโครงการปรับราคาขายลดลง 10% – 30% ในโครงการที่สร้างแล้วเสร็จและพร้อมเข้าอยู่ เพื่อระบายยูนิตเหลือขายและต้องการเก็บเงินสด

 

อย่างไรก็ตาม ตลาดคอนโดฯ ยังคงมีความเคลื่อนไหวจากความต้องการของผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองที่มองหาที่พักอาศัยในราคาที่สมเหตุสมผล รวมไปถึงกลุ่มนักลงทุนที่รอโอกาสเข้าซื้อในราคาขายที่ดีที่สุด โดยเฉพาะในพื้นที่สุขุมวิทและพื้นที่ชานเมือง

 

มร. ข่าน กล่าวว่า มีคอนโดใหม่จำนวนมากเข้ามาตลาดภายใน 2 – 3 ปีที่ผ่านมา และเริ่มชะลอตัวในช่วงนี้ ซึ่งเป็นข้อดีที่ทำให้ตลาดมีความสมดุลมากขึ้นระหว่างอุปทานกับอุปสงค์ภายในประเทศ

 

ล่าสุดรัฐบาลออกนโยบายกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยการอนุมัติลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างลง 90% ในขณะที่ลดค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนและการโอนบางส่วนเหลือ 0.01% จากเดิมอยู่ที่ 1% ถึง 2% เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากโควิด -19

 

สำหรับกำลังซื้อจากผู้ซื้อชาวจีน ฮ่องกง มาเลเซีย สิงค์โปร์ หายไปเกือบหมด บางส่วนมีการซื้อคอนโดมิเนียม ตั้งแต่ปี 2562 ทิ้งเงินทำสัญญาและทิ้งเงินวางดาวน์ที่ต้องวาง 20%-30% ของราคาขาย เมื่อถึงช่วงเวลาต้องโอนกรรมสิทธิ์

 

ขณะที่กำลังซื้อภายในประเทศยังคงไม่ดีนัก เนื่องจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจ จึงทำให้ธนาคารเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยจะต่ำลงแล้วก็ตาม ดังนั้นเราจึงจะเห็นว่าหลาย ๆ โครงการให้ส่วนลดสูง เพื่อให้ราคาเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ดึงดูดกลุ่มผู้ซื้อที่มีความพร้อมภายในประเทศ

 

“จับตาดูช่วงครึ่งหลังของปีนี้ เราคิดว่าด้วยศักยภาพของประเทศไทย ทั้งในเรื่องการท่องเที่ยว ระบบสาธารณสุขและการแพทย์ ที่แข็งแกร่ง และภาวะค่าครองชีพถูก จะทำให้กำลังซื้อจากต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากชาวจีน”

 

นางสาวอัญชลี เกษมสุขธวัช หัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาโครงการที่พักอาศัยระดับไพร์ม ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจัยลบยืดเยื้อมานานเจ้าของหลายรายจึงต้องการขายทรัพย์สิน เพื่อเปลี่ยนวิธีการลงทุน บางรายขายทรัพย์สินเพื่อเก็บเงินสด ส่งผลให้อุปทานคอนโดมิเนียมในตลาดเพิ่มขึ้น

 

ผู้ซื้อส่วนใหญ่ในปี 2563 ได้แก่ นักลงทุนชาวไทยที่มีความมั่นคงและมีเงินสด และรอซื้อคอนโดมิเนียมมาตั้งแต่ปี 2562 ผู้ซื้อมองว่านี่เป็นโอกาสที่จะได้ซื้อคอนโดมิเนียมในราคาที่ดีที่สุด โดยเปลี่ยนจาการฝากประจำหรือลงทุนในหุ้นมาซื้อมาทรัพย์สินระยะยาว บางกลุ่มซื้อคอนโดมิเนียมเพื่ออยู่อาศัยเอง เนื่องจากต้องการพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น

 

ซึ่งทำเลที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่ คอนโดที่อยู่บริเวณสุขุมวิทตั้งแต่ชิดลมไปจนถึงทองหล่อ, เพชรบุรีตัดใหม่ถึงพระราม 9, ราชเทวี – พญาไท – อารีย์, และจตุจักร – ลาดพร้าว – รัชดา ตามลำดับ

 

ปัจจัยที่ดึงดูดผู้ซื้อแม้ในช่วงที่ตลาดชะลอตัวคือทำเลที่เดินทางสะดวกและโปรโมชั่นส่วนลดสูงในปีนี้ เราคาดว่าตลาดคอนโดมิเนียมมือสองต่อจากนี้จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ซึ่งในช่วงปลายปี 2563 ที่ผ่านมา เราเริ่มเห็นสัญญาณการปรับตัวดีขึ้นจากนักลงทุนต่างชาติที่สนใจลงทุนในทำเลยอดนิยม

 

เช่น ชิดลมถึงทองหล่อ แม้ว่าการเดินทางมาประเทศไทยในช่วงนี้จะเป็นเรื่องยากสำหรับนักลงทุนต่างชาติ โดยกลุ่มชาวต่างชาติเหล่านี้ส่วนใหญ่คุ้นเคยกับประเทศไทย  มีความรู้และความเข้าในการลงทุนอย่างดี

 

