Invest

มนุษย์เงินเดือน ปรับตัวหรือโดนปรับ

Salaryman Estator 2021-01-25 15:09:09

กระแสการปรับองค์กรเกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลกตลอดหลายปีที่ผ่านมา ก่อนจะมาโดนเร่งสปีดในปี 2020 มาถึงตอนนี้ ผมว่าเรามี 2 ทางเลือกครับ “ปรับตัว หรือ โดนปรับ”

 

ก่อนอื่นเลย ผมอยากว่า “เรื่องนี้ไม่มีใครผิดครับ” บริษัทไม่ผิด คนพัฒนาเทคโนโลยีก็ไม่ผิด มนุษย์เงินเดือนอย่างเราก็ไม่ผิดเช่นเดียวกัน โลกมันแค่หมุนไปเรื่อยๆ ใครเข้าใจการเปลี่ยนแปลง แล้วปรับตัวได้ ก็จะเป็นคนได้ประโยชน์ไป

 

ไม่ว่าจะเป็นงานในตำแหน่งปฏิบัติการ อย่างพนักงานในสายการผลิต หรือพนักงานในออฟฟิส อย่างพนักงานธนาคาร ล้วนแล้วแต่มีความเสี่ยงเดียวกัน... ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยขึ้น คนหนึ่งคนในปัจจุบัน อาจจะสามารถผลิตผลงานได้เท่ากับคน 10 คนในอดีต คำถามถือ ถ้ามองไปอีก 3 ปีข้างหน้า คุณคิดว่าเทคโนโลยีจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น และราคาถูกลงอีกไหมครับ ?

 

ใช่ครับ ! มันจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น และราคาถูกลงไปอีก เพราะมันเป็นเทคโนโลยีที่สร้างอยู่บนเทคโนโลยีอีกที ทุกอย่างเลยดำเนินไปด้วยอัตราเร่ง ไม่มีใครหยุดกระแสนี้ได้ มันจะดำเนินต่อไป ไม่ว่าเราจะเห็นด้วยกับมันหรือไม่ก็ตาม “อย่าเสียเวลาบ่นเลยครับ” มันก็เหมือนกับพระอาทิตย์ที่ต้องขึ้นเมื่อเวลาเช้ามาถึง แทนที่จะบ่นว่าร้อน สู้เราทาครีมกันแดด หรือใช้ประโยชน์จากแสงแดดยามเช้า หากิจกรรมสนุกๆ ทำมันซะเลย จะดีกว่าไหมครับ?

 

แน่นอนว่ามนุษย์เงินเดือน (ส่วนใหญ่) กับบริษัทมองเรื่องนี้ด้วยมุมมองที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งๆ ที่ ทั้ง 2 ฝ่าย อยู่ในสถาณการณ์เดียวกัน คือ “ปรับตัว หรือ โดนปรับ”... บริษัทมักมองว่า ต้องพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานและความคล่องตัวขององค์กรอย่างเร่งด่วน ไม่เช่นนั้น จะสู้คู่แข่งไม่ได้ และกลายเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่หายไปตามเวลา ในขณะที่มนุษย์เงินเดือนมักมองว่า บริษัท “เค้น” ประสิทธิภาพจากพวกเค้ามากเกินความพอดี

 

คำถามที่สำคัญของเรื่องนี้ไม่ใช่ใครผิด หรือถูก แต่มันคือ “แล้วมนุษย์เงินเดือนอย่างเราควรทำยังไงดี” ?

 

1) เลิกคิดว่าตัวเองเป็นมนุษย์เงินเดือนที่นั่งทำงานเหมือนเดิมทุกวัน ตามเวลาที่กำหนด แล้วรอรับเงินเดือนตอนสิ้นเดือนเป็นค่าตอบแทน เปิดหูเปิดตาให้กว้าง มองดูว่าตัวเองสามารถช่วยสร้างประโยชน์อะไรให้กับบริษัทได้มากกว่างาน Routine ที่ทำอยู่ทุกวันบ้าง ผมเชื่อว่าทุกคนฉลาดครับ เรารู้อยู่แล้วว่าเราทำอะไรแล้วจะเป็นประโยชน์กับบริษัทบ้าง ที่ผ่านมาเราอาจจะแค่ไม่ทำมัน เพราะรู้สึกว่างานที่ทำอยู่นี่ก็คุ้มค่าเกินเงินเดือนแล้ว

 

ลองเอาความคิดนนั้นออกไปวางข้างๆ ก่อนครับ แล้วคิดใหม่ว่าเงินเดือนของเรามันจะขึ้น (และลง) ตามประโยชน์ที่เราสร้างให้กับบริษัทนั่นล่ะ แค่มันอาจจะไม่ได้มาทันที คิดง่ายๆ เลยครับ ถ้าเราเป็นเจ้าของบริษัท เราจะเอาพนักงานที่สร้างผลประโยชน์ให้บริษัทได้มากกว่าเงินเดือนออกไหม ? ใครมันจะไปทำ ! จริงไหมล่ะครับ

 

2) พัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา อย่างที่บอกในข้อแรกครับ เราต้องมองหาช่องทางที่จะสร้างประโยชน์ให้กับบริษัท รวมไปถึงมองหาปัญหาที่สำคัญของบริษัทแล้วจับมาแก้ซะ การจะทำอย่างงั้นได้ มันต้องอาศัยสิ่งที่ฝรั่งชอบเรียกเท่ๆ ว่า CI (Continus Improvement - การพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา) ผมบอกเลยว่า ปัญหาที่มันค้างมาจนถึงเราได้นี่ “ไม่มีง่ายครับ” เพราะถ้ามันง่าย รุ่นพี่ในบริษัทเราคงทำไปหมดแล้ว เราถึงต้องเก่งขึ้น มีทักษะที่ดีขึ้น รู้จักเครื่องมือให้มากขึ้น เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายที่ว่า ทักษะที่ติดตัวเรานี่ล่ะครับที่จะทำให้เราแตกต่าง และเป็นคนแรกๆ ที่หัวหน้าจะนึกถึงเวลามีโอกาสดีๆ เข้ามา 

 

หรือต่อให้สุดท้ายโชคร้าย จำเป็นต้องย้ายงานจริงๆ ทักษะทั้งหมดมันก็จะตามเราไป คนที่มีทักษะที่เป็นประโยชน์ไม่มีทางว่างงานนานครับ เพราะจริงๆ แล้ว บริษัทเอง ก็กำลังมองหาคนที่จะมาช่วยเค้า “ปรับตัว” อยู่เหมือนกัน… อย่าลืมนะครับ บริษัทปรับตัวเองไม่ได้ มนุษย์เงินเดือนอย่างพวกเรานี่ล่ะ ที่กำลังช่วยบริษัทปรับตัวอยู่ เห้ย ! ถ้ามองแบบนี้ งานที่เราทำอยู่ก็เท่ไม่เบานะ 🙂

 

3) หาความรู้ทางการเงินให้มาก ไม่ว่าจะเป็นทักษะการหารายได้หลายช่องทาง ทักษะการบริหารค่าใช้จ่าย หรือทักษะการเก็บออมเพื่อไปลงทุนต่อยอด ทักษะพวกนี้จะทำให้คุณเป็นมี Peace of Mind ที่แท้จริง อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ ไม่ว่าคุณจะเก่งแค่ไหน วันนึงบริษัทอาจจะปิดตัว แต่ถ้าเราบริหารการเงินมาดีๆ ต่อให้เราต้องออกจากงานจริงๆ เราก็จะไม่ลำบาก อย่างน้อยๆ ก็จะมีเวลาพอที่จะตั้งหลักและหาทางไปต่อได้

 

สามข้อนี้อ่านดูแล้วเหมือนง่ายใช่ไหมครับ ? แต่ผมบอกเลยว่า “ไม่ง่าย” แต่ข่าวดีคือ ทุกคนทำได้ครับ ขอแค่คุณต้องเริ่มลงมือทำ “วันนี้เลย” อย่าคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว ตอนนี้เราทุกคนอยู่ในโลกแบบที่ว่าเรียบร้อยแล้ว เรากำลังได้ผลกระทบจากโลกที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว โดยที่เราไม่ทันรู้ตัว ลองมองไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เทียบกับวันนี้สิครับ ว่าโลกการทำงานเราเปลี่ยนไปแค่ไหน

 

ตอนนี้โลกกำลังแบ่งมนุษย์เงินเดือนอย่างเราเป็น 2 ด้าน ด้านนึงคือด้านของคนที่ปรับตัวไม่ทัน จนวันนึงอาจจะโดนปรับซะเอง ส่วนอีกด้านนึง คือด้านของคนที่ใช้ประโยชน์กับเทคโนโลยีได้ และเข้าใจโลกที่เปลี่ยนไป มองมันเป็นเรื่องบวก อย่างที่บอกตอนต้นครับ ถ้ารู้ว่าพระอาทิตย์จะขึ้นตอนเช้า ก็ออกไปหากิจกรรมมันๆ กลางแดดเล่นซะเลย สุดท้ายคนกลุ่มหลังนี่ล่ะครับ ที่จะได้ประโยชน์ไปแบบเต็มๆ

 

ผมอยากเชิญชวนทุกคนที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่ มาเป็นคนกลุ่มหลัง เริ่มต้นลงมือทำตั้งแต่ตอนนี้เลย ลองดูนะครับ ! อ่านบทความนี้จบแล้ว หยิบปากกาขึ้นมาเขียนเลย ว่าเราจะทำอะไรบ้าง เพื่อตอบโจทย์ 3 ข้อข้างบน ผมเชื่อว่าถ้าคุณเริ่มทำมันทันที มองมันเป็นเรื่องดี คุณจะสนุกไปกับโลกใบใหม่นี้แน่นอน

 

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับคุณครับ ถ้าใครคิดว่าบทความนี้จะช่วยคนที่คุณรักได้ ฝากแชร์ไปให้พวกเค้าด้วยนะครับ 

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

บทความอื่นๆ

LivingStock Application

ค้นหาล่าสุด

ทําเลที่ถูกค้นหามากที่สุด

แสดงทั้งหมด

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่

พระราม 9 เพชรบุรีตัดใหม่ RCA ศูนย์วิจัย คลองตัน

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ

สุขุมวิท อโศก ทองหล่อ เอกมัย พร้อมพงษ์ ประสานมิตร

อ่อนนุช อุดมสุข

อ่อนนุช อุดมสุข พระโขนง บางจาก ปุณณวิถี

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน

เกษตรศาสตร์ รัชโยธิน เสือใหญ่ เสนานิคม วังหิน รัชวิภา บางเขน

นวมินทร์ รามอินทรา

นวมินทร์ รามอินทรา แฟชั่นไอส์แลนด์ วัชรพล สายไหม หทัยราษฎร์ สุขาภิบาล 5

สะพานควาย จตุจักร

สะพานควาย จตุจักร หมอชิต ประดิพัทธ์ อินทามะระ