นางสาวพจมาน วรกิจโภคาทร หัวหน้าฝ่ายบริหารงานขายและการตลาด ไนท์แฟรงค์ฯ กล่าวว่า ปี 2563 เป็นปีที่เราประสบกับวิกฤติและปัจจัยลบต่าง ๆ มากมาย ส่งผลกระทบต่อทุกธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ ธุรกิจที่เกี่ยวกับการบินและธุรกิจประเภทโรงแรม รวมไปถึงตลาดคอนโดมิเนียมด้วยเช่นกัน จำนวนโครงการคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ในปี 2563 ลดลงกว่า 60% อยู่ที่ประมาณ 22,407 ยูนิตเท่านั้น หากเปรียบเทียบกับปีที่ 2562 ที่อยู่ที่ 58,256 ยูนิต

 

ในช่วงปลายปี 2563 ที่ผ่านมา มีลูกค้าสองกลุ่มที่เข้ามาในตลาด คือ กลุ่มลูกค้าที่มองหาคอนโดฯ มาตั้งแต่ต้นและซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง และอีกกลุ่มคือกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ที่กว้านซื้อคอนโดฯ หลายห้อง ซึ่ง ณ เวลานี้ผู้ซื้อจะมีอำนาจในการต่อรองและได้รับราคาที่ดีที่สุด

 

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความกังวลในเรื่องความปลอดภัยและสุขอนามัยที่เพิ่มมากขึ้นของกลุ่มผู้ซื้อ กลุ่มผู้ซื้อที่มีความมั่งคงจึงหันไปมองตลาดบ้านที่มีความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัยมากกว่า มีความต้องการพื้นที่ใช้สอยที่มากขึ้นเผื่อการขยายครอบครัวในอนาคต บวกกับโปรโมชั่นส่วนลดต่าง ๆ จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมโครงการแนบราบหรือตลาดบ้านมีการเติบโตดี

 

โดยในปี 2563 ตลาดบ้านราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท มีอัตราการเปิดโครงการใหม่เพิ่มขึ้นถึง 20-30% ในขณะที่ตลาดบ้านราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป อัตราการเปิดโครงการใหม่คงที่ใกล้เคียงกับปี 2562

 

พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงหลังจากนี้ ความสะอาด ความปลอดภัย เป็นตัวแปรสำคัญที่มีผลต่อการเลือกที่อยู่อาศัยในยุค New Normal นักการตลาดและนักออกแบบโครงการที่พักอาศัยต้องทำงานและวิเคราะห์อย่างหนักเพื่อให้เข้าถึงและตอบโจทย์กับการเปลี่ยนแปลง

 

โดยเทรนด์ของโครงการคอนโดมิเนียมที่เราจะได้เห็นมากยิ่งขึ้นในยุค New Normal คือการลดการสัมผัสให้น้อย (Touchless Point), การออกแบบให้พื้นที่ส่วนกลางมีการระบายอากาศภายในอาคารได้ดีขึ้น มีเครื่องกรองอากาศ PM 2.5 และการฆ่าเชื้อโรคพื้นที่ส่วนกลาง ลดพื้นที่ที่ใช้ร่วมกันหรือมีพื้นที่ Sharing น้อยลง เป็นต้น

 

นอกจากนี้ รัฐบาลประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย “โครงการ Elite Card” ซึ่งมีค่าบัตรราคา 500,000 บาท โดยมีเงื่อนไขว่านักลงทุนจำเป็นต้องลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่ามากกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไป แต่ดูเหมือนว่ามาตรการดังกล่าวยังกระตุ้นไม่ตรงจุด อย่างไรตามเราเชื่อว่านักลงทุนต่างชาติจะกลับมาหลังจากวัคซีนเริ่มกระจายสู่คนไทย และมาตรการการกักตัว 14 วันสำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศไทยหมดไป

 

ไนท์แฟรงค์ประเทศไทยเองก็ปรับตัวตามสถานการณ์และความต้องการของผู้บริโภค โดยหันมาขยายการให้บริการด้านบริหารงานขายและการตลาดให้กับโครงการบ้านเดี่ยวและโครงการทาวน์โฮม มากขึ้นโดยตั้งเป้าหมาย 3 โครงการภายในปีนี้ ในส่วนของตลาดคอนโดฯ ก็ยังมีอีกประมาณ 3 – 4 โครงการที่จะกำลังจะเปิดตัวใหม่ภายในปีนี้

 

 

ขอบคุณภาพและข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ

https://www.prachachat.net/property/news-627382

 

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

LivingStock Application

ค้นหาล่าสุด

ทําเลที่ถูกค้นหามากที่สุด

แสดงทั้งหมด

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA ศูนย์วิจัย คลองตัน

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ เอกมัย พร้อมพงษ์ ประสานมิตร

อ่อนนุช อุดมสุข

อ่อนนุช อุดมสุข พระโขนง บางจาก ปุณณวิถี

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน เสือใหญ่ เสนานิคม วังหิน รัชวิภา บางเขน

นวมินทร์ รามอินทรา

นวมินทร์ รามอินทรา แฟชั่นไอส์แลนด์ วัชรพล สายไหม หทัยราษฎร์ สุขาภิบาล 5

สะพานควาย จตุจักร

สะพานควาย จตุจักร หมอชิต ประดิพัทธ์ อินทามะระ